เศษเหล็กขึ้นสนิมสีแดงคล้ำชิ้นนั้นร่วงกระทบพื้นหินแตกๆ เกิดเสียงก้องกังวานทึบตัน—เสียงที่สะท้อนถึงความไร้ค่าและจุดจบอันน่าสมเพช
"หมดประโยชน์แล้ว... คายน์ นายเข้าใจภาษามนุษย์ไหมวะ"
แรงกระแทกจากรองเท้าบูทหุ้มเกราะเหล็กนาบลงบนแผ่นเหล็กกล้าชั้นดีที่เพิ่งถูกตีขึ้นรูปจนเสียทรง รอยบุบยุบลงไปครึ่งนิ้วคือเครื่องหมายประทับตราความล้มเหลวที่ตอกย้ำให้รู้ว่า หยาดเหงื่อและความเหนื่อยยากตลอดสามวันที่ผ่านมาไม่มีความหมายอันใดเลยในสายตาของกิลด์ *‘อัสนีทมิฬ’*
คายน์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ปลายนิ้วมือสากกร้านที่มีรอยแผลพุพองจากการจับค้อนและสัมผัสความร้อนนับพันองศา ยังคงนิ่งสนิทอยู่บนทั่งตีเหล็กสีดำสนิท เขากำลังใช้ผ้าเนื้อหยาบเช็ดคราบเขม่าควันสีเทาออกจากใบมีดสั้นเล่มหนึ่งอย่างเบามือ ราวกับว่าเหล็กกล้าตรงหน้าคือผลงานศิลปะชิ้นเอก หาใช่เศษขยะตามคำสบประมาทของชายร่างใหญ่ที่ยืนค้ำหัวอยู่
กลิ่นอับชื้นของเขตสลัมรอบนอกเมืองหลวงอาร์เคเดียลอยอวลปะปนกับกลิ่นคาวสนิมและกลิ่นไหม้ของถ่านหิน ที่นี่คือ 'เขตทิ้งขยะ' โซน 7 ของเกม *Aethelgard Online* แพลตฟอร์ม VRMMO เต็มรูปแบบที่ประชากรนับล้านกำลังไขว่คว้าหาชื่อเสียงและความมั่งคั่ง ทว่าสำหรับกิลด์ใหญ่แล้ว สถานที่แห่งนี้เป็นเพียงจุดทิ้งขยะเปียก—ที่ซึ่งพวกเขาใช้โยนทิ้งทั้งไอเทמהพังๆ และแรงงานชั้นต่ำที่หมดอายุการใช้งาน
"นายเงียบแบบนี้หมายความว่าไงวะ, คายน์?" บารอน หัวหน้าหน่วยเสบียงของกิลด์อัสนีทมิฬ เตะก้อนถ่านหินกระเด็นด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าบูดบึ้งภายใต้หมวกเกราะเหล็กบิดเบี้ยวด้วยความดูแคลน "หัวหน้ากิลด์อนุมัติงบซื้อแร่มาทุ่มให้พวกรักษาฐานอย่างนายตั้งสัปดาห์ละสามสิบเหรียญทอง ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไรวะ? ดาบระดับกลางเกรด C สามเล่ม กับมีดหักๆ พวกนี้เนี่ยนะ? แกมันก็แค่พวกขยะไร้พรสวรรค์ที่เกาะกิลด์แดกไปวันๆ!"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากลูกน้องอีกสองคนที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้ผุๆ ของโรงตีเหล็ก พวกเขามองดูสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยสายตังรังเกียจ พื้นดินเฉอะแฉะ เครื่องมือขึ้นสนิม และเตาหลอมที่ไร้ซึ่งพลังเวทมนตร์คอยควบคุมอุณหภูมิ ทุกอย่างในที่แห่งนี้สะท้อนความยากจนข้นแค้น
คายน์ค่อยๆ วางผ้าเช็ดลงบนโต๊ะไม้ เสียงลมหายใจของเขาแผ่วเบาและสม่ำเสมอ จนกระทั่งเขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสนิมเหล็กคู่นั้นสะท้อนภาพของกลุ่มคนตรงหน้า—นิ่งสงบ เยือกเย็น ไร้ซึ่งประกายความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความน้อยเนื้อต่ำใจ
"ถ้าการตีอาวุธระดับ C สามเล่มในเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมงโดยใช้แร่เหล็กเกรดต่ำที่ปะปนเศษหินครึ่งต่อครึ่ง... คือความไร้พรสวรรค์ในสายตาของนายล่ะก็" คายน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก "งั้นฉันก็คงต้องบอกว่า นายกำลังใช้สายตาของคนตาบอดมาประเมินคุณค่าของช่างตีเหล็ก"
