“ใต้เท้าอวี้ ท่านยังยืนยันอีกหรือว่าสมุดบัญชีเล่มนี้เป็นเพียง ‘บันทึกค่าใช้จ่ายส่วนตัว’ ในเมื่อตราประทับของคลังหลวงยังประทับอยู่บนหน้ากระดาษที่คัดลอกด้วยลายมือของท่านเอง?”
สุ้มเสียงของไป๋ลี่หลินดังกังวานก้องท้องพระโรง น้ำเสียงของนางเรียบเรื่อยทว่ากดดันดุจภูผาทับถม แววตาคมกริบดุจอาญาสิทธิ์กวาดมองไปที่แม่ทัพอวี้เหวินฮ่าว ซึ่งบัดนี้ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งดั่งพยัคฆ์กลับซีดเผือดราวกับคนตาย
บรรยากาศในท้องพระโรงเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเหล่าขุนนาง ฮ่องเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร พระเนตรดุจเหยี่ยวจ้องมองสมุดบัญชีที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอมเบื้องหน้าด้วยแววพระเนตรที่อ่านไม่ออก ทว่ารังสีอำมหิตที่แผ่ออกมานั้นเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนในที่นั้นรู้สึกราวกับอากาศหายใจกำลังถูกสูบสิ้นไป
“ท่านบังอาจกล่าวหาแม่ทัพใหญ่ด้วยพยานหลักฐานเท็จเช่นนี้เชียวหรือ ไป๋ลี่หลิน!” ไป๋ลี่อินก้าวออกมาข้างหน้า ร่างระหงในอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองดูโดดเด่นทว่าสั่นเทา นางพยายามเค้นน้ำเสียงให้มั่นคง ทว่าความหวาดกลัวในแววตาไม่อาจหลบพ้นสายตาของสตรีที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งอย่างลี่หลินได้
ลี่หลินแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อยทว่าเย็นชาถึงกระดูก “พยานหลักฐานเท็จงั้นหรือ? น้องหญิง... เจ้าแน่ใจหรือว่าสิ่งนี้คือของเท็จ ในเมื่อข้าเป็นคน ‘จัดเตรียม’ มันมากับมือเพื่อส่งมอบให้แก่ท่านอ๋องด้วยตนเอง”
เซียวจ้านถิงที่ประทับอยู่เคียงข้างบัลลังก์ก้าวออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาสีรัตติกาลเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขามองไปที่อวี้เหวินฮ่าวด้วยความรังเกียจที่มิได้ปิดบัง “แม่ทัพอวี้ การทุจริตเสบียงทหารในช่วงที่ชายแดนกำลังวิกฤต มิใช่เพียงการโกงกินเงินหลวง แต่คือการทรยศต่อแผ่นดินและชีวิตของทหารกล้านับหมื่น ท่านมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่ หรือจะรอให้ข้าสั่งโบยจนกว่าปากของท่านจะยอมเปิดออก?”
อวี้เหวินฮ่าวตัวสั่นเทิ้ม เขาไม่คิดว่าสตรีที่เคยเชื่อฟังเขาอย่างว่าง่าย จะกลายเป็นมัจจุราชที่ถือดาบมาปลิดชีพเขาถึงกลางท้องพระโรง เขาหันไปมองฮ่องเต้หวังจะอ้อนวอน ทว่าแววตาของฮ่องเต้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ฝ่าบาท... หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! นาง... นางเป็นคนทำบัญชีนี้ขึ้นมาเพื่อกำจัดหม่อมฉัน!” อวี้เหวินฮ่าวตะโกนเสียงหลง ล้มลงกราบแทบพระบาท
ลี่หลินก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายของนางดุจดอกเหมยท่ามกลางหิมะ แต่สำหรับคนตระกูลอวี้ กลิ่นหอมนี้กลับเป็นกลิ่นอายแห่งความตาย “ท่านแม่ทัพ หากบัญชีนี้เป็นของปลอม เหตุใดรอยตราประทับจึงเป็นของกรมคลังชุดเก่าที่ถูกทำลายไปเมื่อสามปีก่อนเล่า? หรือว่าท่านจะบอกว่า ตราที่ควรจะถูกทำลายไปแล้วนั้น ยังคงนอนนิ่งอยู่ในห้องลับใต้ดินของจวนท่านได้?”
