รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 26

การลวงหลอก

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันสนและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน รินรดายังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเงาร่างของพิมพ์ น้ำเสียงนุ่มนวลที่เพิ่งเอ่ยเตือนราวกับบทเพลงกล่อมเด็กเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ตัดกับความเย็นเยียบของอากาศรอบตัวที่ลดฮวบลงจนสัมผัสได้ถึงสัจธรรมข้อหนึ่ง—ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด "พี่พิมพ์กำลังทำอะไรอยู่คะ..." รินรดากล่าวทวนคำ เสียงของเธอนิ่งสนิท แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่อีกฝ่ายคาดคิด ตรงกันข้าม มันกลับพินิจพิเคราะห์ทุกอณูความเคลื่อนไหวของหญิงสาวรุ่นพี่ พิมพ์หัวسเบาๆ เสียงหัวسนั้นแห้งแล้งและว่างเปล่า นิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือหนังสีดำค่อยๆ เอื้อมไปปลดฝาครอบกระจกตู้จัดแสดงโบราณวัตถุช้าๆ ท่วงท่าราวนางพญาผู้กุมชะตากรรมของทุกสรรพสิ่งในห้องนี้ "ความอยากรู้เป็นโรคติดต่อที่รักษายากนะคะ ริน... และพี่ก็เกลียดการปล่อยให้เชื้อโรคมันแพร่กระจาย" พิมพ์หันมาสบตา รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาที่แข็งกร้าวคู่นั้นเลย "รวมถึงเรื่องของแม่เธอด้วย" คำว่า 'แม่' ทำเอารินรดาชะงักไปชั่วขณะ ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองจนเจ็บเพื่อดึงสติ ภาพนิมิตที่เธอเคยเห็นจากปิ่นทองคำโบราณชิ้นนั้น แวบเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก แม่ของเธอก็เคยยืนอยู่ ณ จุดนี้... จุดที่ถูกล่อลวงด้วยความลับและกับดักที่มองไม่เห็น "พี่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่... และพี่ก็เป็นคนจัดการมัน" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามประคองน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "ศิลาเตือนดิฉันแล้ว แต่ฉันก็ยังเลือกที่จะเดินเข้ามาในหลุมพรางนี้เอง... เพื่อจะได้รู้ว่าหน้ากากของคนที่เรียกว่าพี่สาวใจดีคนนี้ แท้จริงแล้วซ่อนปีศาจเอาไว้กี่ตัวกันแน่" พิมพ์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวานแข็งค้างไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะร่วนที่ดังสะท้อนก้องผนังหินอับชื้น "ฉลาดแกเลส์นะคะ... แต่เสียดายที่ความฉลาดมันช่วยต่ออายุให้เธอไม่ได้หรอกค่ะ" พิมพ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับวัตถุบางอย่างในมือที่สะท้อนแสงไฟสลัว—เข็มฉีดยาขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีใส ทว่า ในวินาทีที่ปลายเข็มกำลังจะพุ่งเข้าหาต้นแขนของรินรดา ร่างของหญิงสาวรุ่นน้องกลับไม่หลบหนี รินรดายืนหยัดอย่างมั่นคง ปล่อยให้ความเย็นของเหล็กกระทบผิวเนื้อ พร้อมกับรอยยิ้มเยдяที่ปรากฏขึ้นบนเรียวปากของเธอเอง รอยยิ้มที่ทำให้พิมพ์รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "พี่มั่นใจเกินไปหรือเปล่าคะ... ว่าคนที่กำลังจะตกหลุมพราง คือฉันคนเดียว" เพล้ง! เสียงกระจกนิรภัยด้านหลังห้องแตกกระจายพร้อมกับร่างของใครบางคนที่พุ่งทะลุกรอบประตูเข้ามาอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ ศิลาในชุดสูทสีเข้มที่ยับยู่ยี่จากการต่อสู้ ไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้าชาร์จร่างของพิมพ์จนกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางเอกสารล้มระเนระนาด เอกสารโบราณนับร้อยแผ่นปลิวว่อนราวกับฝูงผีเสื้อสีหม่นที่ตื่นตระหนก "ศิลา!" พิมพ์อุทานด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา ขณะที่ศิลาล็อกตัวเธอไว้แน่นด้วยทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่า "คุณ... คุณหักหลังฉันเหรอ!" ศิลาไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองหญิงสาวใต้ร่างด้วยความผิดหวังและเยือกเย็นไม่แพ้กัน มือหนากดข้อมือที่ถือเข็มฉีดยาของพิมพ์จนของเหลวข้างในกระเซ็นหยดลงบนพื้นซีเมนต์ "เกมจบแล้วครับพิมพ์" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง "หลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับการยักยอกโบราณวัตถุก ารสั่งเก็บหลักฐานคดีเมื่อยี่สิบปีก่อน และบัญชีลับของคุณ ถูกส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว" พิมพ์ตัวแข็งทื่อ ดวงตาคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอกวาดสายตามองศิลากับรินรดาสลับกันไปมา ก่อนที่มุมปากจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ทั้งที่ตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์แบบ "พวกเธอคิดจริงๆ เหรอคะว่า... ตำรวจจะทำอะไรฉันได้?" พิมพ์หัวเราะคิกคักในลำคอ แม้จะถูกกดร่างไว้กับพื้น "ในเมื่อคนที่จะมารับตัวฉันออกไปจากที่นี่... ไม่ใช่ตำรวจ สน.” รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว สัญชาตญาณเตือนภัยในอกร้องระรัวเมื่อเห็นแววตาของผู้หญิงคนนี้ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสนุกสนานของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินมาติดกับดักอีกชั้นหนึ่ง "หมายความว่ายังไง..." รินรดาถามเสียงสั่น ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวด้านนอก เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนอย่างเป็นจังหวะและทรงอำนาจ ดังใกล้เข้ามาทุกที... ทุกที จนกระทั่งหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูห้องเก็บเอกสารที่พังเสียหาย เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนทาบทับลงบนผนังห้อง ม่านหมอกแห่งความลับที่รินรดาพยายามไขปริมาตรมาตลอดชีวิต กำลังจะถูกฉีกกระชากออกด้วยการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่ายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งดังขึ้นอย่างใจเย็น ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้น—คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูก... รินรดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%