ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 12

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นกำยานไม้กฤษณาในห้องลับใต้ดินอบอวลจนน่าเวียนหัว ทว่าไป๋ลี่หลินกลับยืนนิ่งดุจรูปสลัก ดวงตาหงส์คู่งามหรี่ลงเล็กน้อยยามจ้องมองถ้วยชาที่วางอยู่เบื้องหน้า บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งสีเข้มนั้นมีเพียงความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศ ทว่าในความเงียบกลับเต็มไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะกรีดลงบนคอหอยของใครก็ตามที่ประมาท “ท่านคิดหรือว่า แผนการตื้นๆ เช่นนี้จะทำให้ข้าหวั่นเกรงได้?” น้ำเสียงของลี่หลินราบเรียบ ทว่าทรงพลังดั่งระฆังทองที่ถูกเคาะเบาๆ ในโถงกว้าง นางค่อยๆ ขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไป๋ลี่อินเห็นแล้วต้องรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง ฝั่งตรงข้าม องค์ชายรองผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มทว่าแววตากลับซ่อนความอำมหิตไว้มิดชิด ขยับกายเข้าใกล้โต๊ะมากขึ้น “ฮูหยินเอก... ท่านเป็นสตรีที่ฉลาดปราดเปรื่อง แต่ความฉลาดมักนำพาภัยมาสู่ตัวเสมอ หากท่านยอมดื่มชาถ้วยนี้แต่โดยดี ข้าจะให้ท่านจากไปโดยไม่ทรมาน นี่คือความเมตตาประการเดียวที่ข้าจะมอบให้ได้” ไป๋ลี่อินที่นั่งอยู่ข้างกายองค์ชายรองแค่นหัวเราะเสียงแหลม แววตาของนางสะท้อนความสะใจอย่างไม่อาจปิดมิด “ท่านพี่... ในเมื่อท่านชอบเล่นบทผู้กอบกู้เสียเต็มประดา ก็จงยอมรับชะตากรรมที่ท่านเลือกเองเถิด ฤทธิ์ยา ‘ร้อยวิญญาณสลาย’ นี้ จะทำให้ท่านกลายเป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้ลมหายใจ ก่อนที่ท่านจะได้เห็นข้าก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่ท่านเคยครอบครองด้วยความอัปยศ!” ไป๋ลี่หลินไม่ได้ตอบโต้วาจา นางเพียงแค่หยิบเข็มเงินเล่มบางออกมาจากแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ท่าทางของนางสงบนิ่งราวกับกำลังจิบชาในสวนดอกไม้ ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับความตาย “เจ้าคิดว่า ‘ร้อยวิญญาณสลาย’ คือพิษร้ายกาจที่สุดที่ข้าเคยพบเจอหรือ?” ลี่หลินเอ่ยถามพลางจ่อปลายเข็มลงไปในถ้วยชา น้ำในถ้วยเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำทันทีที่เข็มสัมผัส “หากเจ้าได้ศึกษาตำราแพทย์ที่ข้าเคยรจนาบ้าง แทนที่จะมัวแต่หาวิธีฆ่าผู้อื่น เจ้าคงจะรู้ว่าพิษชนิดนี้มีวิธีแก้ที่ง่ายดายเพียงใด” นางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูห้องลับก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของทหารองครักษ์ชุดดำนับสิบชีวิตที่ล้อมรอบทั้งสองคนไว้แน่นหนา! องค์ชายรองผุดลุกขึ้นทันที ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด “เจ้า! เจ้าแอบวางสายลับไว้ในจวนของข้าตั้งแต่เมื่อใด!” “การเล่นหมากกระดานนี้ องค์ชายอาจจะเดินหมากได้รวดเร็ว แต่ท่านลืมไปว่าข้าคือนักวางหมากที่อยู่เหนือกระดานมานานแล้ว” ลี่หลินลุกขึ้นยืน ร่างระหงในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด “ท่านใช้ไป๋ลี่อินเป็นเหยื่อล่อข้ามาที่นี่ เพื่อจะกักขังและทรมาน... ทว่าท่านลืมสังเกตไปหรือว่า