กลิ่นหอมละมุนของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มสามสิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนตัวของจวนแม่ทัพกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งเกาะกุม ไป๋ลี่อินขบริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตที่เคยใช้มารยาหลอกลวงผู้คนบัดนี้สั่นระริกด้วยความเคียดแค้นชิงชัง เมื่อรายงานจากสายสืบในตลาดมืดและหอโอสถหลวงต่างยืนยันตรงกัน—พี่สาวผู้ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้หลุมศพ กลับกลายเป็น "หมอเทวดา" ผู้ปรุงโอสถทิพย์จนชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน
"นางสารเลว... นังพี่สาวไร้ค่าคนนั้น ไปเอาวิชาแพทย์พิสดารมาจากไหน!"
เสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความริษยาแผดเผาจิตใจ ลี่อินกำชายแขนเสื้อปักลายดอกโบตั๋นจนยับยู่ยี่ ในอดีตลี่หลินเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้โง่เขลา ยอมก้มหัวให้ตระกูลไป๋และกักขังตัวเองอยู่ใต้เงาของนางมาโดยตลอด เหตุใดเล่า... นับแต่ฟื้นคืนจากความตาย นางจึงกล become ดั่งปีศาจสาวผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ใต้รอยยิ้มอันเยือกเย็นเช่นนี้ได้
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบสงัดของตำหนักพยัคฆ์คำรณ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเขตพระราชฐานชั้นนอก บรรยากาศกลับเคร่งเครียดและกดดันยิ่งกว่าพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัว
"เรียนท่านอ๋อง... ข่าวลือเรื่องโอสถถอนพิษสวรรค์ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บภายในของกองทัพม้าเหล็กได้ เป็นฝีมือของบุตรีสายรองตระกูลไป๋จริงพ่ะย่ะค่ะ นางใช้ชื่อในวงการแพทย์ว่า 'หมอเทวดาเพลิงนิล' และเวลานี้ แม้แต่ราชครูยังแอบส่งคนไปเทียบเชิญนางถึงเรือนพัก"
เงาหมื่นศึกคุกเข่ารายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้เป็นนายที่ประทับอยู่บนเก้าอี้พยัคฆ์แกะสลัก
เซียวจ้านถิง หรือ "ฉินอ๋อง" ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม เด็ดขาด และไร้ความปรานีต่อผู้ใด ดวงเนตรคมปลาบดั่งเหยี่ยวราตรีหรี่ลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้จันทน์เป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าทรงพลังดั่งเสียงกลองศึกที่รอวันประจันบาน ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ทว่ากลับเปี่ยมด้วยความสนอกสนใจอย่างล้ำลึก
"สตรีที่ตระกูลไป๋จงเกลียดจงชัง... สตรีที่ถูกสามีของตนเองทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย กลับกลายเป็นผู้กุมชะตากรรมของโอสถล้ำค่าที่ราชสำนักตามหามาแรมปี น่าสนใจ... ช่างน่าสนใจยิ่งนัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnออกมาราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกำมือ ฉินอ๋องไม่เชื่อเรื่องความบังเอิญในราชสำนัก ทุกก้าวเดิน ทุกหมากที่ถูกวาง ล้วนมีจุดประสงค์ซ่อนเร้น และสตรีที่นามว่าไป๋ลี่หลินผู้นี้ กำลังเดินหมากตานั้นได้อย่างยอดเยี่ยมจนน่าหวาดหวั่น
ตัดภาพกลับมายังเรือนพักส่วนตัวของไป๋ลี่หลิน แสงเทียนสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้างามล้ำที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา นางกำลังบรรจงคีบเข็มเงินลงบนถาดไม้สนอย่างใจเย็น เบื้องหน้าของนางคือเทียบเชิญสีทองประทับตราประทับอักษรหงส์เหิน ซึ่งส่งตรงมาจากตำหนักของฉินอ๋อง
ลี่หลินปรายตามองเทียบเชิญนั้นด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางรู้ดีว่าการสร้างชื่อเสียงขึ้นมาในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงข้ามหุบเหวเบื้องล่าง หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว คมดาบของฉินอ๋องผู้กระหายเลือดอาจปลิดชีพนางได้ในพริบตา แต่ทว่า... สำหรับผู้ที่ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ความกลัวคือสิ่งไร้ค่าที่สุดในโลกหล้า
"ท่านอ๋องแห่งตำหนักพยัคฆ์คำรณทรงโปรดปรานความท้าทาย... เช่นนั้น หม่อมฉันก็ยินดีที่จะเป็นผู้มอบเกมกระดานนี้ให้พระองค์ได้เล่นสนุก" นางพึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าเปลวเทียนที่ไหววูบ
ทว่า ในขณะที่ลี่หลินกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาสมุนไพรเพื่อจิบแก้กระหาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูห้องรับรองอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวผ่านม่านมุกเข้ามาโดยไม่รอการอนุญาต
กลิ่นอายความดุดันและกลิ่นอายคาวเลือดที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูก ลี่หลินชะงักมือเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือนด้วยแววตาที่เยียบเย็นลงทันที
ดวงตาของฉินอ๋อง เซียวจ้านถิง ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านางในยามวิกาลเช่นนี้ เต็มไปด้วยประกายระยับราวกับพยัคฆ์ร้ายที่บุกรุกเข้าสู่ถ้ำของเหยื่อด้วยตนเอง โดยไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมไปพร้อมกับข้า... มนตรากรรมสะท้อน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 6
เงาพยัคฆ์แห่งราชสำนัก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!