ควันธูปสีเทาจางม้วนตัวขึ้นสู่ฟากฟ้าดั่งสายใยอาลัยที่ไม่มีวันหวนคืน ไป๋ลี่หลินทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าป้ายหินเก่าคร่ำคร่า พื้นดินเย็นเยียบซึมผ่านเนื้อผ้าชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ของนางขึ้นมาถึงหัวใจ กลิ่นดินชื้นและกลิ่นสาบของกาลเวลาตลบอบอวล ราวกับเสียงกระซิบจากวิญญาณของครอบครัวที่ถูกพรากไปอย่างอยุติธรรมในชาติก่อน
นางมิได้หลั่งน้ำตา ดวงตาคู่งามที่ผ่านการเผชิญหน้ากับความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้ทอประกายราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลมพัด
"ท่านพ่อ... ท่านแม่... พี่ใหญ่..." เสียงของนางแผ่วเบา ทว่ากังวานด้วยแรงอธิษฐานที่กลั่นกรองมาจากความเจ็บปวดตลอดชีวิตที่ผ่านมา "บัญชีเลือดที่ข้าแบกรับมาตลอดหลายปี วันนี้ได้เวลาปิดฉากลงแล้ว"
นางหยิบจอกสุราขึ้นมาสามจอก รินลงบนพื้นดินทีละน้อย แอลกอฮอล์ใสสะอาดชะล้างฝุ่นละอองบนหน้าป้ายหินให้ปรากฏชื่อของผู้เป็นที่รักชัดเจนขึ้นทีละน้อย ลี่หลินยื่นมือออกไปลูบไล้ตัวอักษรเหล่านั้น ปลายนิ้วสั่นระริกเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมามั่นคงดั่งหินผา ความแค้นที่เคยแผดเผาหัวใจดุจเปลวเพลิง บัดนี้มอดไหม้จนเหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งความเงียบงัน
"ข้าไม่ต้องการให้พวกท่านอยู่ในความทรงจำที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดอีกต่อไป" นางกระซิบกับความว่างเปล่า "จากนี้ไป... ลี่หลินผู้นี้จะเป็นเพียงสตรีที่เดินหน้าต่อไปด้วยความทรงจำอันงดงาม และจะไม่มีวันยอมให้เงาของใครมากระทบชีวิตนี้ได้อีก"
เงาร่างสูงสง่าของบุรุษผู้หนึ่งก้าวพ้นจากม่านหมอกข้างทาง เงียบเชียบดุจพยัคฆ์ย่อง เซียวจ้านถิงหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างของทั้งสองนั้นแฝงไปด้วยความเคารพในพื้นที่ของหัวใจ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของฉินอ๋องจับจ้องที่แผ่นหลังบอบบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินบรรยาย
"เจ้าปลดปล่อยมันได้แล้วจริงหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาทำลายความเงียบงัน
ลี่หลินมิได้หันกลับไป นางเพียงแต่ยืดกายขึ้นยืนตรงอย่างสง่างาม "ความแค้นไม่ใช่สิ่งที่ควรฝังรากอยู่ในใจคนเป็นตลอดกาลเพคะท่านอ๋อง หากข้ายังแบกมันไว้ ข้าก็จะเป็นเพียงเครื่องมือของอดีตที่ตายไปแล้วเท่านั้น"
เซียวจ้านถิงก้าวเข้ามาใกล้ แตะบ่าของนางเบาๆ กลิ่นอายของไม้กฤษณาและสนิมเหล็กจากตัวเขายังคงให้ความรู้สึกปลอดภัยเสมอ "สิ่งที่เจ้าทำมาทั้งหมด คือความกล้าหาญที่ไม่มีสตรีใดในแผ่นดินนี้กล้าเทียบเคียง เจ้าทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของเจ้าแล้ว"
"เหลือเพียงสิ่งสุดท้าย..." ลี่หลินหันมา สบตาบุรุษผู้เป็นดั่งป้อมปราการแห่งเดียวในชีวิตที่พังทลายของนาง "ไป๋ลี่อินและแม่ทัพอวี้เหวินฮ่าว พวกเขาจะต้องชดใช้ในที่ที่พวกเขาเริ่มก่อความพินาศไว้"
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปถึงก้าวถัดไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำตัวฉินอ๋องก็ดังแทรกขึ้นมาด้วยความเร่งรีบ เขาคุกเข่าลงแทบเท้าฉินอ๋อง ใบหน้าเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
"ท่านอ๋อง... มีพระราชโองการลับฉบับด่วนส่งตรงมาจากในวังพะยะค่ะ!"
