รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 30

คืนอันยาวนาน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"อย่าหันหลังกลับไปมอง ถ้าไม่อยากตายที่นี่" น้ำเสียงของศิลาแหบพร่าและสั่นเครือเพียงเสี้ยววินาที แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดาชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฝนที่กำลังกระหน่ำลงมาบนหลังคาสังกะสีเก่าคร่ำของโกดังร้าง รินรดาหอบหายใจจนอกกระเพื่อมถี่ เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของอากาศที่แทรกซึมผ่านเสื้อโค้ทตัวบาง มือที่สั่นเทาของเธอเกาะกุมจี้ห้อยคอรูปทรงแปลกตาแน่น ความร้อนที่แผ่ออกมาจากวัตถุโบราณชิ้นนั้น—ที่เธอกระชากติดมือมาจากห้องลับของพิพิธภัณฑ์—กำลังแผดเผาฝ่ามือของเธอราวกับเตือนถึงสิ่งที่กำลังไล่ล่าตามหลังมา "เราหนีไม่พ้นหรอก ศิลา... พวกเขารู้ทุกฝีก้าวที่เราเดิน" รินรดากระซิบ สบตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังเสาปูนขนาดใหญ่ แววตาของศิลาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว "ถ้าผมยอมให้คุณถูกจับไป ผมคงไม่เหลือความเป็นคนพอที่จะเรียกตัวเองว่าภัณฑารักษ์หรอกครับ" ศิลาตอบพลางสำรวจบาดแผลที่ต้นแขนซ้ายของเขา ซึ่งเลือดสีเข้มเริ่มไหลซึมออกมาจนเปียกชุ่มเสื้อเชิ้ต "ริน... เชื่อผมไหม? จี้ชิ้นนั้นไม่ได้แค่บอกความจริงเรื่องแม่ของคุณ แต่มันคือแผนที่สู่ 'รอยจารึก' ที่พวกเขาตามหามาทั้งชีวิต ถ้าเราทิ้งมัน ความตายจะจบลง แต่ถ้าเราถือมันไว้ เราจะกลายเป็นเป้าหมายจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง" เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นด้านนอกของโกดัง เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ชวนให้ใจหาย รินรดารู้สึกถึงความสั่นสะเทือนบางอย่างจากพื้นปูน นิมิตวาบขึ้นในหัวของเธอ—ภาพของแม่ที่กำลังถูกล้อมในห้องมืดมิด เสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปกับความเงียบงัน และเงามืดที่ดูเหมือนจะไร้ตัวตนแต่ทรงพลังดุจปีศาจ "นั่นไม่ใช่คนธรรมดาใช่ไหม" รินรดาถาม สายตาจดจ้องที่ทางเข้ามืดสนิท "คนที่ตามเรามา... พวกเขาไม่ได้มาเพื่อจับตัวเรา แต่มาเพื่อทำลายหลักฐาน" ศิลาไม่ตอบ เขาคว้ามือเธอแน่น แรงบีบนั้นสื่อถึงความต้องการปกป้องมากกว่าคำพูดใดๆ เขาพาเธอพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างด้านหลังที่แตกละเอียด แรงกระแทกจากการลงพื้นดินโคลนทำให้รินรดาจุกจนพูดไม่ออก แต่เธอก็ฝืนวิ่งตามชายหนุ่มไปในความมืดของพงหญ้าที่สูงท่วมหัว คืนนี้ยาวนานราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด พวกเขาหลบหลีกผ่านป่ารกชัฏและถนนเส้นทางที่เงียบเชียบ ทุกครั้งที่แสงไฟจากรถยนต์สีดำสาดส่องผ่าน พวกเขาต้องหมอบราบไปกับดินโคลน กลิ่นไอของดินชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคลุ้งอยู่ในอากาศ รินรดาเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่ภาพใบหน้าของแม่ที่เลือนหายไปในนิมิตคอยกระตุ้นให้เธอก้าวต่อไป "ศิลา ดูนั่น..." รินรดาร้องเบาๆ พลางชี้ไปยังกระท่อมไม้เก่าๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งร้าง แสงไฟตะเกียงริบหรี่ลอดออกมาจากหน้าต่าง มันดูเหมือนสถานที่ที่ปลอดภัย แต่สัญชาตญาณของเธอกลับร้องเตือนถึงอันตรายที่รออยู่ข้างใน "เราไม่มีทางเลือกแล้ว ริน ลมพายุเริ่มแรงขึ้น ถ้าเราไม่อยู่ในที่กำบัง คุณจะหนาวจนช็อกไปก่อน" ศิลาตัดสินใจก้าวเข้าไปหาประตูไม้บานนั้น เขาค่อยๆ แง้มมันออกอย่างระมัดระวัง ภายในห้องนั้นไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า ทว่าบนโต๊ะไม้กลางห้อง มีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ ข้างๆ กันคือหีบไม้ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด รินรดาเดินเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอเอื้อมมือไปสัมผัสหีบนั้น ความเย็นเยียบแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจทันที "นี่มันของแม่..." เธอพึมพำ น้ำตาคลอเบ้า ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เปิดมันออก ศิลาก็คว้าไหล่เธอไว้แน่น แรงบีบนั้นรุนแรงจนเธอหันไปมองหน้าเขา และวินาทีนั้นเอง รินรดาก็ต้องชะงักงัน ศิลาไม่ได้มองไปที่ประตู เขากำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือที่เคยโอบประคองเธอกลับกำลังเลื่อนไปที่เอวเพื่อหยิบวัตถุบางอย่างออกมา และนั่นไม่ใช่ปืน... แต่เป็นตราประทับโบราณที่มีสัญลักษณ์เดียวกับที่เห็นในนิมิต "ขอโทษด้วยนะรินรดา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก "ผมไม่ได้เป็นคนช่วยคุณ... แต่ผมเป็นคนส่งคุณมาให้พวกเขาต่างหาก" ประตูไม้หลังห้องเปิดออก พร้อมกับร่างในชุดดำสามร่างที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ ทั้งหมดก้มศีรษะลงให้ศิลาอย่างนอบน้อมดุจเจ้านาย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันยาวนานไปกับรินรดาและศิลานะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมค่ะ - กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%