ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 17

การหย่าร้างที่สะใจที่สุด

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
ความเงียบงันภายในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพในยามนี้ ไม่ใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความนิ่งงันก่อนที่พายุใหญ่จะพัดถอนรากถอนโคนทุกสิ่ง ปลายพู่กันขนกระเรียนหิมะร่วงหล่นกระทบโต๊ะไม้หอมฉาน เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความอ้างว้างในจิตใจ ลี่หลินก้มลงมองจดหมายฉบับนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลายมือที่ปรากฏบนกระดาษทำให้ลมหายใจของนางกระตุกวูบ มันไม่ใช่ลายมือของอวี้เหวินฮ่าว... แต่มันคือลายมือของตัวนางเอง ในยุคสมัยที่นางยังมิได้เกิดใหม่! กระดาษแผ่นบางที่บรรจุถ้อยคำอ้อนวอนอันโง่เขลา ช่างบาดลึกดั่งคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจ แววตาของนางที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว บัดนี้กลับไหววูบด้วยประกายเพลิงแห่งความชิงชังที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง นางหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวน ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง—ดวงตาทั้งสองข้างกลับมาเยือกเย็น ดุจน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตให้แหลกสลายคามือ "ฮูหยิน... ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วเจ้าค่ะ" เสียงของสาวใช้คนสนิทดังขึ้นอย่างหวาดหวั่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาประชิดหน้าประตู ม่านมุกถูกปัดออกด้วยมือหนาของบุรุษผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นสามี อวี้เหวินฮ่าวในชุดเกราะสนามเต็มยศ ใบหน้าคมคายฉายแววเหนื่อยล้าเจือความเย่อหยิ่ง ทว่าเมื่อกวาดสายตามาเห็นร่างระหงของภรรยาที่ยืนนิ่งสงอยู่เบื้องหน้า เขากลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ "ลี่หลิน เหตุใดยังไม่พักผ่อน เจ้ามาทำอะไรในห้องหนังสือนี่" น้ำเสียงของอวี้เหวินฮ่าวเจือความห่างเหินและรำคาญใจอย่างไม่คิดปิดบัง ราวกับนางเป็นเพียงสิ่งของประดับจวนที่เกะกะสายตา ลี่หลินไม่ตอบคำถาม นางเพียงแต่ปรายตามองบุรุษผู้เคยร่วมหมอนเคียง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบาราวกับภาพลวงตา นางค่อยๆ เลื่อนกระดาษแผ่นนั้นไป1วาบบนโต๊ะ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนดูแคลนของเขา "ท่านแม่ทัพอ่านดูเสียหน่อยสิคะ... ว่าลายมืออันน่าสมเพชนี้ ท่านยังจำได้หรือไม่ว่ามันมาจากซอกหลืบใดในความทรงจำอันมืดบอดของท่าน" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังจนทำให้อวี้เหวินฮ่าวชะงักไปชั่วขณะ เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะ หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ครั้นกวาดสายตาผ่านตัวอักษร สีหน้าของอวี้เหวินฮ่าวก็เปลี่ยนสีทันที จากความรำคาญกลายเป็นความตกตะลึง และแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกจนเก็บอาการไม่อยู่ "เจ... เจ้า... ได้สิ่งนี้มาจากไหน!" "สำคัญด้วยหรือคะว่าข้าได้มาจากที่ใด สิ่งที่สำคัญกว่าคือ... บัดนี้ละครฉากนี้สมควรแก่เวลาอวสานเสียที" ลี่หลินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แขนเสื้อกว้างโบกสะบัดอย่างสง่างาม นางหยิบม้วนกระดาษอีกฉบับที่เตรียมไว้ออกมาจากอกเสื้อ ม้วนผ้าแพรสีขาวสะอาดตาที่เขียนด้วยลายมือตวัดเฉียบคม ปรากฏต่อหน้าทุกคนในห้องโถงที่เริ่มทยอยก้าวเข้ามามุงดูด้วยความตื่นตระหนก รวมถึงไป๋ลี่อินน้องสาวต่างมารดาผู้ซ่อนรอยยิ้มกระหายเลือดไว้ภายใต้ใบหน้าตื่นตระหนกปลอมๆ นั้นด้วย "นี่คือ... หนังสือหย่า" ลี่หลินประกาศกร้าว เสียงของนางก้องกังวานไปทั่วห้องโถง ไร้ซึ่งความสั่นเครือ ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ทำเอาทุกคนถึงกับลมหายใจสะดุด "ลี่หลิน! