ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 5

โอสถลึกลับ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายควันธูปไม้กฤษณาและกลิ่นอับชื้นของยาต้มขมปร่าตลบอบอวลอยู่ภายใต้ผ้าม่านมุ้งแพรต่วนสีหม่น ณ เรือนปีกตะวันตกของฮูหยินผู้ใหญ่ เสียงไอโขลกค่อกแค่กดังระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับเสียงหอบหายใจเฮือกสุดท้ายของเทียนไขที่ใกล้หมดเล่ม ไป๋ลี่หลินก้าวเท้าผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ร่างระหงในชุดไว้ทุกขี่สีขาวบริสุทธิ์ทว่าตัดเย็บด้วยผ้าปักลายเมฆาล่องลอยอันประณีตสะท้อนความสง่างามเยือกเย็น ดึงดูดสายตาข้ารับใช้ชราที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงให้หันมามองด้วยความตื่นตระหนก "คุณหนูใหญ่... ท่านแม่ทัพไม่อยู่ในจวน เหตุใดท่านจึง..." บ่าวชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ละล้าละลังเกรงกลัวอำนาจมืดในจวนที่ผู้คนต่างรู้ดีว่าใครเป็นใหญ่ "ถอยไป" ลี่หลินเอ่ยเพียงสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลังอำนาจจนบ่าวชราต้องยอมหลีกทางให้อย่างจำยอม ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองร่างที่นอนซูบผอมอยู่บนเตียง ฮูหยินผู้ใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุดในสกุลอวี้ แม่สามีผู้เคยเหยียบย่ำและรังเกียจนางสารพัดในชาติก่อน บัดนี้กลับนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงด้วยโรคหอบหืดเรื้อรังที่หมอหลวงต่างส่ายหน้าถอดใจ ในชาติก่อน หญิงชราผู้นี้ถูกไป๋ลี่อินและอนุภรรยาคนสนิทวางยาพิษอย่างช้าๆ เพื่อฮุบกุญแจห้องคลังใหญ่ และโยนความผิดทั้งหมดให้นางเป็นแพิรับบาป แต่วันนี้... หมากตานี้ยังไม่อาจปล่อยให้พวกมันได้เล่นตามอำเภอใจ "ท่านแม่... ลูกสะใภ้มาคารวะเจ้าค่ะ" ลี่หลินทรุดกายลงคุกเข่าอย่างอ่อนช้อย นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนแววอาลัยอาวรณ์ที่เสแสร้งได้อย่างแนบเนียนยิ่งนัก ฮูหยินผู้ใหญ่ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ริมฝีปากแห้งผากขยับน้อยๆ ด้วยความโกรธเกรี้ยวและรังเกียจ "เจ้า... มาทำไม... ไสหัวออกไป... ข้ายังไม่ตาย... อย่ามาแช่ง..." "ลูกไหนเลยจะกล้าแช่งท่านแม่ ท่านป่วยไข้เรื้อรังทรมานมาแรมปี หมอหลวงก็แล้ว หมอชาวบ้านก็แล้ว อาการมีแต่ทรงกับทรุด จนลูกทนเห็นความเจ็บปวดของท่านไม่ไหว..." ลี่หลินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาอาบยาพิษ นางหยิบตลับหยกเนื้อดีแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงออกมาจากอกเสื้อ เปิดฝาออกเผยให้เห็นโอสถเม็ดกลมสีเขียวมรกตเข้ม ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจทะลวงเข้าจมูกทันที "นี่คือโอสถ 'สุริยันต์ทิพย์' ที่ข้าใช้เวลาปรุงขึ้นด้วยสมุนไพรหายากสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เป็นตำรับยาโบราณที่ท่านตาของข้าทิ้งไว้ให้ หากท่านแม่กล้าดื่มกิน รับรองว่าอาการไอเรื้อรังจะหายเป็นปลิดทิ้งภายในสามวันเจ้าค่ะ" กลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรลอยแตะจมูก ทำให้ฮูหยินผู้ใหญ่ที่กำลังสะลึมสะลือชะงักงัน นางจ้องมองเม็ดโอสถในมือของสะใภ้ผู้ที่ตนเคยชิงชังด้วยความลังเลระคนหวาดระแวง "ยาพิษ... เจ้าจะฆ่าข้าล่ะสิ!" "ท่านแม่มองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" ลี่หลินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นเสียดแทงถึงกระดูก "หากข้าต้องการฆ่าท่าน ข้าปล่อยให้โรคหอบหืดนี้คร่าชีวิตท่านไปเองไม่ดีกว่าหรือ ไยต้องลงมือเองให้แปดเปื้อนมือเล่า? อีกอย่าง... ท่านคิดว่าในจวนหลังนี้ นอกเหนือจากข้าแล้ว ยังมีผู้ใดปรารถนาให้ท่านหายดีจริงๆ อีกหรือเพคะ?" คำพูดประโยคเดียวปัก1ทะลวงเข้ากลางใจฮูหยินผู้ใหญ่ ดึงสติที่เลือนรางให้ตื่นตระหนก