โลหิตอุ่นร้อนหยดลงบนหลังมือที่สั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะพิษร้ายในกายของเซียวจ้านถิงกำลังกัดกินเส้นชีพจรจนถึงขีดสุด
ภายในถ้ำศิลาอันอับชื้น แสงจากคบเพลิงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้ซีดเซียวดั่งคนตาย ไร้ซึ่งความองอาจเยือกเย็นเช่นยามปกติ มีเพียงลมหายใจที่กระชั้นถี่และเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้า ไป๋ลี่หลินขบกรามแน่น นางกดปลายนิ้วฝังเข็มเงินลงบนจุดชีพจร 'สือเอ้อร์ซู' กลางแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเลือดจากการต่อสู้เมื่อครู่
"อดทนหน่อยเพคะ... หากท่านอ๋องทรงหมดสติไปตอนนี้ พิษกู่หนอนพันศักษ์จะลุกลามเข้าสู่หัวใจ"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่มือที่กำลังหมุนเข็มเงินกลับมั่นคงและแม่นยำยิ่ง ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนแผ่นหลังกำยำที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เซียวจ้านถิงพลันสะท้านเฮือก ร่างกายที่เคยแข็งดั่งหินผาเกร็งตึงขึ้นมาทันที ดวงเนตรคมกلاบที่มักทอดมองโลกด้วยความเหยียดยหยัน ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ เพ่งมองสตรีตรงหน้าที่กำลังทุ่มเทชีวิตเพื่อยื้อแย่งเขามาจากเงื้อมมือมัจจุราช
ดวงตาคู่นั้น... ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง หรือความหวาดกลัวต่ออำนาจของฉินอ๋องเช่นสตรีอื่น มีเพียงความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว และประกายแสงบางเบาที่ยากจะหยั่งถึง
"เจ้า... ทำไมถึงต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าขนาดนี้"
เสียงแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน ร่างกายที่สั่นเทาด้วยพิษไข้ไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย เซียวจ้านถิงเอื้อมมือหนาขึ้นหมายจะคว้าข้อมือนาง แต่ไป๋ลี่หลินกลับเบี่ยงกายหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสะบัดเข็มเงินเล่มสุดท้ายปักลงที่จุดตานเถียนเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของพิษ
"หม่อมฉันไม่ได้เสี่ยงชีวิตเพื่อท่านอ๋องเพคะ" ลี่หลินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "หม่อมฉันทำเพื่อลมหายใจของตนเองต่างหาก หากท่านอ๋องสิ้นพระชนม์ที่นี่ แผนการทั้งหมดของหม่อมฉันที่จะลากคอคนทรยศลงมาจากบัลลังก์ย่อมพังทลายลงไปด้วย... ท่านอ๋องคือหมากตัวสำคัญที่สุดในกระดานนี้ หม่อมฉันไม่มีทางยอมให้พระองค์ตายง่ายๆ เป็นอันขาด"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้ความเยินยอ ทำให้มุมปากหยักลึกของเซียวจ้านถิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันจางๆ
ในโลกที่รายล้อมไปด้วยผู้คนที่เข้าหาเขาด้วยผลประโยชน์ การประจบสลาบ หรือความหวาดกลัว สตรีตรงหน้ากลับกล้าประกาศต่อหน้าเขาอย่างไม่กลัวตายว่าเขามีค่าเป็นเพียง 'หมากตัวหนึ่ง' ในเกมการแก้แค้นของนาง ทว่า... หัวใจที่ด้านชาและเต้นช้าลงทุกทีของเขากลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความอบอุ่นจางๆ จากปลายนิ้วที่แตะต้องผิวเนื้อ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจีนที่ลอยละล่องอยู่ราวกับเครื่องหอมชั้นดี กลับหลอมละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขามาเนิ่นนานทีละน้อย
"เจ้าช่าง... ใจกล้าเสียจริง"
เซียวจ้านถิงแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะสำรอกโลหิตสีดำคล้ำออกมาอีกคำโต ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงพิงกับผนังถ้ำอย่างหมดแรง ไป๋ลี่หลินเห็นดังนั้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวก็ฉายแววไหววูบเพียงชั่วพริบตา นางรีบขยับเข้าไปใกล้ ใช้แขนเรียวประคองร่างหนักอึ้งนั้นไว้ไม่ให้ล้มลงกระแทกพื้น ขอบเสื้อคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองของเขาเปรอะเปื้อนคราบเลือดจนอับชื้น แต่นางไม่ได้นึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
