กลิ่นหอมหวลของชากลีบเหมยที่ลอยอวลอยู่กลางห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพ หาได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายไม่ หากแต่คุกกรุ่นไปด้วยไอเย็นเยียบราวกับถูกโรยด้วยเกลือหิมะจากยอดเขาอู๋อี๋
ไป๋ลี่หลินประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลักลวดลายหงส์เคียงมังกร อาภรณ์ไหมปักดิ้นทองเนื้อดีทิ้งชายคลุมพื้นราวกับสายธารสีชาด ดวงตาหงส์หางตาเรียวตวัดมองร่างของบ่าวรับใช้หญิงสามคนที่ถูกจับกดให้นั่งคุกเข่าเรียงหน้ากระดานอยู่เบื้องล่าง บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของคนทั้งสาม
"บ่าว... บ่าวไม่ทราบจริงๆ นะเพคะฮูหยิน! บ่าวแค่... แค่ทำความสะอาดตามหน้าที่ ไม่เคยคิดหยิบฉวยสิ่งใดในเรือนของท่านเลยสักนิด!"
ชุนฮวา บ่าวคนสนิทที่ลี่อินส่งเข้ามาแฝงตัวเป็นเงา คุกเข่าโขกศีรษะจนหน้าผากแนบพื้นศิลา เสียงร่ำไห้คร่ำครวญดังระงมเคล้าด้วยความหวาดกลัว แต่สำหรับลี่หลินแล้ว เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงบทเพลงกล่อมเด็กที่ไร้ซึ่งความน่าเวทนา ในเมื่อชาติตอนโน้น มือคู่นี้ของชุนฮวาเองมิใช่หรือ ที่เป็นผู้ผสมยาพิษลงในถ้วยยาบำรุงของนางอย่างไร้ความปรานี
ลี่หลินยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นรสฝาดเล็กน้อยก่อนจะหวานชุ่มคอช่วยขับเน้นความเยือกเย็นในแววตา นางไม่ได้เอ่ยปากขัดคำแก้ตัวของบ่าวทรยศปล่อยให้พวกนางดิ้นรนราวกับปลาบนบก ก่อนจะวางถ้วยแผ่วเบาจนเกิดเสียงกระทบกระทั่งกับจานรองกระเบื้องเคลือบกังไส
"ทำความสะอาดตามหน้าที่อย่างนั้นหรือ..." เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกล่าวขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังกดดันจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที "ตระกูลอวี้เหวินเลี้ยงดูพวกเจ้าด้วยข้าวปลาอาหารชั้นเลิศ ให้ที่พักพิงอันสุขสบาย แต่พวกเจ้ากลับนำความลับเรื่องการเคลื่อนไหวของข้า ไปรายงานยังเรือนรองของน้องสาวข้า... นี่ก็คือ 'หน้าที่' ที่พวกเจ้าได้รับมอบหมายสินะ?"
สิ้นคำกล่าว ร่างของชุนฮวาก็สะท้านเฮือก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นางเงยหน้าขึ้นสบตาฮูหยินเอกแวบหนึ่ง ก่อนจะพบว่าดวงตาคู่นั้นมิได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกล้ำดั่งเหวลึก ราวกับมองทะลุเห็นวิญญาณของนางจนหมดสิ้น
"ฮูหยินโปรดเมตตา! บ่าว... บ่าวถูกบังคับนะเพคะ คุณหนูรอง... คุณหนูรองเป็นคนสั่งให้พวกบ่าวคอยสอดส่อง..."
