กลิ่นอายความชื้นของห้องใต้ดินที่อบอวลด้วยฝุ่นผงและกลิ่นสนิมเหล็กตีเข้าจมูกรินรดาจนเธอต้องเบือนหน้าหนี ทว่าความรู้สึกสั่นสะท้านที่แล่นผ่านปลายนิ้วเมื่อสัมผัสกับโซ่ตรวนเย็นเยียบที่ข้อมือนั้น กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
"สมุดเล่มนั้น... มันไม่ได้มีไว้สำหรับคนอย่างคุณ"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมา แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าๆ ที่กะพริบถี่ทำให้เงาของเขาดูยืดยาวราวกับปีศาจ รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้สั่นไหวอย่างที่เขาคาดหวัง ตรงกันข้าม เธอกลับจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน
"สิ่งที่พวกคุณกำลังไล่ล่า ไม่ใช่แค่กระดาษเก่าๆ ที่บันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์" รินรดาเอ่ยพลางแค่นยิ้ม แม้ริมฝีปากจะแตกซ่านจนมีเลือดซึม "แต่มันคือคุก... ที่กักขังความชั่วร้ายของพวกคุณเอาไว้ต่างหาก"
ชายแปลกหน้าหัวเราะในลำคอ เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยปะทะจมูก "ความกล้าหาญมักมาพร้อมกับจุดจบที่น่าสงสารเสมอ คุณรินรดา... ผมไม่ได้อยากให้มือสวยๆ ของคุณต้องมีรอยมลทิน แต่ถ้าเงื่อนไขคือสมุดบันทึกเล่มนั้นแลกกับลมหายใจของคุณ... คุณคิดว่าคุณค่าของมันคุ้มกันไหม?"
รินรดานิ่งเงียบ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ นิมิตภาพก่อนหน้านี้ยังคงติดตา—ภาพที่ศิลาถือสมุดเล่มนั้นในมือท่ามกลางกองเพลิงที่โหมกระหน่ำในพิพิธภัณฑ์ เธอไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่เธอกลัวคือการที่ต้องสูญเสียกุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขปริศนาการตายของแม่ไปตลอดกาล
"ถ้าอยากได้นัก ก็บอกเจ้านายคุณให้เอาสิ่งที่ฉันต้องการมาแลก" เธอตอบกลับน้ำเสียงหนักแน่น แม้ในใจจะหวั่นวิตกแทบขาดใจ
"ต้องการอะไร?"
"ความจริง... เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น คืนที่แม่ของฉันถูกฆ่าปิดปาก"
ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากเบื้องบนก็ดังแทรกเข้ามา ชายแปลกหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดตายด้วยความฉงน
ในขณะเดียวกัน ณ มุมหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ที่ห่างออกไป ศิลากำลังจ้องมองสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊ก มือของเขาที่สวมถุงมือสีดำสนิทสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสลงบนหน้ากระดาษที่กรอบบาง ศิลาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าการเลือกทางเดินนี้หมายถึงอะไร
"รินรดา... เธอกำลังเล่นกับไฟ" เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกริบมองไปยังภาพถ่ายใบเก่าของครอบครัวรินรดาที่เขาแอบเก็บไว้ ความรู้สึกผิดบาปกัดกินใจเขามาตลอดหลายปี นับตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจรับงานนี้เพื่อแลกกับการปกป้องพิพิธภัณฑ์ที่ผุพัง
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างสมุดบันทึกสั่นสะเทือน หน้าจอแสดงข้อความที่ไม่ระบุชื่อ: *“ชีวิตหนึ่งแลกกับหนึ่งบันทึก ถ้าอยากให้เธอกลับไปอย่างครบสามสิบสอง... เอามาให้เราภายในหนึ่งชั่วโมงที่ท่าเรือเก่า”*
ศิลาปิดตาลง ลมหายใจยาวเหยียดพ่นออกมา ความเยือกเย็นที่เขาเคยสวมใส่เป็นหน้ากากเริ่มร้าวราน เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา กระชับมันไว้ในอ้อมอกแน่นราวกับสมบัติชิ้นเดียวในชีวิต ก่อนจะคว้าเสื้อโค้ทตัวยาวแล้วก้าวออกจากห้องทำงานอย่างเร่งรีบ
เขารู้ดีว่าศัตรูที่จับตัวรินรดาไปนั้นไม่ใช่แค่โจรธรรมดา แต่เป็นอดีตคนของสมาคมลับที่ต้องการทำลายรอยจารึกแห่งปรารถนาให้สิ้นซาก การที่เขาไปที่นั่นพร้อมกับสมุดเล่มนี้ เท่ากับเขายื่นคอเข้าไปในบ่วงบาศด้วยตัวเอง
ท่าเรือเก่าในคืนเดือนมืดเต็มไปด้วยไอทะเลและความเงียบงันที่น่าขนลุก ศิลาเดินฝ่าความมืดเข้าไป แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งสาดเข้ามาปะทะใบหน้าเขา ทำให้เขาต้องยกมือขึ้นบัง
"เอาของมาหรือยัง?" เสียงของชายคนเดิมดังขึ้นจากหลังรถ
ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สายตาจ้องเขม็งไปยังร่างของรินรดาที่ถูกมัดอยู่กับเสาเหล็กข้างๆ รถ เธอเงยหน้าขึ้นทันทีที่เห็นเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตกใจและห้ามปราม
"ศิลา! อย่า!" เสียงของเธอแหบแห้งแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ "อย่าส่งให้มัน! ถ้าคุณให้ไป ทุกอย่างจะจบลง... ความจริงที่ฉันตามหาจะกลายเป็นเถ้าถ่าน!"
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับรินรดา สายตานั้นไม่ใช่สายตาของภัณฑารักษ์ที่เย็นชาอีกต่อไป แต่เป็นสายตาของชายคนที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้
เขายกสมุดบันทึกขึ้นสูง ท่ามกลางเสียงคลื่นที่กระทบฝั่ง "ฉันมีข้อต่อรองใหม่... ถ้าคุณอยากได้สมุดเล่มนี้ คุณต้องปล่อยตัวเธอไปก่อน แล้วฉันจะบอกคุณเองว่ารหัสลับที่แท้จริงของบันทึกเล่มนี้ซ่อนอยู่ที่ไหน"
ชายชุดดำหัวเราะร่วนพลางเล็งปืนมาที่หน้าอกของศิลา "คุณไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น!"
ทว่าก่อนที่กระสุนจะถูกลั่นออกไป เสียงปืนอีกนัดหนึ่งกลับดังสนั่นมาจากเงามืดด้านหลังของศิลา ร่างของชายชุดดำทรุดลงกองกับพื้นทันที พร้อมกับชายกลุ่มใหม่ในชุดสีดำสนิทอีกกลุ่มที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด
บุคคลที่ก้าวออกมาจากเงามืดนั้น คือคนที่ทั้งศิลาและรินรดาไม่คาดคิดมากที่สุด... ใบหน้าที่ดูเหมือนศิลาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมที่มากกว่าหลายเท่าตัว
"ฝาแฝดงั้นเหรอ..." รินรดารำพึงออกมาด้วยความสิ้นหวัง
ชายผู้นั้นยิ้มกริ่มพลางเดินมาหยุดตรงหน้าศิลา "สมุดเล่มนี้... ฉันรอมานานเหลือเกิน น้องชายที่รัก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันแสนอันตรายนี้ไปด้วยกันกับกำมะหยี่สีแดงนะคะ
รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 22
ความลับที่ต้องแลก
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!