เสียงอึกทึกครึกโครมจากเบื้องล่างตำหนักสูงเสียดฟ้ามิอาจแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทของไป๋ลี่หลินได้เลยแม้แต่น้อย นางยืนนิ่งอยู่บนระเบียงหินอ่อน สัมผัสถึงไอเย็นของรัตติกาลที่ปะทะใบหน้า แสงสีทองและแดงฉานจากดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นฉลองชัยชนะเหนือหัวกบฏในค่ำคืนนี้ สะท้อนในดวงตาคู่สวยที่เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
"เจ้าดูสิ่งที่อยู่เบื้องล่างนั่นสิ... ลี่หลิน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนที่พาดผ่านลงบนบ่า เซียวจ้านถิงไม่ได้กอดนาง แต่เขากลับวางมือลงบนราวระเบียง เคียงข้างนางด้วยระยะห่างที่ให้เกียรติ ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล
ไป๋ลี่หลินเหลือบมองชายหนุ่มผู้กุมชะตาของแผ่นดิน เขาอยู่ในชุดเกราะอ่อนสีนิลสนิทที่ขับเน้นความสง่างามและกลิ่นอายของคมกระบี่ที่ยังมิได้จางหายไปจากกาย "สิ่งที่ท่านเห็นคือชัยชนะ ส่วนสิ่งที่หม่อมฉันเห็น... คือซากปรักหักพังที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยเลือดและน้ำตาเพคะ ท่านอ๋อง"
เซียวจ้านถิงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขามิได้มองดูดอกไม้ไฟที่กำลังแตกกระจายดั่งดวงดาวร่วงหล่น แต่เขากลับจ้องมองเพียงใบหน้าด้านข้างที่นิ่งสงบราวกับรูปสลักของนาง "เจ้ามักจะมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นมองข้ามเสมอ ทั้งความโหดร้ายของมนุษย์ และราคาที่ต้องจ่ายของอำนาจ... แต่เจ้าเคยคิดจะมองสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวบ้างหรือไม่"
เขาขยับกายเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด จนไป๋ลี่หลินได้กลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาผสมกลิ่นเลือดที่เขาพยายามลบเลือนด้วยน้ำหอมราคาแพง นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อพบว่านัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวของฉินอ๋องในยามนี้ มิได้มีความเย็นชาหรือแผนการร้ายซ่อนอยู่ มีเพียงความเวิ้งว้างที่ลึกซึ้งดั่งหุบเหว
"ท่านหมายถึงสิ่งใดเพคะ?" นางถาม น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้แรงลม
เซียวจ้านถิงหยิบปิ่นหยกสีเลือดชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ มันไม่ใช่เครื่องประดับล้ำค่าที่หาได้ทั่วไป แต่มันคือปิ่นที่เคยปักอยู่บนมวยผมของนางในชาติก่อน... ในวันที่นางถูกฆ่าตายอย่างอนาถ ลี่หลินชะงักงัน หัวใจที่เคยด้านชาสั่นไหวราวกับถูกฝ่ามือลึกลับบีบเค้น
"ข้าไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งได้พบเจ้า" เขาเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างหาได้ยาก "ข้าเคยเป็นเพียงชายผู้ไร้หัวใจ เดินหมากเพื่อชัยชนะโดยไม่สนว่ากระดานจะแหลกสลายเพียงใด แต่เมื่อเจ้าก้าวเข้ามาในชีวิต... เจ้าก็รื้อถอนกำแพงเหล่านั้นออกจนหมดสิ้น ความแค้นของเจ้า ความเจ็บปวดของเจ้า มันกลายเป็นบาดแผลของข้าด้วย ลี่หลิน... แต่งงานกับข้าเถิด เป็นฮูหยินเอกของข้า เคียงข้างข้าบนบัลลังก์ที่เจ้าปรารถนาจะล้างแค้น หรือจะทำลายมันทิ้ง ข้าก็จะอยู่ข้างเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะนำพาข้าไปสู่หายนะหรือรุ่งโรจน์ก็ตาม"
คำสารภาพนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ ลี่หลินนิ่งงัน นางไม่ได้ปรารถนาความรัก ไม่เคยต้องการอ้อมกอดจากชายใดอีกนับตั้งแต่วันที่อวี้เหวินฮ่าวหักหลังนาง ทว่าความจริงใจที่สะท้อนผ่านดวงตาของเซียวจ้านถิงกลับเป็นสิ่งที่นางไม่อาจหลบเลี่ยง
"ท่านรู้หรือไม่ว่าการอยู่ข้างหม่อมฉัน คือการก้าวลงสู่กองเพลิงที่ไม่มีวันดับมอด?" นางเอ่ยพลางยื่นมือออกไปสัมผัสแผงอกของเขาอย่างแผ่วเบา "หัวใจของหม่อมฉันตายไปนานแล้ว ตั้งแต่ที่น้ำค้างแข็งแรกของฤดูหนาวปีนั้น... ข้าจะให้ท่านได้เพียงความว่างเปล่า ท่านยังจะต้องการมันอีกหรือ?"
"ถ้าหัวใจเจ้าว่างเปล่า ข้าก็จะเติมเต็มมันด้วยชีวิตของข้า" เขาคว้ามือของนางมากดจูบลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ร้อนผ่าวทำให้นางต้องหลับตาลงเพื่อข่มความรู้สึกที่ตีตื้น
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของทหารกล้าที่ดังก้องไปทั่วพระราชวัง ทั้งสองต่างติดอยู่ในห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง เซียวจ้านถิงค่อยๆ ประคองใบหน้าของนางขึ้นเพื่อจุมพิตที่หน้าผาก เป็นคำสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าคำสาบานใดๆ ต่อหน้าฟ้าดิน
ทว่า ในขณะที่ความอ่อนหวานกำลังโอบล้อมรอบกาย ขันทีคนสนิทของฉินอ๋องก็ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาคุกเข่าลงแทบเท้าของทั้งสอง พร้อมกับส่งหีบไม้แกะสลักลวดลายประหลาดให้
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ... กองทัพของอวี้เหวินฮ่าวที่ควรจะถูกกักตัวไว้ในค่ายชายแดน ได้ถูกพบว่ากลายเป็นศพทั้งหมด... และมีบางอย่างถูกทิ้งไว้ในฐานทัพของเขา"
ไป๋ลี่หลินลืมตาขึ้นทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นางเปิดหีบออกเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะต้องชะงักค้าง สิ่งที่อยู่ภายในมิใช่ของมีค่า แต่มันคือป้ายหยกประจำตัวของ 'ไป๋ลี่อิน' น้องสาวผู้งดงามที่ควรจะถูกคุมขังอยู่ใต้คุกหลวง และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของนางเอง
*‘พี่หญิงผู้โง่เขลา... ในขณะที่ท่านกำลังดื่มด่ำกับคำรัก ท่านลืมไปแล้วหรือว่า... ยาพิษที่ท่านใช้สังหารคนในชาติก่อน บัดนี้มันไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของท่านเองแล้ว?’*
ฉับพลันนั้น ไป๋ลี่หลินรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่แล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ นางทรุดตัวลงสู่อ้อมกอดของเซียวจ้านถิง มือที่เปื้อนเลือดจากจดหมายนั่นคือหลักฐานว่านี่ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือการประกาศสงครามครั้งสุดท้ายที่นางไม่มีวันหนีพ้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมรักษาสัญญาใจ เดินทางมาถึงจุดพลิกผันที่เดิมพันด้วยชีวิตในบทนี้ด้วยกันนะคะ
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 31
คำสารภาพจากหัวใจที่ด้านชา
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!