"แกกว่าไงนะไอ้สวะ!" บารอนหน้าดำคร่ำเครียด ชักดาบออกจากฝักพุ่งเข้าจ่อที่ลำคอของคายน์ทันที คมดาบอาบด้วยประกายประจุไฟฟ้าสีฟ้าอ่อน—ทักษะ [Spark Blade] ระดับ 3 ที่สร้างความเสียหายธาตุสายฟ้าได้ถึงสี่สิบหน่วย
ทว่า คายน์ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม สายตาจับจ้องไปยังคมดาบที่ห่างจากหลอดลมเพียงไม่ถึงเซนติเมตร สมองของเขาทำงานด้วยความรวดเร็วรากับกลไกนาฬิกาจักรกลชั้นยอด: *ความเร็วในการชักดาบ 0.4 วินาที, มุมองศาการแทงเอียง 15 องศา, การกระจายตัวของมานาที่ปลายดาบไม่เสถียรเนื่องจากเกราะอกน้ำหนักเกิน... นี่คือจุดอ่อนของมือสมัครเล่นที่คิดว่าตัวเองเก่งกาจ*
"ถ้าฆ่าฉันตอนนี้ ในระบบบันทึกของกิลด์ นายจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายของวัตถุดิบที่เหลือมูลค่าห้าเหรียญทอง" คายน์กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่น้ำหนักคำพูดกลับเฉียบคมราวกับใบมีด "และที่สำคัญ... หัวหน้าของพวกนาย 'เรย์การ์ด' คงไม่ชอบใจนักหรอก ที่เห็นเงินลงทุนสูญเปล่าไปกับการระบายอารมณ์อย่างไร้เหตุผลของลูกน้อง"
มือของบารอนชะงักกึก ประจุไฟฟ้าที่ปลายดาบกระพริบสองสามครั้งก่อนจะมอดดับลง เขาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน เรย์การ์ดขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและผลประโยชน์เป็นอันดับหนึ่ง ใครก็ตามที่ทำลายทรัพย์สินกิลด์โดยใช่เหตุย่อมต้องชดใช้สาสม
บารอนสะบัดดาบเก็บเข้าฝักด้วยความแค้นเคือง พล L ถ่มน้ำลายลงบนพื้นใกล้เท้าของคายน์
"จำใส่กะโหลกไว้ซะ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป สัญญาจ้างระหว่างกิลด์อัสนีทมิฬกับแกเป็นโมฆะ! ไม่มีแร่ ไม่มีเบี้ยเลี้ยง และไม่มีการคุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้นในเขตสลัมนี้ ไสหัวไปซะ! ถ้าพรุ่งนี้ฉันยังเห็นหัวแกนั่งขูดสนิมอยู่แถวนี้ ฉันจะให้คนมาพังโรงตีเหล็กโทรมๆ นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
สิ้นคำประกาศิต ทั้งสามคนก็หันหลังเดินจากไป เสียงหัวเราะเยาะเย้ยและเสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ เลือนหายไปในสายหมอกยามเย็นของเขตทิ้งขยะ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความมืดสลัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา
คายน์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขาหยิบมีดสั้นเล่มที่เพิ่งเช็ดทำความสะอาดเมื่อครู่ขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง แสงไฟสีส้มสลัวจากเตาหลอมที่ใกล้ดับมอดสะท้อนลงบนเนื้อเหล็ก เผยให้เห็นลวดลายอักขระลับที่สลักไว้ด้วยความประณีตบรรจง—ลวดลายที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นสนิมปลอมๆ ที่เขาจงใจเคลือบไว้เพื่อตบตากรรมการตรวจรับของกิลด์
ระบบเกม *Aethelgard Online* ไม่ได้วัดคุณค่าของไอเทมจากภายนอก ระบบการตีเหล็กขั้นสูงที่เขาค้นพบจากการวิเคราะห์โค้ดดิ้งเบื้องหลังของเกมนี้ ระบุไว้ชัดเจนว่า *'อาวุธที่แท้จริงจะตื่น ็ขึ้นเมื่อผ่านการขัดเกลาจากจิตวิญญาณของผู้ใช้ หาใช่จากความหรูหราของวัตถุดิบ'*
มีดสั้นเล่มนั้นไม่ใช่เกรด C อย่างที่บารอนเข้าใจ... แต่มันคือไอเทมระดับ Rarity: Unique ที่มีอัตราการดรอปหรือสร้างขึ้นน้อยกว่า 0.01%
"โง่เขลาเสียจริง..."