มือบางควานหาขวดกระเบื้องเคลือบสีชาในอกเสื้อ เทเม็ดโอสถสีมรกตกลิ่นฉุนออกมาก่อนจะยัดใส่ปากเขาอย่างไม่เกรงใจ "กลืนลงไปเพคะ! นี่คือยาสลายโลหิตพิษ แม้จะเจ็บปวดเจียนตายแต่จะช่วยขับพิษออกจากหัวใจ"
เซียวจ้านถิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขมฝาดและความเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาในอก แต่เขากลับยอมทำตามโดยดี ดวงตายังคงจับจ้องใบหน้างามที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของนางไม่วางตา ในยามวิกฤตเช่นนี้... นางไม่ได้ทอดทิ้งเขา ไม่ได้หนีเอาตัวรอดตามลำพัง ทั้งที่ในฐานะ 'ฮูหยินตระกูลอวี้' หรืออดีตภรรยาของแม่ทัพอวี้เหวินฮ่าว นางมีโอกาสที่จะเลือกเส้นทางอื่นที่ปลอดภัยกว่ามาก
"หากข้าตายไปจริงๆ... แผนการของเจ้าล่ะ จะทำอย่างไรต่อ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝนตกกระหน่ำอยู่ภายนอกถ้ำ
ไป๋ลี่หลินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตทอประกายล้ำลึก นางก้มลงมองใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียวแต่ยังคงความดุดันของบุรุษผู้กุมอำนาจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ
"ถ้าท่านตาย... หม่อมฉันก็จะใช้มือคู่นี้ สับกระดูกคนพวกนั้นทีละชิ้นด้วยตนเองเพคะ"
คำกล่าวที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น กลับทำให้เซียวจ้านถิงระบายยิ้มออกมาอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาหัวเราะออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังแผ่ซ่านเข้ามาในอก ความรู้สึกที่ว่า... ต่อให้ต้องตกนรกหมกไหม้ร่วมกับสตรีผู้นี้ เขาก็ยิน1ดีที่จะดึงนางเข้าสู่อ้อมแขนและปกป้องนางจากทุกสิ่ง
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ความตึงเครียดจากความเป็นความตายค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่เงียบเชียบและลึกซึ้ง
เซียวจ้านถิงเอื้อมมือที่สั่นเทาออกไป แตะลงบนแก้มเนียนนุ่มที่มีคราบเขม่าควันจางๆ ของไป๋ลี่หลินอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว สัมผัสนั้นอบอุ่นและหนักแน่น จนทำให้นางถึงกับลมหายใจสะดุด ดวงตาประสานกันในระยะประชิด ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำศิลา มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นระรัวแข่งกับสายฝนด้านนอก
ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของลี่หลินเริ่มสั่นคลอนภายใต้ความจริงใจที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากเยือกเย็นของเขา เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากก็บุกรุกเข้ามาตัดผ่านความเงียบสงบ!
แสงคบเพลิงสว่างวาบขึ้นที่ปากถ้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของบุรุษที่นางจดจำได้ไม่มีวันลืม—เสียงของอวี้เหวินฮ่าว อดีตสามีผู้โหดเหี้ยม ที่นำกองกำลังตามล่าพวกเขากล้ามาถึงที่นี่!
และก่อนที่ลี่หลินจะได้ตั้งตัว เซียวจ้านถิงกลับคว้าข้อมือนางกระชากเข้าหาอกอย่างแรง พร้อมกับชักกระบี่ประจำกายขึ้นชี้ตรงไปที่ปากถ้ำด้วยประกายตาดุดันดุจพญาอินทรีผู้บาดเจ็บที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้เป็นชิ้นๆ!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านมรสุมความแค้นมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ... มนตรากรรมสะท้อน
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 15
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!