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!" อวี้เหวินฮ่าวตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "สตรีแต่งเข้าย่อมเป็นคนของตระกูลอวี้ จะคิดหย่าร้างตามอำเภอใจได้อย่างไร! เจ้าคิดว่าจวนแม่ทัพเป็นโรงเตี๊ยมหรือ นึกจะเข้าจะออกก็ทำได้ตามใจชอบรึ!" "ตระกูลอวี้หรือคะ?" ลี่หลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบเสียจนผู้ฟังรู้สึกสันหลังวาบ "ตระกูลที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของข้า ตระกูลที่ใช้เลือดเนื้อและหยาดเหงื่อของตระกูลไป๋เพื่อไต่เต้าสู่อำนาจ ตระกูลที่ต่ำทรามจนแม้แต่ความเป็นมนุษย์ก็ยังไม่หลงเหลือ... ข้า 'ไป๋ลี่หลิน' ขอประกาศ ณ วินาทีนี้ ตัดขาดความสัมพันธ์และสกุลอวี้อย่างเป็นทางการ!" สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด การประกาศตัดขาดตระกูลและหย่าร้างกลางหน้าจวนเช่นนี้ เท่ากับการตบหน้าตระกูลอวี้และราชสำนักฉาดใหญ่ เป็นการกระทำที่หาญกล้าและเดิมพันด้วยชีวิต! ไป๋ลี่อินที่ยืนหลบอยู่มุมเสรีรีบพุ่งเข้ามาแสร้งบีบน้ำตา "พี่หญิงเจ้าคะ ท่านพูดจาเหลวไหลอะไรกัน ท่านพี่รักท่านมากนะเหตุใดจึงทำร้ายจิตใจเข่นนี้ ท่านทำเช่นนี้ตระกูลไป๋ของเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!" ลี่หลินหันขวับไปมองน้องสาวต่างมารดา แววตาดุจคมมีดกรีดแทงจนไป๋ลี่อินต้องชะงักฝีเท้า ถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "เจ้า... เจ้ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นทำไม..." ลี่หลินเค้นเสียงถามด้วยรอยยิ้มเย็น "น้องรอง... เจ้ายังคงเล่นละครตบตาเก่งกาจไม่เปลี่ยน" ลี่หลินก้าวเข้าไปหาช้าๆ กดดันด้วยรัศมีอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "แต่เสียดาย... ละครฉากนี้ ไม่มีใครยอมเป็นตัวตลกให้พวกเจ้าเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว!" ปั๊ง! เสียงกระแทกประตูใหญ่หน้าจวนดังสนั่นหวั่นไหว ตัดจังหวะความวุ่นวายภายในห้องโถงให้หยุดชะงักลงทันที ทหารองครักษ์ในชุดเกราะสีดำสนิทประดับตราสัญลักษณ์มังกรทะยานฟ้าก้าวเท้าเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง แหวกทางให้บุรุษผู้หนึ่งก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ฉินอ๋อง เซียวจ้านถิง... เสด็จมาถึงท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน! พระองค์ทรงแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อยอย่างมีความหมาย ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีทอดพระเนตรตรงมายังร่างของลี่หลินที่ยืนถือหนังสือหย่าอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะตรัสด้วยพระสุระเสียงทุ้มนุ่มที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนว่า "เช่นนั้น... พระชายาของเปิ่นหวางทรงจัดการเรื่องในบ้านเสร็จสิ้นแล้วกระนั้นหรือ?" *** "มนตรากรรมสะท้อน" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับถ้อยคำแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%