ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 19

อารักขาจากพยัคฆ์

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
เสียงสะบัดปลายกระบี่บาดผ่านมิติอากาศจนเกิดเสียงหอนแหลมคม คือคำตอบเดียวที่ไป๋ลี่หลินมอบให้แก่คมมีดอาบยาพิษที่พุ่งตรงมายังหว่างคิ้วของนาง ท่ามกลางความโกลาหลในงานเลี้ยงชมบุปผา ณ อุทยานหลวง กลีบดอกโบตั๋นสีชาดถูกแรงปะทะจากวิชาตัวเบาพัดจนปลิวว่อนดั่งหิมะโลหิต ร่างระหงของไป๋ลี่หลินในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองลายหงส์เหินถอยหลังสามก้าวอย่างมั่น ดวงตาคู่คมกริบดั่งนิลกาฬของนางมิได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเยียบเย็นที่สะท้อนภาพของไป๋ลี่อิน น้องสาวต่างมารดาผู้กำลังยืนปิดปากกรีดร้องด้วยความตกใจจอมปลอม นางแสดงละครได้แนบเนียนสมบทบาทคุณหนูผู้บอบบาง ทว่าแววตาที่เหลือบมองมากลับเต็มไปด้วยความสมเพชและคาดหวังให้ความตายมาเยือนพี่สาวต่างมารดาผู้นี้เสียที "บังAญยิ่งนัก!" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายใน1หุบเขาลึกดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ แรงกดดันมหาศาลจากลมปราณระดับปรมาจารย์แผ่ซ่านกดทับบดขยี้ทุกสรรพสิ่งจนเหล่าขุนนางและคุณหนูในงานต่างทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นโดยมิอาจต้านทาน เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านหน้าพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิราวกับสายฟ้าแลบ ก่อนที่คมกระบี่สีนิลกาฬจะตวัดปักเข้าที่กลางอกของมือสังหารที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ โลหิตสีดำสนิททะลักรดพรมหญ้าเขียวขจี ร่างนั้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นไร้ลมหายใจในชั่วพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ท่ามกลางความตื่นตระหนก ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยด้ายไหมเงินยวงก้าวพระบาทเข้ามาทีละน้อย ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยอำนาจและกลิ่นอายความตายที่ไม่อาจหาญกล้าผู้ใดสบตา เซียวจ้านถิง... ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้ายแห่งแคว้น ปรายพระเนตรมองซากศพครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนพระพักตร์มาหยุดอยู่ที่สตรีผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง ไป๋ลี่หลินย่อกายถวายพระพรตามธรรมเนียมด้วยความนุ่มนวล ทว่าแผ่นหลังของนางยังคงเหยียดตรงอย่างมีศักดิ์ศรี นางสัมผัสได้ถึงสายตาคู่คมที่กวาดสำรวจเรือนร่างของนางตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายรองเท้า เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ เกิดขึ้นบนผิวเนื้อของนาง "เจ้าบาดเจ็บหรือไม่..." สรับสำเนียงนั้นมิได้ตรัสถามลอยๆ ทว่าแฝงความห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน พระองค์ยื่นพระหัตถ์หนาออกไปหมายจะประคองร่างบาง ทว่าชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อทรงตระหนักถึงสายตาของผู้คนนับร้อยที่กำลังจ้องมองอยู่ "ทูลฉินอ๋อง หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ ขอบพระทัยที่ทรงเมตตา" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสบประสานกับนัยน์ตาพยัคฆ์ของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ท่าทีสนิทสนมเกินงามนี้ตกอยู่ในสายตาของแม่ทัพอวี้เหวินฮ่าว อดีตสามีผู้ทะเยอทะยาน เส้นเลือดที่ขมับของเขาปูดโปนขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวและหึงหวง แม้เขาจะหย่าขาดกับนางแล้วเพื่อแต่งตั้งให้ไป๋ลี่อินขึ้นเป็นฮูหยินเอกแทน ทว่าลึกๆ ในใจ เขากลับยอมรับไม่ได้ที่เห็นสตรีที่เคยหมอบกราบแทบเท้าตน