ฉินอ๋องรับม้วนกระดาษสีเหลืองทองประทับตราประทับเลือดมาไว้ในมือ มือแกร่งคลี่มันออก แสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมาทำให้ตัวอักษรบนนั้นเด่นชัดขึ้นจนน่าขนลุก สีหน้าของเซียวจ้านถิงเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความตกตะลึงชั่วขณะ
ลี่หลินมองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของเขาที่ซีดเผือดลง "เกิดอะไรขึ้นเพคะ?"
เซียวจ้านถิงขยำพระราชโองการในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ดวงตาที่เคยนิ่งสงบกลับเต็มไปด้วยโทสะที่ยากจะควบคุม "ไป๋ลี่อิน... นางไม่ได้อยู่ในตำหนักที่ถูกกักบริเวณแล้ว นางกำลังมุ่งหน้าไปที่คุกหลวงเพื่อสังหารพยานปากสุดท้ายในคดีการวางยาพิษฮ่องเต้พระองค์ก่อน!"
ลี่หลินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นริ้วเข้าสู่กระดูกสันหลัง นางรู้ดีว่าหากพยานคนนั้นตาย ความลับเรื่องการยึดอำนาจของตระกูลอวี้จะถูกฝังไปตลอดกาล "หากนางไปถึงที่นั่นก่อนเรา ทุกอย่างที่ข้าทวงคืนมาจะกลายเป็นศูนย์!"
เซียวจ้านถิงคว้าข้อมือนางแล้วออกวิ่งไปที่ม้าที่ผูกไว้ข้างต้นไม้ใหญ่ เสียงฝีเท้าม้าแผดก้องไปทั่วสุสานอันเงียบสงัด
"ลี่หลิน!" เขาตะโกนฝ่าสายลมที่พัดปะทะใบหน้า "หากวันนี้เราไปไม่ทัน เจ้าพร้อมจะสละฐานันดรศักดิ์และทุกอย่างที่เจ้ามี เพื่อแลกกับหัวของนางหรือไม่!"
ลี่หลินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีเลือดที่เริ่มเปลี่ยนสี ความเด็ดขาดฉายชัดในแววตา "ไม่เพียงแค่ฐานันดรเพคะท่านอ๋อง... แต่ข้าพร้อมจะแลกด้วยชีวิตของข้าเอง!"
ทว่าเมื่อขบวนม้ามาถึงหน้าคุกหลวง สิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่การต่อสู้ที่ดุเดือด แต่เป็นความเงียบงันดุจป่าช้า ประตูคุกถูกเปิดอ้าไว้กว้าง พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งออกมาจนน่าสะอิดสะเอียน
และบนพื้นทางเดินเข้าสู่ห้องขังนั้นเอง... มีจดหมายฉบับหนึ่งวางทับอยู่บนร่างที่ไร้วิญญาณของผู้คุม ประทับด้วยตราประจำตระกูลไป๋ที่หายสาบสูญไปนานนับปี ซึ่งตรานี้... มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ครอบครองได้ นั่นคือมารดาที่ตายไปแล้วของลี่หลิน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดเหงื่อและคราบน้ำตามากับลี่หลินจนถึงวินาทีที่ความจริงเริ่มเผยตัวในเงามืดนะคะ
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 32
สะสางบัญชีชีวิต
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!