"บอกมาซะว่าเธอเอาตำราเวทระดับสามไปซ่อนไว้ที่ไหน ยัยเด็กกวนประสาท!"
เสียงตะคอกแหบพร่าดังสะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบๆ หลังเขตการค้าของเมืองเริ่มต้น กลิ่นอับชื้นของเศษซากวัตถุดิบเวทมนตร์และคราบน้ำมันเครื่องผสมปะปนกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาลง บรรยากาศรอบด้านเงียบเชียบเนื่องจากเป็นมุมอับสายตาที่ผู้เล่นทั่วไปมักมองข้าม ร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดเกราะหนังย้อมสีเข้มกำลังยืนล้อมรอบเด็กสาวคนหนึ่งไว้ตรงกลาง
ชายคนหัวหน้าที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านสันจอกำลังง้างดาบสั้นในมือขึ้นเตรียมขู่บังคับ ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ร่างของเด็กสาวที่ควรจะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว กลับยืนกอดอกพิงผนังอิฐสีหม่นอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตใต้ปีกหมวกเวทมนตร์สีดำสนิทมองผู้เล่นระดับสูงทั้งสามราวกับกำลังพิจารณาตัวอย่างทดลองในห้องแล็บที่น่าเบื่อหน่าย
เอลีน่าแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ริมฝีปากสีพีชเอื้อนเอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"พวกคุณนี่ความอดทนต่ำกว่าที่ฉันคาดไว้เสียอีกนะ... ไล่ตามฉันมาสามสี่บล็อกถนนเพื่อจะแย่งไอเทมขยะชิ้นเดียวเนี่ยนะ รู้สึกเสียเวลาชีวิตแทนที่จะเอาเวลาไปฟาร์มเลเวลบ้างหรือเปล่าครับ เอ้ย... หรือว่าสมองของพวกคุณถูกเซ็ตค่ามาให้มีความจุแค่เรื่องปล้นคนอื่นไปวันๆ กันแน่นะ"
ประโยคยียวนประสาทนั้นทำให้เส้นเลือดข้างขมับของหัวหน้าแก๊งปูดโปนขึ้นมาทันที
"ปากดีนักนะมึง! อยากลองลิ้มรสความเจ็บปวดในเกมจนกว่าเกจความเจ็บจะแตะร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไงวะ จัดการมัน!"
สิ้นเสียงคำราม ดาบสั้นในมือของชายคนแรกพุ่งตรงเข้ามาด้วยทักษะ [แทงทะลวง] ความเร็วสูง แสงสีฟ้าจางๆ ห่อหุ้มคมดาบเพื่อเพิ่มทะลุทะลวงเกราะป้องกัน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมดาบกำลังจะเฉียดผ่านผิวแก้มของเอลีน่า ร่างของเธอกลับเบี่ยงหลบไปด้านข้างเพียงครึ่งก้าวอย่างนิ่มนวล ราวกับเธอสามารถคำนวณวิถีและองศาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ล่วงหน้าก่อนที่เขาจะลงมือเสียอีก
*ฉับพลัน!*
เอลีน่าไม่ได้ใช้คถาเวทมนตร์ในการป้องกันตัว เธอยื่นปลายนิ้วเรียวเล็กออกไปแตะเข้าที่จุดข้อต่อหัวเข่าของชายผู้บุกรุกเบาๆ ทว่ากลับมีตัวเลขความเสียหายสีแดงฉานพุ่งขึ้นมาบนหัวของเขา—[Critical! 120] พร้อมกับสถานะ [ขัดขวางการเคลื่อนไหว] ที่ทำงานทันทีโดยไม่มีเสียงร่ายเวทมนตร์ใดๆ ทั้งสิ้น
ชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ขาทั้งสองข้างแข็งค้างจนไม่สามารถขยับได้
"บ้านน่า... ยัยนี่ไม่ได้ถือคทาเวท แล้วใช้สกิลอะไรวะ!" ลูกน้องคนที่สองสบถลั่นด้วยความตกใจ รีบง้างขวานศึกขนาดกลางเหวี่ยงเข้าใส่เพื่อหมายจะช่วยเพื่อน