คำถามนั้นดุจสายฟ้าฟาด อวี้เหวินฮ่าวชะงักงันจนพูดไม่ออก ความจริงที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดถูกขุดรากถอนโคนขึ้นมาวางบนฝ่ามือของนางอย่างง่ายดาย
“ไป๋ลี่หลิน! เจ้ามันปีศาจ!” ไป๋ลี่อินกรีดร้องด้วยความสติแตก นางพุ่งตัวเข้าหาลี่หลินหมายจะใช้เล็บจิกข่วน ทว่าก่อนที่นางจะเข้าใกล้ ร่างสูงใหญ่ของฉินอ๋องก็ขวางหน้าไว้ พร้อมกับดาบที่แตะลงที่ลำคอระหงของนางอย่างแผ่วเบาแต่กดลึกจนเลือดซึม
“ในท้องพระโรง ผู้ใดบังอาจกำเริบเสิบสาน” สุ้มเสียงทุ้มต่ำของเซียวจ้านถิงทรงพลังจนไป๋ลี่อินเข่าทรุด
ลี่หลินเดินผ่านร่างของน้องสาวต่างมารดาไปช้าๆ นางก้มลงกระซิบข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวแต่บาดลึกถึงวิญญาณ “ในชาติก่อน เจ้าใช้ความเมตตาของข้าเป็นเครื่องมือทำลายข้า... มาในชาตินี้ จงดูให้ดีเถิดว่าความแค้นที่สั่งสมมานานนับปี จะเปลี่ยนชีวิตเจ้าให้กลายเป็นเศษธุลีได้อย่างไร”
ฮ่องเต้ทรงลุกขึ้นยืนด้วยความพิโรธ ทรงปัดสมุดบัญชีนั้นลงจากโต๊ะ “อวี้เหวินฮ่าว ถอดเครื่องยศของเจ้าออกเสีย! คุมตัวไปรอรับโทษที่คุกหลวง ส่วนใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง... ขุดรากถอนโคนให้สิ้น!”
เสียงขานรับของทหารองครักษ์ดังก้องไปทั่ว หญิงสาวตระกูลอวี้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันร้องไห้ระงม ทว่าลี่หลินกลับยืนนิ่งสงบ ดวงตาของนางสะท้อนภาพความล่มสลายของตระกูลที่เคยเหยียบย่ำนางราวกับฝุ่นใต้ฝ่าเท้า
ทว่าในขณะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะจบลงด้วยชัยชนะของนาง เสียงปรบมือแผ่วเบาดังมาจากเงามืดหลังม่านปักด้านข้างบัลลังก์ ฮ่องเต้หันไปมองด้วยความตกใจ ขณะที่เซียวจ้านถิงชักดาบออกมาทันควัน
ร่างในอาภรณ์สีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากครึ่งซีกเผยให้เห็นเพียงริมฝีปากที่ยกยิ้มเหยียดหยาม “ตระกูลอวี้เป็นเพียงหมากตัวแรกที่ทิ้งไป... ไป๋ลี่หลิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเปิดโปงครั้งนี้จะทำให้เจ้าปลอดภัย?”
บุคคลนั้นหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วขว้างมันลงบนพื้นต่อหน้าลี่หลิน “ลองอ่านดูเถิด... ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลงนามในเอกสารการค้าอาวุธเถื่อนฉบับจริง ซึ่งตอนนี้กำลังส่งตรงไปยังชายแดนที่ท่านอ๋องของเจ้ากำลังคุมทัพอยู่”
ลี่หลินก้มลงมองจดหมายฉบับนั้น ลายมือที่ปรากฏบนกระดาษทำให้ลมหายใจของนางกระตุกวูบ มันไม่ใช่ลายมือของอวี้เหวินฮ่าว... แต่มันคือลายมือของตัวนางเอง ในยุคสมัยที่นางยังมิได้เกิดใหม่!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงติดตามเส้นทางแห่งความแค้นและการทวงคืนอำนาจในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ... มนตรากรรมสะท้อน
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 16
กระแสลมพลิกผัน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!