เหตุใดทหารองครักษ์ที่เฝ้าหน้าประตูจึงเงียบกริบจนน่าประหลาด?” ไป๋ลี่อินหน้าถอดสี รีบคว้ามีดสั้นออกมาหมายจะพุ่งเข้าหาลี่หลิน ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ก้าวข้ามธรณีประตู ร่างของนางกลับทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีดำคล้ำเริ่มไหลซึมออกมาจากมุมปาก “เจ้า... เจ้าวางยาข้าตั้งแต่เมื่อไหร่!” ไป๋ลี่อินแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดขณะพยายามตะเกียกตะกาย ลี่หลินก้มลงมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เย็นชาไร้ความสงสาร “ตั้งแต่ตอนที่เจ้าเดินเข้ามาในห้องนี้ กลิ่นกำยานที่เจ้าพยายามจะจุดเพื่อทำลายสมาธิข้า แท้จริงแล้วคือตัวทำละลายพิษที่เจ้าหยิบติดมือมาจากจวนตนเอง... เจ้าช่างเป็นคนโง่เขลาที่หยิบอาวุธร้ายมาฆ่าตนเองโดยไม่รู้ตัว” องค์ชายรองเริ่มโซเซ เขาพยายามดึงกระบี่หมายจะสังหารลี่หลินเป็นครั้งสุดท้าย แต่ทว่าแขนขาของเขากลับไร้เรี่ยวแรง ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น “ท่านอ๋อง...” องค์ชายรองพึมพำอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นเงามืดที่คุ้นเคยในชุดเกราะสีนิลก้าวเข้ามาจากเงามืดด้านหลัง “ท่าน... ท่านก็อยู่ในแผนการนี้ด้วยหรือ?” เซียวจ้านถิงก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างกายลี่หลิน แววตาของเขาคมกริบดุจพญาอินทรี เขากวาดสายตามองทั้งสองด้วยความรังเกียจก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้น้ำค้างแข็งตัว “แผนซ้อนแผนที่เจ้าพยายามจะทำลายเมียข้า... ช่างเป็นความพยายามที่น่าสมเพชเสียจริง” ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะจบลงด้วยชัยชนะของลี่หลิน พลันเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นจากเพดานเหนือศีรษะ! ฝุ่นควันตลบอบอวลพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษลึกลับในชุดดำสนิทที่พุ่งตรงลงมายังจุดที่ลี่หลินยืนอยู่! เซียวจ้านถิงตวัดกระบี่รับการจู่โจมอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของลี่หลินกระตุกวูบไม่ใช่การลอบสังหารนี้ ทว่ากลับเป็นวัตถุชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากตัวนักฆ่า—มันคือตราประทับประจำตัวที่นางคิดว่าถูกทำลายไปพร้อมกับความตายในชาติก่อน! ตราประทับนั้นมีรอยเลือดที่ยังคงสดใหม่ และบนกระดาษที่แนบมาด้วยกลับมีลายมือที่นางจำได้ขึ้นใจ... ลายมือของ ‘ผู้ที่ควรจะตายไปแล้ว’ ตั้งแต่การย้อนเวลากลับมาครั้งแรก! “นี่มันหมายความว่าอย่างไร...” ลี่หลินพึมพำขณะมองตราประทับนั้นด้วยความสั่นเทา ในความสับสนงุนงงนั้นเอง นักฆ่าคนดังกล่าวก็หัวเราะออกมาเสียงแหลมสูงก่อนจะกดกลไกบางอย่างที่ข้อมือ ร่างของเขาระเบิดออกเป็นควันไฟทิ้งไว้เพียงประโยคที่ดังก้องอยู่ในความว่างเปล่า “ฮูหยินเอก... ท่านย้อนเวลากลับมาได้เพียงคนเดียวเท่านั้นหรือ? ลองคิดดูให้ดีเถิดว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังมิตินี้ตั้งแต่วันแรก!” ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านมรสุมชีวิตไปกับไป๋ลี่หลินนะคะ... มนตรากรรมสะท้อน
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
แผนซ้อนแผน — ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น | yayni