ปลายกระบี่โลหิตเหลื่อมล้ำสะท้อนเงาจันทร์เสี้ยว ความเงียบงันในท้องพระโรงใหญ่บีบคั้นจนแทบได้ยินเสียงโลหิตหยดกระทบแผ่นศิลาหยาดแล้วหยาดเล่า
"ท่านอ๋อง! ข้าน้อยนำราชโองการจากฝ่าบาทมาถึงมือท่านแล้ว... แต่ดูเหมือนว่า 'พี่หญิง' ของข้าที่ยืนอยู่ข้างกายท่าน จะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ท่านต้องโทษประหารกบฏในทันที หากท่านยังไม่รีบตัดหัวนางส่งให้ข้าเสียเดี๋ยวนี้!"
สุ้มเสียงหวานหยาดเยิ้มของไป๋ลี่อินยามนี้กลับแหลมคมดั่งเศษแก้วที่กรีดลงบนความเงียบ นางแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่ไป๋ลี่หลินผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดิน
เซียวจ้านถิงมิได้สะท้อนความหวั่นไหวใดทางสีหน้า พระองค์เพียงปรายพระเนตรมองราชโองการในมือขององค์ชายรองด้วยหางตา รอยแย้มสร้อยพระโอษฐ์บางเฉียบเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี มือแกร่งกระชับด้ามกระบี่มังกรทมิฬแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ราชโองการปลอม... เจ้ากล้าใช้ชื่อพระราชบิดามาอ้างเพื่อสนองตัณหาความอยากในอำนาจของตนเอง ช่างสามหองนัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน ทว่าทุกคำกลับกดทับบรรยากาศรอบกายให้หนักอึ้งดั่งขุนเขา
องค์ชายรองแค่นหัวเราะ "ฝ่าบาททรงประชวรหนัก สติสัมปชัญญะเลอะเลือน ราชโองการฉบับนี้จะเป็นจริงหรือปลอม ย่อมขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ถือมันในยามนี้! เซียวจ้านถิง หากเจ้ายังขัดขืน เท่ากับเป็นกบฏต่อแผ่นดิน!"
สิ้นคำสั่งขององค์ชายรอง คลื่นคมกระบี่นับร้อยเล่มจากทหารองครักษ์เสื้อแพรก็พุ่งทะยานเข้ามาดั่งห่าฝน มุ่งตรงสู่ใจกลางพระตำหนักที่เซียวจ้านถิงและไป๋ลี่หลินยืนอยู่
ไป๋ลี่หลินไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางก้าวออกมาครึ่งก้าว ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดออกเบาๆ เข็มเงินเคลือบยาพิษเจ็ดเล่มพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างแม่นยำดั่งจับวาง เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับร่างของทหารองครักษ์แถวหน้าที่ร่วงหล่นลงดั่งใบไม้ร่วง
"ระวังตัวด้วยเพคะ ท่านอ๋อง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ มีเพียงประกายตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงแค้นที่รอวันชำระ
เซียวจ้านถิงเหลือบมองสตรีข้างกายชั่วพริบตา ในแววตาคู่นั้นไม่มีความลังเล มีเพียงความไว้วางใจอันลึกซึ้งที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว "เกาะหลังเปิ่นหวางไว้ ลี่หลิน... วันนี้ ต่อให้เบื้องบนคือสวรรค์เบื้องล่างคือขุมนรก เปิ่นหวางก็จะเปิดทางเลือดให้เจ้าเหยียบย่างไปจนถึงจุดสูงสุด"
ฉับพลันนั้น ร่างสูงสง่าของฉินอ๋องก็พุ่งทะยานออกไปดั่งพญาอินทรีสะบัดปีก ประกายกระบี่มังกรทมิฬวาดผ่านความมืดเป็นเส้นโค้งสีเงินยวงที่งดงามทว่าคร่าชีวิต ร่างแล้วร่างเล่ากระเด็นกระดอนถอยร่นไปตามแรงกระแทกอันมหาศาล เลือดสีชาดสาดกระเซ็นย้อมพื้นศิลาขาวสะอาดจนกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ
ไป๋ลี่อินกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นกองกำลังของตนเองถูกฝ่ายตรงข้ามฟาดฟันจนล้มตายเป็นเบือ นางถอยหลังกรูเกียวไปหลบอยู่เบื้องหลังองค์ชายรอง "ท่านพี่... ฆ่ามัน! รีบฆ่ามันสองคนเสียที!"
องค์ชายรองกัดฟันกรอด ชักกระบี่ประจำกายพุ่งเข้าประจันหน้ากับเซียวจ้านถิงด้วยตนเอง
*เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะกันของคมกระบี่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความสลัว ทั้งสองฝ่ายต่างงัดเอาทักษะและพลังทั้งหมดที่มีออกมาห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เซียวจ้านถิงมีพละกำลังดุจพญาเสือโคร่ง ทว่าองค์ชายรองในยามนี้มีความบ้าคลั่งของสุนัขจนตรอกหนุนนำ
เวลาผ่านไปชั่วลมหายใจ คมกระบี่ทั้งสองเล่มประชิดติดกันจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบโลหะและลมหายใจหอบกระชั้น เซียวจ้านถิงหรี่พระเนตรลง ข้อมือแกร่งหมุนพลิกกระบี่พลิกแพลงชั่วพริบตาเดียว
*ฉับ!*
โลหิตสีเข้มสาดกระเซ็นออกจากหัวไหล่ขององค์ชายรอง ร่างของเขาเซถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความเจ็บปวด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบว่าปลายกระบี่คมกริบของฉินอ๋องจ่ออยู่ที่ลำคอของตนเองแล้วในเสี้ยววินาทีนี้!
ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะยุติลงด้วยชัยชนะของฉินอ๋อง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าก้องกังวานก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกประตูพระตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก
"ราชโองการด่วนจากตำหนักใน... พระสนมเอกไป๋... มีรับสั่งให้ประหารชีวิตกบฏทั้งสองสถานเดียว!"
ไป๋ลี่อินที่กำลังหวาดกลัว กลับแย้มยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างน่าสยดสยอง นางหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ... เซียวจ้านถิง ไป๋ลี่หลิน พวกเจ้าแพ้แล้ว! ดูให้ดีเถอะว่าผู้ที่ถือราชโองการตัวจริงก้าวเข้ามาในที่นี้คือผู้ใด!"
สิ้นเสียงหัวเราะ ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของสตรีสูงศักดิ์ในชุดคลุมปักลายหงส์ทอง ผู้ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความอำมหิตไว้เต็มเปี่ยม... และนางผู้นั้นก็คือมารดาแท้ๆ ของไป๋ลี่อิน ผู้ที่ควรจะถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักเย็นตลอดกาล!
________________________________________
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงกระบี่และเพลิงแค้นมาด้วยกันจนถึงบทนี้นะคะ
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 29
คมดาบพิฆาตทรราช
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!