ในมุมมืดห่างออกไปไม่ไกลนัก คายน์ซึ่งยืนพิงเสาไม้เก่าๆ สังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะเพื่ออำพรางใบหน้า ดวงตาคู่คมภายใต้เงาหมวกกวาดสายตามองการเคลื่อนไหวทั้งหมดด้วยสมาธิที่แน่วแน่ เขาวิเคราะห์รูปแบบการโจมตีของกลุ่มนักล่าหัวขโมยกลุ่มนี้อย่างเงียบเชียบ ระบบเกมนี้ถูกออกแบบมาให้อิสระสูงมาก ค่าสถานะความเสียหายไม่ได้ขึ้นอยู่กับเลเวลหรืออาวุธระดับสูงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "จุดตายทางกายวิภาค" ที่ผู้เล่นค้นพบและลงมือโจมตีได้อย่างแม่นยำ
และเอลีน่า... กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นั้นอย่างสมบูรณ์แบบ
"อย่าประมาทสิครับ... จังหวะเมื่อกี้ นายก้าวเท้าขวาเหลื่อmเกินไป ทำให้แรงเหวี่ยงจากขวานลดลงสามสิบเปอร์เซ็นต์นะ" เอลีน่าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย้าแห้ง ขณะที่ร่างบางหมุนตัวหลบคมขวานที่หวาดเสียวได้อย่างฉิวเฉียด เธอก้าวเท้าเหยียบลงบนด้ามขวานที่ปักค้างอยู่บนพื้นดินชั่วเสี้ยววินาที ใช้มันเป็นจุดหมุนเพื่อส่งแรงถีบเข้าที่หน้าอกของชายคนที่สองอย่างแม่นยำ
*ตู้ม!* แรงกระแทกส่งร่างหนากระเด็นไปกระแทกกับกองลังไม้จนแตกกระจาย ไอเทมขยะกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
หัวหน้าแก๊งที่เหลืออยู่คนเดียวหน้าซีดเผือด เขามองลูกน้องสองคนที่นอนหมดสภาพโดยที่ยังไม่ทันได้สร้างรอยขีดข่วนให้เป้าหมายด้วยซ้ำ ความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ผู้เล่นหญิงตัวคนเดียวไร้อาวุธเวทมนตร์ เหตุใดจึงมีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดที่เหนือชั้นราวกับผู้เล่นอาชีพสายลับระดับท็อปของเซิร์ฟเวอร์เช่นนี้
"แก... แกเป็นใครกันแน่ เป็นบอสลับของเควสต์เร้นลับหรือไงวะ!" หัวหน้าแก๊งตะโกนเสียงสั่น เท้าถอยหลังกรูด
เอลีน่าแย้มยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาส่องประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายคนนั้นทีละก้าวอย่างเชื่องช้า "ฉันก็แค่... จอมเวทฝึกหัดที่เกลียดพวกไม่มีมารยาทก็เท่านั้นเองครับ... อ่า ขอโทษที ติดสำนวนมาจากแถวนี้แหละนะ"
ในจังหวะที่หัวหน้าแก๊งกำลังจะเงื้อดาบเฮือกสุดท้ายเพื่อยอมตายเอาดาบหน้า ร่างเงาสوสง่าของชายหนุ่มในชุดคลุมช่างตีดาบก็ก้าวออกมาจากมุมมืดอย่างเงียบเชียบ มือหนาเอื้อมไปจับที่ด้ามจับประแจเหล็กขนาดใหญ่ที่เหน็บไว้ข้างเอว แล้วเหวี่ยงมันกระแทกเข้ากับพื้นถนนเบาๆ
*เคร้ง!* เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะเทือนทำให้พื้นที่รอบบริเวณสั่นสะเทือนเล็กน้อย ดึงดูดความสนใจของทุกคนในตรอกให้หันมามองเป็นตาเดียว
คายน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเอลีน่า แววตาเยือกเย็นภายใต้ฮู้ดกวาดมองผู้เล่นทั้งสามด้วยความนิ่งสงบ ทว่ากดดันจนฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"การรังแกผู้เล่นที่ไม่มีอาวุธ... ดูท่าทางสมาคมของพวกนายคงไม่ได้อบรมเรื่องมารยาทพื้นฐานในโลกเสมือนจริงสินะครับ" คายน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยจิตสังหารจางๆ ที่ถูกควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
หัวหน้าแก๊งกัดฟันกรอด มองหน้าคายน์สลับกับเอลีน่า "แกเป็นใคร ยุ่งอะไรด้วยวะ! พวกเรากำลังเคลียร์ธุระกับยัยนี่อยู่!"
