กลิ่นกำยานลาเวนเดอร์เจือจางในตำหนักอักษรบูรพาไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศคุกกรุ่นตรงหน้าผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าในมือของไป๋ลี่หลินยังคงนิ่งค้างเหนือกระดาษเซวียนจื่อแผ่นบาง รอยหมึกสีดำสนิทหยดลงบนเนื้อกระดาษอย่างเชื่องช้า ราวกับเวลาถูกบีบให้เดินช้าลงเพื่อเค้นเอาลมหายใจของผู้ที่อยู่ในห้องนี้ทีละนิด
"ตราประทับของแม่ทัพชายแดน… ถูกซ่อนไว้ในเรือนพักของข้าอย่างนั้นหรือเพคะ องค์ชายสามช่างสรรหาข้อกล่าวหาที่ประณีตยิ่งนัก"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเจือรอยยิ้มหยันที่มุมปากเล็กน้อย ดวงตาคู่หงส์เงยขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบขององค์ชายสามที่ยืนกรานยิ้มเยาะอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงเกล็ดน้ำแข็งเกาะตัวในอากาศ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีนิลปักลายมังกรทองของเซียวจ้านถิง หรือฉินอ๋อง กลับก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายกดดันอันเยือกเย็นและดุร้ายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนองค์ชายสามต้องชะงักฝีเท้า
"ที่ตำหนักของเปิ่นหวาง (เรา) ไม่มีที่ว่างให้สุนัขตัวใดเข้ามาตรวจค้นตามอำเภอใจ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงด้วยคมมีดที่พร้อมเชือดเฉือนลำคอผู้บังอาจได้ทุกเมื่อ เซียวจ้านถิงเหลือบสายตาคมกริบมองตราประทับโลหะที่อยู่ในมือขันทีหลวง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "อีกอย่าง… ของชิ้นนั้นฝุ่นยังไม่ทันจับด้วยซ้ำ คงเพิ่งถูกนำไปวางไว้เมื่อยามสามกระมัง?"
องค์ชายสามหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังฝืนแย้มพระoษฐ์ "เสด็จอาทรงปกป้องคนเกินไปแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ หลักฐานคาตาเช่นนี้ หรือว่าท่านอ๋องจะมีส่วนรู้เห็นในสาส์นลับฉบับนั้นด้วย?"
"หากท่านอยากรื้อค้นเรือนของชายาในอนาคตของเปิ่นหวางนัก..." ฉินอ๋องก้าวเข้าไปประชิดองค์ชายสามทีละก้าว บังคับให้อีกฝ่ายต้องถอยร่นด้วยแรงกดดันมหาศาล "เปิ่นหวางจะพาพวกท่านไปค้นด้วยตนเองทีละซอกมุม แต่หากไม่พบสิ่งที่ท่านกราบทูล... เตรียมหัวของพวกท่านไว้ชดใช้ความบังอาจนี้ด้วย!"
บรรยากาศในวังหลวงเงียบงันลงทันตาเห็น ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ขันทีที่ถือถาดตราประทับยังตัวสั่นเทา ไป๋ลี่หลินมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดปกป้องนางในยามวิกฤต หัวใจที่เคยด้านชากลับไหววูบคล้ายผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความเสน่หาชั่ววูบ หากแต่เป็นเกมการเมืองที่เดินหมากร่วมกันอย่างแนบเนียน
ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ เรือนพักส่วนAในของฉินอ๋อง แสงตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าเรียบนิ่งของไป๋ลี่หลิน นางกำลังใช้เข็มเงินเขี่ยเศษขี้ผึ้งที่ติดอยู่กับตราประทับโลหะชิ้นนั้นอย่างระมัดระวัง
"เจ้าพบอะไร?" เซียวจ้านถิงเอ่ยถาม พลางรินชาร้อนส่งให้นาง
"ขี้ผึ้งชนิดนี้ไม่ใช่ของที่ใช้ทั่วไปในกองทัพชายแดนเพคะ..." ลี่หลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายคมกล้า "มันคือขี้ผึ้งกลิ่นดอกกุ้ยฮวาป่า ซึ่งมีเพียงสำนักช่างฝีมือหลวงในเขตบูรพาเท่านั้นที่ใช้ และคนที่คุมคลังวัสดุนั้น... คือตระกูลอวี้เหวินของอดีตสามีข้า"
มุมปากของฉินอ๋องยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น "ดูเหมือนสุนัขจนตรอกพวกนั้นเริ่มร้อนรนจนเดินหมากพลาดแล้ว การตายของครอบครัวเจ้าในอดีต… มีเบื้องหลังเชื่อมโยงกับกลุ่มกบฏที่ลักลอบค้าอาวุธกับแคว้นเป่ยหลิวสินะ"
"ใช่เพคะ" ไป๋ลี่หลินกำเข็มเงินในมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด ความแค้นที่ฝังรากลึกในอกแผดเผาขึ้นมาอีกครั้ง "ในอดีตพวกมันใส่ร้ายบิดาว่าสมคบคิดกับกบฏเพื่อฮุบ
อำนาจและทรัพย์สินของตระกูลไป๋ ชาตินี้... ข้าจะกระชากหน้ากากพวกมันออกมาทีละคน เริ่มจากไป๋ลี่อินน้องสาวผู้แสนดีของข้า"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่ร่างในชุดดำจะคุกเข่าลงด้วยความร้อนรน "กราบทูลท่านอ๋อง พระชายา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฮูหยินรองไป๋ลี่อินเข้าเฝ้าไทฮองไทเฮา และกราบทูลว่าพระชายามีความสัมพันธ์ลับกับแม่ทัพชายแดนผู้ล่วงลับ บัดนี้มีพระราชโองการด่วนให้ควบคุมตัวพระชายาไปสอบสวนที่ตำหนักในทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจ้านถิงหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง ทว่าไป๋ลี่หลินกลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางวางเข็มเงินลงช้าๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมจัดอาภรณ์ให้เรียบร้อย ใบหน้างามเผยรอยยิ้มเยือกเย็นราวนางพญา
"ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมใหญ่ถึงเพียงนี้..." ไป๋ลี่อินหันไปสบตากับฉินอ๋อง แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "เราก็ควรไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่พวกมันจัดเตรียมไว้ให้เสียหน่อยเพคะ"
เซียวจ้านถิงแค่นหัวเราะต่ำในลำคอ ยื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียอบางของนางไว้แน่น "ถ้าเช่นนั้น… เปิ่นหวางจะไปเป็นเพื่อนเจ้า ถอนรากถอนโคนพวกมันในคราวเดียว"
ทว่า ขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวออกจากตำหนัก เสียงกงของขันทีหลวงก็ดังขึ้นระรัว พร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของไทเฮาที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด พร้อมกับราชสำนักชุดใหญ่ที่ปิดล้อมตำหนักไว้จนมิดชิด และในมือของขันทีเฒ่าผู้นั้น… คือถาดไม้ที่วางจอกสุราสีเขียวมรกตส่งกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ...
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและร่วมทวงคืนความแค้นไปพร้อมกับลี่หลินนะคะ หวังว่าทุกท่านจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 20
สืบสาวราวเรื่อง
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!