ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 28

เคียงบ่าเคียงไหล่กลางสมรภูมิ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"หากท่านถอยหลังเพียงก้าวเดียว กองทัพของอวี้เหวินฮ่าวจะเหยียบย่ำซากศพของข้าและท่านจนจมธรณี แต่หากเราเลือกยืนหยัดที่นี่... บนกำแพงเมืองที่เปรียบดั่งด่านสุดท้ายของชีวิต พวกมันต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายดับสูญ" เสียงของไป๋ลี่หลินก้องกังวานท่ามกลางเสียงโห่ร้องของข้าศึกที่ดังระงมอยู่เบื้องล่าง นางไม่ได้สวมชุดแพรพรรณอ่อนช้อยอย่างสตรีในห้องหอ ทว่ากลับอยู่ในชุดเกราะหนังสีดำสนิทที่ขับเน้นให้ร่างระหงดูแกร่งกร้าวดุจเทพสงคราม เส้นผมสีนิลถูกรวบตึงเป็นมวยสูงปักด้วยปิ่นทองรูปหงส์ที่ดูคมกริบราวกับอาวุธ ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งบัดนี้มีเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นลุกโชนเสียจนฉินอ๋อง—เซียวจ้านถิง ผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด ต้องหันมามองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจ ฉินอ๋องแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเยือกเย็น ทว่ามือหนากลับคว้าด้ามกระบี่คู่กายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "เจ้าช่างเป็นสตรีที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ลี่หลิน... การให้เจ้าวางกลยุทธ์ในครั้งนี้ อาจเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้า หรือไม่ ก็อาจเป็นชัยชนะที่งดงามที่สุดของแผ่นดิน" "ความพ่ายแพ้คือสิ่งที่ข้าลืมเลือนไปตั้งแต่วันที่ข้ากลับมาเกิดใหม่แล้วเพคะ ท่านอ๋อง" นางตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากค่ายกลของศัตรูเบื้องล่าง แผนที่เดินทัพบนแผ่นหนังที่กางอยู่บนกำแพงเมืองถูกแต้มด้วยรอยเลือดและจุดยุทธศาสตร์ที่นางเป็นผู้กำหนดเองทั้งหมด "ให้ทหารม้าธนูถอยร่นไปทางทิศตะวันออก แล้วปล่อยให้พวกมันบุกเข้ามาที่ประตูทิศเหนือ... ที่นั่นมีกับดักน้ำมันที่ข้าสั่งเตรียมไว้แล้ว" เซียวจ้านถิงมองใบหน้าด้านข้างที่นิ่งสงบของนาง หัวใจที่เคยแห้งแล้งดั่งทะเลทรายกลับเต้นรัวด้วยจังหวะที่เขาไม่คุ้นเคย เขาไม่เคยต้องการสตรีมาอยู่เคียงข้างในสนามรบ เพราะเขามองว่าความรักคือจุดอ่อน แต่สำหรับไป๋ลี่หลิน... นางไม่ได้เป็นเพียงสตรี นางคือหมากตัวสำคัญที่เขายอมมอบอำนาจคุมกองทัพให้ด้วยความเต็มใจ "หากพวกมันทะลวงเข้ามาได้ล่ะ?" เขาถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้ประสาทสัมผัสของเขาตื่นตัว "ข้าจะรอรับพวกมันด้วยมือของข้าเอง" ลี่หลินหันมาสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความลังเล "ในเมื่อท่านอ๋องกล้าเดิมพันด้วยชีวิต ข้าก็พร้อมจะเดิมพันด้วยวิญญาณ... เพื่อบัลลังก์ที่ข้าต้องทวงคืนจากชายที่ทรยศข้า" ทันใดนั้น เสียงแตรศึกก็แผดดังสนั่น พื้นดินสั่นสะเทือนจากการควบม้าของกองทัพอวี้เหวินฮ่าวที่รุกคืบเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ลี่หลินกระชับธนูในมือแน่น นางไม่ได้หวาดกลัวต่อความตาย เพราะสิ่งที่นางเคยเผชิญในชาติก่อนนั้นโหดร้ายยิ่งกว่าคมหอกคมดาบเหล่านี้นัก "ยิง!" นางสั่งการเสียงเฉียบขาด ลูกธนูนับพันพุ่งแหวกอากาศดั่งห่าฝนตกลงสู่กองทัพข้าศึก