"ถ้าคุณยังไม่อยากให้ของรักชิ้นสุดท้ายของแม่ต้องกลายเป็นเศษกระเบื้อง ก็กรุณาถอยห่างจากเรื่องที่พิพิธภัณฑ์คืนนี้เสียเถอะค่ะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นก้องอยู่ในความมืดสนิท รินรดาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางสั่นสะท้านภายใต้ผ้าคลุมไหล่ผืนบาง เธอไม่ได้เปิดไฟ เพราะมั่นใจว่าตนเองล็อคประตูห้องพักอย่างแน่นหนาแล้ว แต่ทว่า กลิ่นยาสูบราคาแพงที่อบอวลอยู่ในอากาศกลับย้ำเตือนว่ามีผู้บุกรุกที่เหนือกว่ากำลังจ้องมองเธออยู่
เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืดมิดในห้องนั่งเล่น ก่อนจะเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังของเธอ เขาคือ 'คุณวิชัย' นักสะสมวัตถุโบราณผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว และในมือของเขา... กำลังควงสร้อยข้อมือทองคำโบราณที่เป็นของดูต่างหน้าเพียงชิ้นเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้เธอ
"คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง" รินรดาถาม เสียงของเธอแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่พยายามสะกดไว้
วิชัยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นบาดลึกราวกับใบมีด "กฎหมายอาจจะมีไว้ควบคุมคนธรรมดา แต่มันไร้ความหมายสำหรับคนที่ถือครองประวัติศาสตร์ รินรดา... เธอเป็นแค่เด็กสาวที่เดินหลงเข้ามาในเขาวงกตที่มองไม่เห็น พ่อของเธอเคยทำพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง อย่าทำให้ตัวเองต้องซ้ำรอยเดิมเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นเลย"
รินรดาขยับตัวช้าๆ มือของเธอเอื้อมไปที่สวิตช์ไฟข้างตัวอย่างหมายมั่น แต่ทันใดนั้น ศิลาที่ควรจะอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กลับก้าวพรวดออกมาจากเงามืดหลังประตูระเบียง เขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่แววตาของเขากลับดูดุร้ายและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"วางของชิ้นนั้นลงเสียคุณวิชัย" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลัง "นี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย ถ้าคุณยังไม่อยากให้ 'บันทึก' ของคุณถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ รินรดารู้สึกเหมือนมีคลื่นพลังงานแปลกประหลาดแผ่ออกมาจากสร้อยข้อมือในมือวิชัย ภาพนิมิตสีแดงฉานค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวของเธอ—ภาพของใครบางคนที่นอนจมกองเลือดบนพื้นหินอ่อนของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้... และคนคนนั้นสวมแหวนที่มีตราสัญลักษณ์เดียวกับที่ติดอยู่บนปกเสื้อของวิชัย
"ศิลา... หยุดเถอะ" รินรดาพึมพำขณะมือสั่นเทา เธอเริ่มมองเห็นภาพบางอย่างซ้อนทับขึ้นมา มือของวิชัยที่จับสร้อยข้อมือนั้นกำลังแตะเข้ากับไอความเย็นที่ไหลออกมาจากตัววัตถุ
วิชัยชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาเปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นความระแวง เขาโยนสร้อยข้อมือลงบนโต๊ะกลางเสียงดังเคร้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "พวกเธอคิดว่ารู้ความจริงแล้วงั้นรึ? ความจริงน่ะ มันเน่าเฟะยิ่งกว่าศพที่ถูกฝังลืมเสียอีก"
เขาก้าวเดินตรงมาหารินรดา หยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นยาสูบฉุนกึกทำให้เธอแทบหยุดหายใจ เขาก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกชัน "เช็คอีเมลของเธอในอีกสิบนาทีข้างหน้า แล้วเธอจะรู้ว่า ทำไมแม่ของเธอถึงต้องตาย และทำไมคนอย่างฉัน... ถึงเป็นคนเดียวที่เธอควรจะก้มหัวให้"
ทันทีที่เขาก้าวพ้นประตูห้องออกไป รินรดาก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ศิลาปราดเข้ามาประคองเธอไว้แน่น แต่เธอกลับปัดมือเขาออก แววตาที่จ้องมองไปยังหน้าจอแล็ปท็อปที่สว่างวาบขึ้นมาโดยอัตโนมัติของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาสั่นเทาเกินกว่าจะแตะต้องมัน ศิลาเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปคลิกเปิดข้อความนั้นเอง และเมื่อไฟล์แนบในเมลถูกเปิดออก สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ใช่เอกสารลับ แต่เป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่ถ่ายไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน... รูปถ่ายที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
คนในรูปกำลังยืนอยู่ในพิพิธภัณฑ์กลางดึก รอบกายมีหยดเลือดกระเซ็นเป็นทางยาว และบุคคลที่กำลังเงื้อมีดสั้นเล่มเดียวกับที่รินรดาเคยเห็นในนิมิต... ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน แต่เป็น 'ศิลา' ในวัยหนุ่มที่หน้าตาไม่ได้เปลี่ยนไปจากปัจจุบันแม้แต่น้อย
"นี่มัน... เรื่องโกหกใช่ไหม" รินรดาหันไปมองคนข้างกายด้วยสายตาที่แตกสลาย ในขณะที่ศิลาทำเพียงแค่มองหน้าจอด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วหันกลับมาสบตากับเธอพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งของความมืด
กำมะหยี่สีแดงขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมๆ กันนะคะ
รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 18
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!