รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 16

แผนการที่วางไว้

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"หากก้าวเท้าเหยียบเข้าไปในคฤหาสน์หลังนั้นอีกครั้ง คุณต้องเตรียมใจที่จะสูญเสียตัวตนบางส่วนไปตลอดกาล รินรดา" ศิลาไม่ได้เอ่ยประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงข่มขู่ เขากล่าวในขณะที่กำลังวางพิมพ์เขียวของคฤหาสน์ตระกูลเวทินกูรลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าคร่ำ เส้นสายของผังอาคารที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตสะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้องทำงานของเขา นิ้วเรียวยาวของเขาชี้ไปยังจุดกึ่งกลางของห้องโถงใหญ่—จุดที่รินรดาเคยสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นพล่านไปถึงกระดูกสันหลังในนิมิตครั้งก่อน รินรดาไม่ตอบในทันที เธอจ้องมองรอยหยดหมึกบนพิมพ์เขียว หัวใจของเธอเต้นจังหวะไม่สม่ำเสมอ เหมือนนกที่พยายามตะเกียกตะกายออกจากกรงขัง เธอจำสัมผัสของสร้อยข้อมือเงินในคฤหาสน์หลังนั้นได้ ภาพของมารดาที่ยืนอยู่ตรงบันไดวน บดบังความจริงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลับ เธอหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "ถ้าการสูญเสียตัวตน คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้ความจริงเรื่องแม่... ฉันก็พร้อมจะจ่ายค่ะ ศิลา" เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ทว่ามือที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะนั้นสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม ศิลาเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของเธอ ราวกับจะค้นหาความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมุ่งมั่นนั้น เขาถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะหมุนเข็มทิศทองเหลืองวางลงบนตำแหน่งห้องลับที่เขาคาดการณ์ไว้ "แผนการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การบุกรุก แต่มันคือการแทรกซึม" ศิลาเริ่มอธิบาย จังหวะน้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงด้วยความกดดัน "เรามีเวลาเพียงสิบห้านาที ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยชุดใหม่จะรีเซ็ตตัว ผมจะดึงความสนใจของพวกการ์ดไปที่ฝั่งทิศตะวันตก ส่วนคุณ... คุณต้องตรงไปที่ห้องใต้ดินหลังรูปปั้นเทพีแห่งความยุติธรรม อย่าแตะต้องวัตถุใดๆ หากไม่มีความจำเป็น โดยเฉพาะสิ่งที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตาที่ปิดสนิท" "ทำไมต้องสัญลักษณ์นั้น?" รินรดาถาม สัญชาตญาณบางอย่างเตือนเธอว่าคำตอบของเขามีความหมายลึกซึ้งกว่าที่พูด "เพราะดวงตาที่ปิดสนิท คือสัญลักษณ์ของการมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า... หรืออาจจะเป็นการปิดตายความจริงเพื่อไม่ให้ใครเข้าถึง" ศิลาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวมาข้างหน้า "รินรดา มองหน้าผมสิ ในคฤหาสน์นั่น ไม่มีใครคือมิตร แม้แต่คนที่คุณคิดว่ารู้จักดีที่สุด" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน รินรดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านความเงียบนั้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศิลา พยายามมองหาสิ่งที่เขาอาจจะซ่อนไว้ ความลังเลใจเพียงเสี้ยววินาทีปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ—เขากำลังช่วยเธอด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงหรือ หรือเขากำลังใช้เธอเป็นหมากในเกมที่ใหญ่กว่านี้กันแน่? "เราจะทำตามแผนนี้คืนนี้เลยใช่ไหมคะ?" เธอถาม ทำลายความเงียบที่กดดัน "คืนนี้... ทันทีที่นาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน" ห้วงเวลาหลังจากนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า รินรดาเตรียมตัวในความมืด เธอสวมชุดสีเข้มที่กลมกลืนกับเงามืด ตรวจเช็คอุปกรณ์ที่ศิลาจัดเตรียมไว้ให้—เครื่องมือสะเดาะกลอนขนาดจิ๋วและจี้ห้อยคอที่มีกลิ่นหอมประหลาด ซึ่งศิลากำชับหนักหนาว่าให้สูดดมเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของอากาศ เมื่อเข็มนาฬิกาเรือนใหญ่เริ่มเคลื่อนที่เข้าสู่ตำแหน่งเที่ยงคืน ทั้งสองลอบผ่านรั้วเหล็กดัดสูงระหงเข้าสู่พื้นที่อาณาเขตของคฤหาสน์ ความเงียบงันยามวิกาลช่างน่าอึดอัด กลิ่นไอของความเก่าแก่และกลิ่นดินชื้นๆ ลอยอบอวลไปทั่ว ศิลาส่งสัญญาณมือให้เธอแยกไปตามเส้นทางที่กำหนด รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พุ่งตัวผ่านพุ่มไม้ไปสู่ประตูหลังของคฤหาสน์ การเคลื่อนไหวของเธอเงียบเชียบดั่งแมวป่า เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการสะเดาะกลอนประตูที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งเกินความจำเป็น เมื่อประตูเปิดออก ความเย็นเยียบที่คุ้นเคยก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอทันที มันไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่มันคือความเย็นของความทรงจำที่ยังไม่ถูกลบเลือน เธอย่องไปตามทางเดินยาวที่ปูด้วยพรมสีเลือดหมู แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดเงาบิดเบี้ยวบนผนัง จนกระทั่งเธอหยุดยืนอยู่หน้ารูปปั้นเทพีแห่งความยุติธรรมตามที่ศิลาระบุไว้ รินรดาเริ่มกวาดมือสำรวจหากลไกตามคำแนะนำ ทันใดนั้น ปลายนิ้วของเธอก็สัมผัสเข้ากับรอยบากเล็กๆ ที่ฐานรูปปั้น "เจอแล้ว..." เธอพึมพำ ทันทีที่เธอกดลงไป เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่ขยับตัวดังสนั่นไปทั่วโถงทางเดิน ฝาผนังค่อยๆ แยกตัวออกเผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิด ทว่าในขณะที่เธอเตรียมจะก้าวลงไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามา "ฉันบอกคุณแล้วไง รินรดา ว่าไม่ควรกลับมาที่นี่อีก" เสียงนั้นไม่ใช่ของศิลา แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยยิ่งกว่า... เสียงของหญิงวัยกลางคนที่เธอคิดว่าจากโลกนี้ไปนานแล้ว รินรดาหันกลับไปช้าๆ หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นร่างในชุดสีดำสนิทที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืด โดยมีศิลายืนอยู่ข้างๆ เธอนิ่งงันด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างเย็นชา และในมือของเขา... คือกุญแจดอกเดียวกับที่เธอเคยเห็นในนิมิตสุดท้ายของมารดา! กำมะหยี่สีแดงขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันโหดร้ายนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%