เบื้องล่างกลายเป็นนรกบนดินในชั่วพริบตา แผนการล่อศัตรูเข้าสู่วงล้อมของนางสัมฤทธิ์ผลอย่างงดงาม กองทัพของอวี้เหวินฮ่าวตื่นตระหนกเมื่อพบว่าตนเองกำลังเหยียบเข้าสู่กับดักที่เตรียมไว้อย่างประณีต ท่ามกลางความโกลาหล บนกำแพงเมืองที่สูงชัน เซียวจ้านถิงคว้าเอวบางของลี่หลินหลบคมธนูที่พุ่งสวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กายแกร่งปะทะกับร่างระหง ความร้อนจากไอศึกและสัมผัสใกล้ชิดทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดลงชั่วขณะ ดวงตาของเขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตานาง ดั่งจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากที่นางสวมไว้ "เจ้าทำเพื่อแผ่นดิน หรือทำเพื่อความแค้นของตนเองกันแน่?" เขาถามท่ามกลางเสียงตะโกนกึกก้องของสงคราม ลี่หลินแย้มยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าเปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยม "หากความแค้นของข้าสามารถกวาดล้างพวกคนโฉดชั่วให้พ้นไปจากบัลลังก์ได้ แผ่นดินนี้ย่อมได้รับความสงบสุข... ท่านยังแยกไม่ออกอีกหรือเพคะ ว่าสิ่งใดกันแน่ที่เป็นประโยชน์ต่อเราทั้งคู่" ยังไม่ทันที่ฉินอ๋องจะได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางบันไดกำแพงเมืองก็ขัดจังหวะขึ้น องครักษ์เงาคนหนึ่งทะยานเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าทั้งสองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาอาบไปด้วยเลือด "ท่านอ๋อง! ฮูหยิน! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... ประตูทิศตะวันตกไม่ได้ถูกบุกจากศัตรูภายนอก แต่เป็นทหารในสังกัดของท่านเองที่หักหลัง! พวกมันจับตัวไป๋ลี่อินไว้เป็นตัวประกัน และบัดนี้... นางกำลังเดินถือราชโองการลับจากในวังหลวงขึ้นมาบนกำแพงเมือง พร้อมกับข้อเสนอที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้!" ลี่หลินชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปทันที นางหันไปมองทางประตูทิศตะวันตก เห็นร่างของหญิงสาวที่นางเกลียดชังที่สุดในชีวิตกำลังเดินนวยนาดเข้ามาท่ามกลางวงล้อมของทหารที่แปรพักตร์ ในมือของไป๋ลี่อินชูม้วนกระดาษสีเหลืองทองขึ้นสูง ใบหน้านั้นเผยรอยยิ้มผู้ชนะที่ดูอ่อนหวานทว่าแฝงด้วยยาพิษ "เซียวจ้านถิง... เจ้าดูสิว่าใครมาเยี่ยมเยียนเราถึงที่นี่" ลี่หลินพึมพำ น้ำเสียงสั่นไหวด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดไว้ ฉินอ๋องขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นราชโองการฉบับนั้นที่ประทับตราลัญจกรชัดเจน เขารู้ดีว่าหากในนั้นคือคำสั่งปลดเขาจากตำแหน่งแม่ทัพ สงครามครั้งนี้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของพวกเขาโดยสมบูรณ์ ก่อนที่ไป๋ลี่อินจะก้าวมาถึงระยะที่สนทนากันได้ นางก็ตะโกนก้องออกมาเสียก่อน "ท่านอ๋อง! ข้าน้อยนำราชโองการจากฝ่าบาทมาถึงมือท่านแล้ว... แต่ดูเหมือนว่า 'พี่หญิง' ของข้าที่ยืนอยู่ข้างกายท่าน จะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ท่านต้องโทษประหารกบฏในทันที หากท่านยังไม่รีบตัดหัวนางส่งให้ข้าเสียเดี๋ยวนี้!" มนตรากรรมสะท้อนขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลี่หลินผ่านบททดสอบที่โหดร้ายที่สุดครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%