นางย่อมรู้ดีว่าบุตรชายอย่างอวี้เหวินฮ่าวสนใจแต่อำนาจและสตรีอื่น ส่วนไป๋ลี่อินน้องสาวต่างมารดาของนางนั้นคอยมาปรนนิบัติเอาใจใส่ด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่ทุกครั้งที่หญิงชราดื่มยาต้มจากมือของลี่อิน อาการกลับยิ่งทรุดหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะลุกไม่ไหว ฮูหยินผู้ใหญ่หอบหายใจหนักหน่วง สายตาฝ้าฟางจ้องมองลี่หลินอย่างพินิจพิเคราะห์ หญิงสาวผู้นี้เปลี่ยนไป... แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอเหลืออยู่เลย มีเพียงความล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทรที่อ่านไม่ออก "เจ้า... ต้องการอะไรจากข้า?" เสียงแหบแห้งเอ่ยถามอย่างระแวงระวัง "ลูกมิได้ต้องการสิ่งใด นอกจากความยุติธรรมในเรือนหลังนี้เจ้าค่ะ" ลี่หลินโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูช้าๆ "ดื่มมันเสียเถิดเพคะ แล้วท่านจะได้รู้ว่า... ใครกันแน่คือคนที่จงรักภักดี และใครคือคนที่ถือมีดรอจ้วงแทงข้างหลังท่านอยู่" เนิ่นนาน... ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ฮูหยินผู้ใหญ่หลับตาลง ตัดสินใจคว้าเม็ดโอสถสีเขียวมรกตเข้าปากแล้วกลืนลงคอไปทันทีโดยไม่ใช้น้ำตาม ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด ร่างที่เคยสั่นเทาด้วยพิษไข้ค่อยๆ สงบลง ลมหายใจที่ติดขัดกลับราบรื่นอย่างน่าอัศจรรย์ ใบหน้าซีดเซียวมีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ฮูหยินผู้ใหญ่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดได้อย่างสะดวกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี! "นี่... นี่มัน..." "โอสถนี้เพียงแค่บรรเทาอาการเบื้องต้นเท่านั้นเจ้าค่ะ หากท่านต้องการหายขาดอย่างแท้จริง ต้องทานติดต่อกันเจ็ดวัน... พร้อมกับความร่วมมือเล็กๆ น้อยๆ จากท่านแม่" ลี่หลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดอาภรณ์ให้เรียบร้อย รอยยิ้มเย้ายวนทว่าทรงอำนาจปรากฏบนริมฝีปาก "นับแต่นี้เป็นต้นไป สิทธิ์ในการดูแลห้องคลังใหญ่และบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของสกุลอวี้... ควรกลับมาอยู่ ภายใต้การดูแลของคนผู้ควรได้รับแล้วกระมังเพคะ?" ฮูหยินผู้ใหญ่จ้องมองลูกสะใภ้ที่นางเคยดูแคลน บัดนี้กลับรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพญายมผู้กำหนดความเป็นความตาย นางเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำยอม "ได้... ข้าจะมอบกุญแจคลังให้เจ้า..." ทว่า ในขณะที่ลี่หลินกำลังจะเอื้อมมือไปรับกุญแจเงินแกะสลักลวดลายหงส์ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน พร้อมกับเสียงตะคอกเกรี้ยวกราดที่คุ้นเคย "ไป๋ลี่หลิน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงบังอาจเข้ามาวุ่นวายในเรือนของมารดาข้า!" แม่ทัพอวี้เหวินฮ่าวพังประตูผลักเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาดุดันจ้องมองนางด้วยเพลิงโทสะ โดยมีร่างอรชรของไป๋ลี่อินที่แสร้งทำเป็นร้องห่มร้องไห้ตามติดเข้ามาไม่ห่าง ทว่าสิ่งที่ทำให้ลี่หลินต้องชะงักและหัวใจกระตุกวูบ ไม่ใช่การปรากฏตัวของอดีสามีสารเลวผู้นี้... หากแต่เป็นเงาร่างสูงโปรสง่าในชุดคลุมยาวปักลายมังกรเงินดิ้นทองที่ก้าวตามหลังเข้ามาอย่างเยือกเย็น บรรยากาศรอบตัวกดดันจนบ่าวไพร่ในเรือนต่างหมอบราบลงกับพื้นแทบไม่ทัน ฉินอ๋องเซียวจ้านถิง... พระองค์เสด็จมาที่จวนแม่ทัพด้วยเหตุใดกัน! ดวงตาคมกริบลึกล้ำดั่งเหยี่ยวของท่านอ๋องกวาดมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย แล้วหยุดสายตาคมปลาบมาที่ร่างของนางโดยตรง "ดูเหมือนว่า... เปิ่นหวางจะมาขัดจังหวะการเปิดฉากละครฉากใหญ่ของฮูหยินเอกสกุลอวี้เข้าเสียแล้วกระมัง?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมไปพร้อมกับข้า... มนตรากรรมสะท้อน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%