"ธุระที่ว่า... คือการรุมผู้เล่นหญิงสามต่อหนึ่งเพื่อแย่งไอเทมสินะครับ" คายน์ปรายตามองเศษกระดาษตำราเวทที่ตกอยู่บนพื้น "ช่างเป็นวิธีหาเงินที่น่าสมเพชเสียจริง... ถ้าอยากได้ตำราเล่มนั้นนัก ทำไมไม่ลองใช้สมองศึกษาดูว่ามันสร้างขึ้นมาจากแร่ชนิดใด แล้วใช้ฝีมือของตัวเองหามาดูล่ะครับ"
"แก!... หนอยแน่ คิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ถึงมาสั่งสอนพวกกู!" หัวหน้าแก๊งทนความอัปยศไม่ไหว ง้างดาบพุ่งเข้าใส่คายน์ด้วยความแค้นเคืองสุดขีด
คายน์ถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้ชักอาวุธชั้นยอดออกมา เพียงแค่ยกประแจเหล็กในมือขึ้นตั้งรับวิถีดาบอย่างมั่น
*เปร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดของตรอกแคบ แรงกระแทกจากการรับดาบทำให้แขนของหัวหน้าแก๊งชาหนึบจนดาบแทบหลุดมือ คายน์ใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลัก หมุนข้อมือพลิกประแจเหล็กกระแทกเข้าที่ด้ามดาบจนหลุดกระเด็นลอยเคว้งไปปักอยู่บนผนังปูน
ก่อนที่ชายคนนั้นจะทันได้ตั้งตัว คายน์ก้าวประชิดตัวด้วยความเร็วสูง มือซ้ายคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นมาจนเท้าลอยจากพื้น ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"จำไว้นะครับ... ฝีมือที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนหรือความโกงของไอเทม แต่--วัดกันที่ความเข้าใจในระบบที่พวกนายมองข้ามต่างหาก"
คายน์สะบัดมือปล่อยร่างนั้นร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันไปสบตากับเอลีน่าที่ยืนยิ้มกริ่มรออยู่ก่อนแล้ว
"นายมาช้าไปสองวินาทีนะ คายน์... เกือบจะจัดการคนสุดท้ายเสร็จอยู่แล้วเชียว" เอลีน่าเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงติดตลก
"ผมต้องตรวจดูความปลอดภัยรอบด้านก่อนต่างหากครับ... ว่าแต่ ตำราเล่มนั้นน่ะ ได้อะไรมาบ้างล่ะ?" คายน์ถามพร้อมกับก้มลงหยิบม้วนกระดาษเวทมนตร์เก่าๆ ที่หล่นอยู่ขึ้นมาพิจารณา
เมื่อสัมผัสโดนผิวสัมผัสของกระดาษ แสงสีทองจางๆ ก็พลันเรืองแสงขึ้นรอบตัวของคายน์และเอลีน่า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของทั้งคู่โดยพร้อมเพรียงกันอย่างไม่คาดฝัน
*[ระบบตรวจพบเงื่อนไขลับสมบูรณ์]*
*[ท่านได้รับไอเทมเควสต์ระดับ SSS: "ตำราผนึกพันธสัญญาแห่งบรรพกาล"*]
*[คำเตือน: การเปิดใช้งานตำราเล่มนี้ จะดึงดูด "ภัยพิบัติ" จากผู้ดูแลระบบเงา ให้ตามล่าท่านจนกว่าจะสิ้นสุดภารกิจ]*
*กรุณากดติดตามตอนต่อไปเพื่อร่วมลุ้นชะตากรรมของทั้งคู่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่สนับสนุน "ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม" เสมอมานะครับ!*
ช่างตีดาบไร้ชื่อกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 2
จอมเวทที่ไม่มีอาวุธ
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้ชื่อกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
