รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 28

หลักฐานที่สาบสูญ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นอายดินชื้นยามค่ำคืนคละคลุ้งผสมกับกลิ่นไอสนิมเหล็ก จมูกของฉันแสบเรื่อจากความกดอากาศที่กำลังแปรปรวน รอบตัวมีเพียงแสงไฟฉายดวงเล็กจากมือถือของศิลาที่สาดส่องตัดความมืดมิดของสวนรกร้างหลังคฤหาสน์ตระกูลบูรพา บริเวณนี้ถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ กิ่งก้านของต้นพญาสัตบรรณเก่าแก่แผ่กิ่งก้านสาขาคล้ายเงาอสูรกายที่พร้อมจะตะปบเหยื่อผู้บุกรุก คำพูดของชายคนนั้น... เสียงทุ้มต่ำที่ทิ้งระเบิดเวลาไว้เมื่อตอนบ่ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือประกาศิตแห่งการทำลายล้างที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ "ตรงนี้แหละครับ... เอ่อ, ตรงนี้นะคะริน" ศิลาเปลี่ยนสรรพนามกะทันหันเมื่อเห็นสีหน้าตึงเครียดของฉัน เขาชะงักมือที่ถือพลั่วเหล็กเล่มเล็กไว้ครู่หนึ่ง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นสะท้อนความห่วงใยและความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ถ้าข้อมูลในสมุดบันทึกของแม่คุณไม่ผิดเพี้ยน กล่องเหล็กใบนั้นควรจะฝังอยู่ใต้รากแก้วของต้นปีบแปลงนี้" ฉันไม่ได้ตอบคำถาม มือที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายหนาเตอะกำลังสั่นเทาเล็กน้อย ความหนาเหนอะหนะของดินร่วนปนทรายให้ความรู้สึกน่าสะอิดสะเอียนยามที่มันสัมผัสถูกปลายนิ้วผ่านเนื้อผ้า แต่ความกลัวไม่ได้มาจากความเหน็ดเหนื่อย หากแต่มันมาจากสัญชาตญาณลึกๆ ที่ร้องเตือนว่า... สิ่งที่เรากำลังขุดคุ้ยขึ้นมา อาจเป็นกล่อง Pandora ที่จะเปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล "คุณศิลา..." เสียงของฉันแหบพร่าจนแทบไม่เป็นภาษา "คุณแน่ใจเหรอคะว่าเราควรทำแบบนี้ ถ้าคนที่ส่งเสียงเตือนเราเมื่อเย็นนี้กำลังแอบมองเราอยู่ล่ะคะ?" ศ่าวางพลั่วลงชั่วคราว เขาก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือจางของเขาผสมกับกลิ่นฝนช่วยดึงสติฉันให้กลับคืนมา มืออุ่นจัดเอื้อมมาแตะที่หลังมือที่สั่นเทาของฉันเบาๆ สัมผัสที่หนักแน่นและเยือกเย็นของเขามีอำนาจประหลาดในการปลอบโยน ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย "ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ รินรดา..." ศิลาเอ่ยชื่อฉันด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง "เราก็จะไม่เหลือเวลาให้ทำอะไรอีกเลย คนที่บงการเรื่องทั้งหมดในพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ต้องการแค่ซ่อนอดีต เขาต้องการทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของแม่คุณ... และนั่นหมายถึงชีวิตของคุณด้วย" ลมหนาวพัดกรรโชกมาวูบใหญ่ ใบไม้แห้งร่วงหล่นกราวรูดราวกับธรรมชาติกำลังเร่งเร้าให้เราแข่งกับเวลา ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว ปลายพลั่วเหล็กถูกตอกลงไปในดินอีกครั้ง เสียงโลหะกระทบกับวัตถุกระด้างบางอย่างดัง *'กริ๊ง'* เบาๆ ใต้ผืนดิน หัวใจของฉันกระหน่ำเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย *"เจอแล้วค่ะ!"* ฉันอุทานออกมาเบาๆ พลางใช้มือเปล่ากอบโกยเศษดินที่กลบอยู่ด้านบนออกอย่างลุกลน จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับผิวโลหะเย็นเฉียบที่มีสนิมเกรอะกรัง กล่องเหล็กขนาดเท่าแฟ้มเอกสารปรากฏแก่สายตา มันถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกหนาหลายชั้นเพื่อป้องกันความชื้น ศิลาช่วยดึงกล่องหนักอึ้งนั้นขึ้นมาจากหลุมลึก เราทั้งคู่ทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจบนพื้นหญ้าชื้นแฉะอย่างหมดแรง ฉันใช้มีดพกขนาดเล็กกรีดพลาสติกที่ห่อหุ้มอยู่ออกอย่างระมัดระวัง กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกาลเวลาที่ล่วงเลยมากว่าสิบปีโชยแตะจมูกทันทีที่ฝากล่องถูกงัดเปิดออก ภายใต้แสงไฟฉาย เอกสารนับร้อยแผ่น ภาพถ่ายเก่าๆ และสมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิทนอนนิ่งอยู่ภายในนั้น ฉันหยิบสมุดบันทึกเล่มคุ้นตาขึ้นมา มือเรียวเปิดพลิกหน้ากระดาษที่เหลืองกรอบด้วยความทะนุถนอม ภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงหล่นลงมาบนตักของฉัน มันคือภาพถ่ายของแม่ในชุดสีขาวสะอาดตา กำลังยืนยิ้มอยู่หน้าห้องจัดแสดงนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์แห่งเดิม แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึกจนเกือบหยุดเต้น คือเงาสะท้อนในกระจกด้านหลังของแม่... เงาร่างของชายผู้หนึ่งที่ฉันจำใบหน้าของเขาได้แม่นยำ แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานนับสิบปีก็ตาม! เขาคือคนเดียวกับที่ยืนอยู่มุมมืดในห้องทำงานของฉันเมื่อคืนก่อน และเขาคนนั้น... คือคนสนิทที่อยู่เคียงข้างผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน "ศิลา ดูนี่..." ฉันเงยหน้าขึ้นเพื่อจะส่งหลักฐานชิ้นสำคัญให้ชายหนุ่มดู แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว ศิลาไม่ได้นั่งอยู่ข้างกายฉันอีกแล้ว แสงไฟฉายจากมือถือของเขาถูกวางทิ้งไว้บนพื้นดิน ส่องลำแสงพุ่งตรงไปที่ความมืดเบื้องหน้า เผยให้เห็นรองเท้าหนังขัดเงาคู่หนึ่งที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากเราไม่ถึงสามก้าว ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเรียวขาและลำตัวของบุคคลปริศนาที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อแสงไฟสลัวสะท้อนเข้ากับใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของศิลา—ไม่ใช่ศิลาผู้ชายอบอุ่นและเป็นห่วงเป็นใยคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นศิลาคนใหม่... ผู้ชายที่กำลังยืนมองฉันด้วยสายตาเรียוניนไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่อยู่ในกำมือ "เก่งมากครับ รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากของเขา "คุณช่วยขุดมันขึ้นมาให้ผม... ได้ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะครับ" โลกทั้งใบคล้ายหมุนเคว้งคว้าง สติสัมปชัญญะของฉันหลุดลอยเมื่อตระหนักได้ว่า... หลุมศพที่เรากำลังขุดเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่การตามหาหลักฐานที่สาบสูญ แต่มันคือการขุดหลุมฝังศพให้กับตัวเราเองต่างหาก! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความลับนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%