"บังคับ?" ลี่หลินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น "ในจวนแห่งนี้ ข้าคือฮูหยินเอกผู้ได้รับพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ อำนาจการชี้เป็นชี้ตายบ่าวไพร่ในเรือนหลังอยู่ในมือข้ามาแต่ไหนแต่ไร การที่พวกเจ้าแอบอ้างบารมีของอนุภรรยามาเหยียบย่ำกฎระเบียบของตระกูล... ถือเป็นการท้าทายอำนาจของราชสำนักทางอ้อม เจ้าว่าโทษทัณฑ์ของการเป็นสายลับให้เรือนรอง สมควรได้รับสิ่งใดเล่า"
จังหวะนั้นเอง พ่อบ้านใหญ่แห่งจวนแม่ทัพที่ยืนกุมมือสงบเสงี่ยมอยู่มุมเสา ก็ก้าวออกมาก้มศีรษะต่ำด้วยความยำเกรง เขาคือผู้ที่เคยหูเบาและเลือกข้างผิดในชาติก่อน แต่ในชาตินี้ เมื่อเห็นวิธีการจัดการที่เฉียบขาดไร้รอยต่อของลี่หลิน พ่อบ้านเฒ่าก็ตระหนักได้ทันทีว่า ฮูหยินผู้นี้มิใช่สตรีอ่อนแอผู้ถูกรังแกได้อีกต่อไปแล้ว
"เรียนฮูหยิน บ่าวได้ทำการตรวจสอบบัญชีของใช้ส่วนตัวที่สูญหายในเรือนพัก และพบจดหมายลับที่ประทับตราสัญลักษณ์ของเรือนคุณหนูรองซุกซ่อนอยู่ใต้ฟูกนอนของชุนฮวาจริงขอรับ หลักฐานครบถ้วนไม่1มีข้อกังขา" พ่อบ้านกล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ลี่หลินโบกมือเรียวเบาๆ เป็นเชิงอนุญาต
"เช่นนั้นก็ทำตามกฎของตระกูลอวี้เหวิน" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสั่งให้แม่บ้านจัดเตรียมสำรับอาหาร "คนทรยศ โบกยี่สิบไม้เพื่อดัดนิสัย แล้วขับไล่ออกจากจวน ห้ามผู้ใดในเมืองหลวงรับตัวไว้ทำางาน มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นศัตรูของตระกูลอวี้เหวิน... ส่วนชุนฮวา ส่งตัวนางกลับไปให้ 'คุณหนูรอง' ที่เรือนซีกตะวันตก พร้อมกับของขวัญชิ้นพิเศษที่ข้าเตรียมไว้ให้ด้วยตัวเอง"
"รับทราบขอรับ!" บ่าวรับใช้ชายร่างกำยำสองคนก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงทุบตีดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานเรือน แต่ลี่หลินหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงแต่นั่งมองหยดน้ำชาที่กระฉอกออกจากถ้วยด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดั่งเซียนผู้มองดูความทุกข์ยากของมนุษย์จากสรวงสวรรค์
การกวาดล้างครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การกำจัดหนอนบ่อนไส้ แต่เป็นการประกาศศักดาให้คนทั้งจวนได้ประจักษ์ว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป อำนาจที่แท้จริงในเรือนหลังแห่งนี้มิได้อยู่ที่อนุภรรยาหน้าเนื้อใจเสือผู้นั้น หากแต่อยู่ในกำมือของ 'ไป๋ลี่หลิน' ผู้ที่พวกมันเคยคิดว่าจะเหยียบย่ำอย่างไรก็ได้
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังกลับคืนสู่เรือนใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้า พร้อมกับเสียงประกาศก้องขององครักษ์ประจำตัวท่านอ๋องที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในที่นั้นต้องสะดุด
"ฉินอ๋องเสด็จ——!"
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์คลุมสีดำสนิทปักลายมฆาสีเงินยวงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา กลิ่นอายความเยือกเย็นดุจพญาอินทรีผู้ล่าเหยื่อแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองสภาพความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวานละมุนของลี่หลินที่ยังคงประทับนั่งนิ่งสนิทโดยไม่แม้แต่จะลุกขึ้นถวายบังคม
ฉินอ๋องยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ขณะยื่นราชโองการลับฉบับหนึ่งวางลงบนโต๊ะข้างถ้วยชาของนางอย่างถือวิสาสะ
"ฮูหยินไป๋... ดูท่ามือของท่านจะสะอาดสะอ้านเกินไปเสียแล้วกระมัง ถึงได้ขยันกวาดฝุ่นผงพวกนี้ด้วยตัวเอง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากนาง พร้อมกับสายตาที่คมปลาบจนลี่หลินต้องหรี่ลงเล็กน้อย "แต่สิ่งที่ท่านยังไม่รู้ก็คือ... หมากตานี้ที่ท่านเพิ่งเดิน ได้ไปสะกิดตราบาปในอดีตของ 'ใครบางคน' เข้าอย่างจังเสียแล้ว"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมไปพร้อมกับข้า... มนตรากรรมสะท้อน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 4
เงื้อมมือมารในจวนแม่ทัพ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!