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความขี้เล่นดังขึ้นจากมุมมืดของห้องตีเหล็ก ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาไม้ เอลีน่าปลดฮู้ดออกเผยให้เห็นเรือนผมสีเงินยาวสลวยและดวงตาสสีม่วงประกายที่จ้องมองมาด้วยความขบขัน เธอย่อตัวลงพิงสะโพกกับโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือวิสาสะ
"ปล่อยให้พวกมันดูถูกอยู่ได้ตั้งนาน ตั้งใจจะเก็บอาการเป็นพระเอกผู้ถูกรังแกไปถึงไหนกันคะ... อ๊ะ ขอโทษที ติดปากไปหน่อย ฉันหมายถึง 'ไปถึงไหนกันครับ' ต่างหาก" จอมเวทสาวหัวเราะคิกคัก พลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนทั่งตีเหล็กเบาๆ
คายน์เหลือบมองเธอนิ่งๆ ก่อนจะวางมีดสั้นลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ
"คุณไม่ควรมาที่นี่ เอลีน่า เขตนี้อันตรายเกินไปสำหรับตัวละครสายเวทที่ใส่ไอเทมเลเวล 1"
"โอ้ พูดจาเป็นห่วงเป็นใยกันด้วยหรือนี่" เอลีน่าอมยิ้ม ดวงตาสีม่วงพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ฉันไม่ได้เดินเตะฝุ่นมามือเปล่านะคะท่านช่างตีดาบผู้สูงส่ง... ฉันไปสืบข่าวมาจากหอคอยเวทมนตร์กลางเมืองมาแล้ว พวกกิลด์อัสนีทมิฬกำลังเตรียมแผนการใหญ่ พวกมันกว้านซื้อแร่ทังสเตนบริสุทธิ์ไปทั้งหมดเพื่อจะใช้หลอมอาวุธสำหรับงานประลองชิงป้อมปราการในอีกสามวันข้างหน้า"
คายน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ทังสเตนบริสุทธิ์? แร่ชนิดนั้นมีจุดหลอมเหลวสูงถึงสามพันองศา เตาหลอมเวทมนตร์ระดับกลางของกิลด์ไม่มีทางทนความร้อนนั้นได้นานเกินสิบนาทีหรอก พวกมันกำลังเอาเงินไปละลายเล่นชัดๆ"
"ถูกต้องค่ะ!" เอลีน่าปรบมือเบาๆ ด้วยความชื่นชม "และนั่นคือเหตุผลที่ฉันมาหาคุณ... เพราะพวกมันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องกลับมาคุกเข่าขอร้องให้ 'ช่างตีดาบไร้ชื่อ' คนนี้ช่วยแก้ปัญหาให้"
"ผมไม่มีทางช่วยกิลด์ที่ขับไล่ผมหรอก" คายน์ตอบเสียงแข็ง ทว่าแววตากลับฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด
"ใครบอกว่าให้ไปช่วยพวกมันล่ะคะ?" เอลีน่าโน้มตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเธอห่างจากเขาเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรป่าลอยแตะจมูก "ฉันหมายถึง... เรามาเปิดร้านแข่งกับพวกมันดีไหมคะ? ใช้โรงตีเหล็กโทรมๆ นี่แหละ เป็นจุดเริ่มต้นของการล้างบางตลาดอาวุธของอาร์เคเดียล"
คายน์มองจอมเวทสาวผู้นำพาความวุ่นวายมาสู่ชีวิตเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากตอบ ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ เสียงหอนของสุนัขป่าดิจิทัลจากตรอกซอกซอยด้านนอกเงียบเสียงลงสนิท ราวกับโลกทั้งใบถูกกดปุ่มหยุดเวลา
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นตรงหน้าของคายน์และเอลีน่า ตัวอักษรสีทองอร่ามค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวกลางอากาศ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าของพวกเขาทั้งสองคนจนแทบทรุด
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการปลุกชีพของ 'บอสลับแห่งเขตทิ้งขยะ' — ผู้ตีเหล็กแห่งพันธสัญญาโบราณ 'โวลคาร์' ได้ตื่นจากการหลับใหลแล้ว]
[เงื่อนไขภารกิจลับ (Hidden Quest) ถูกกระตุ้น: 'ทายาทแห่งค้อนเพลิงทมิฬ' ระดับความยาก: SSS]
[คำเตือน: ผู้เล่น 'คายน์' ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดสิทธิ์ขาดเพียงคนเดียว ท่านมีเวลา 10 วินาทีในการยอมรับหรือปฏิเสธ ก่อนที่โรงตีเหล็กแห่งนี้จะถูกทำลายจนไม่เหลือซาก...]
[...]
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับบทเรียนแห่งเหล็กและไฟนี้นะครับ
ช่างตีดาบไร้ชื่อกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 1
โรงตีเหล็กในเขตทิ้งขยะ
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้ชื่อกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