กลับอาจหาญไปยืนเคียงข้างบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินเช่นฉินอ๋อง "ฉินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ..." อวี้เหวินฮ่าวฝืนก้าวออกมารั้งสติ พยายามบังคับน้ำเสียงให้มั่นคง "สตรีผู้นี้เป็นเพียงบุตรสาวขุนนางตกอับ ทั้งยังมีอดีตมัวหมอง เกรงว่าจะไม่คู่ควรให้พระองค์ต้องทรงใส่พระทัยถึงเพียงนี้พ่ะย่ะค่ะ อีกทั้ง... นางอาจมีส่วนพัวพันกับกลุ่มกบฏมือสังหารเมื่อครู่ก็เป็นได้" สิ้นคำพูดนั้น อากาศรอบกายก็พลันหนาวเหน็บลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว เซียวจ้านถิงมิได้ทอดพระเนตรมองอวี้เหวินฮ่าวแม้แต่หางพระเนตร พระองค์ทรงแค่นพระสรวลเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนแม่ทัพหนุ่มรู้สึกราวกับถูกคมมีดนับพันกรีดแทงผิวหนัง "เจ้ากล่าวว่านางไม่คู่ควรอย่างนั้นหรือ..." ฉินอ๋องตรัสทวนคำ น้ำเนือยชาแต้มด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่น่ากลัวที่สุด "ในแผ่นดินนี้ หากเป่ยฉินอ๋องเช่นเราเอ่ยปากว่าผู้ใด 'คู่ควร' แม้แต่บัลลังก์มังกร... นางก็มีสิทธิ์นั่ง หากผู้ใดกล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม ผู้นั้น... เตรียมตัวล้างคอรอรับคมกระบี่ของเราได้เลย" คำประกาศิตนั้นดังก้องกังวาน ราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทุกคนในอุทยานต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดผวา การแสดงออกอย่างเปิดเผยและไร้ความเกรงกลัวต่อกฎเกณฑ์ใดๆ ของฉินอ๋อง เท่ากับการประกาศสงครามประสาทกับราชสำนักและตระกูลอวี้อย่างชัดเจน ไป๋ลี่อินหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความริษยาจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนห้อเลือด นางไม่คาดคิดเลยว่าแผนการลอบสังหารที่นางร่วมมือกับตระกูลหลิว จะกลายเป็นสะพานทอดให้ไป๋ลี่หลินก้าวขึ้นไปยืนอยู่ใต้ร่มเงาอวตารแห่งความตายอย่างฉินอ๋องได้สำเร็จ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ไป๋ลี่หลินกลับแอบซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันไว้ภายใต้รอยพับแขนเสื้อ นางก้าวเข้าไปใกล้พระวรกายของฉินอ๋องอีกนิด กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอร้อนจากร่างกายของเขาโอบล้อมร่างของนางไว้ นางเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาพร้อมกับส่งสัญญาณลับผ่านปลายนิ้วที่แตะเบาๆ บนชายอาภรณ์ของพระองค์ เป็นรหัสลับที่พวกเขาทั้งสองตกลงกันไว้ในการเดินหมากกระดานนี้ ฉินอ๋องทอดพระเนตรเห็นประกายตาดุดันและเจ้าเล่ห์ของนาง ก็ทรงเข้าใจความหมายทันที มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ พระองค์ยื่นพระหัตถ์มาโอบรอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ แสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิและขุนนางนับร้อย "เสด็จอา..." เสียงใสทุ้มขององค์ชายสามผู้ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไหมเอ่ยแทรกขึ้นมา พร้อมกับก้าวออกมาจากศาลาแปดเหลี่ยมด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตร ทว่าในมือกลับถือราชโองการลับฉบับใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อครู่ "ดูเหมือนว่า... ข่าวลือเรื่องที่ท่านอ๋องทรงสนพระทัยในตัวคุณหนูไป๋ จะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเสียแล้วสิพ่ะย่ะค่ะ ทว่า... น่าเสียดายยิ่งนัก ที่ราชโองการฉบับด่วนจากแดนเหนือเพิ่งมาถึง..." องค์ชายสามหยุดยิ้ม แววตาคมปลาบมองตรงมาที่ไป๋ลี่หลิน "มีการพบศพแม่ทัพชายแดนผู้ทรยศ และตราประทับประจำตัวของเขา... ถูกซ่อนไว้ในเรือนพักของท่านหญิงไป๋ลี่หลินพ่ะย่ะค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%