กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของสุราดอกท้อเจือด้วยกลิ่นอายอันตระการตาของบุปผาหมื่นลี้ในอุทยานหลวง ยามนี้ช่างละม้ายคล้ายกลิ่นอายแห่งความตายที่ถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำผึ้งอาบยาพิษ ไป๋ลี่หลินแย้มสรวลน้อยๆ ขณะปลายนิ้วเรียวดุจหยกสลักเรียงร้อยพัดปักลายหงส์ทองในมือให้คลี่ออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางหมู่สตรีสูงศักดิ์ที่ต่างพากันจับจ้องมองมาเป็นตาเดียว
สายตาคู่เหล่านั้นมีทั้งความริษยา การดูแคลน และความคาดหวังที่จะได้เห็นนางพลาดท่า
"พี่ใหญ่... ดอกเหมันต์สีชาดในเขตหวงห้ามนี้ ช่างงามสะพรั่งจนน่าอิจฉานักเพคะ"
เสียงหวานหยดย้อยที่เจือด้วยความเสแสร้งดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาใกล้ของไป๋ลี่อิน น้องสาวต่างมารดาผู้สวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนปักลายผีเสื้อดิ้นเงิน นางถือจอกสุราหยกขาวในมือ แววตาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความมุ่งร้ายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความบริสุทธิ์
ลี่หลินปรายตามองจอกสุราในมืออีกฝ่ายเพียงเสี้ยววินาที นางย่อมรู้ดีว่าในสุราจอกนั้นถูกผสมด้วยผงเสน่หาอัคคี—พิษโบราณที่จะแผดเผาให้สตรีสูญสิ้นความนึกคิดและขาดสติสัมปชัญญะกลางงานเลี้ยงใหญ่ เพื่อให้ผู้คนได้เห็นภาพนางขาดคุณธรรมและถูกบีบให้ต้องอภิเษกกับบุรุษที่ต่ำต้อยไร้ค่า เป็นการทำลายชื่อเสียงและอนาคตของนางให้ย่อยยับไปชั่วชีวิต
ช่างเป็นแผนการที่คุ้นเคยเสียจริง... เพราะในชาติก่อน นางก็เคยดื่มมันเข้าไปด้วยความไว้วางใจ จนต้องพบกับจุดจบอันน่าอนาถบนกองเพลิงแห่งความอับอาย
"น้องรองกล่าวได้ถูกต้องนัก" ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยก "ความงามที่ได้มาโดยไม่ต้องลงแรงสิ่งใด หากเด็ดดมตามใจชอบ ย่อมมีหนามแหลมคมคอยทิ่มแทงมือให้เลือดอาบได้โดยง่าย... เจ้าว่าจริงหรือไม่เล่า?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋ลี่อินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมมีความตื่นตระหนกวูบผ่านเข้ามา แต่นางก็ยังคงฝืนยิ้มหวานหยดแล้วยื่นจอกสุราเข้ามาใกล้ "พี่ใหญ่กล่าวคำใดกันเพคะ? น้องเพียงแค่อยากคารวะสุรากระชับมิตรให้แก่ท่านเท่านั้น หรือว่า... ท่านไม่ไว้ใจน้องสาวคนนี้?"
รอบกาย เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้น เหล่าคุณหนูและฮูหยินจากตระกูลต่างๆ เริ่มหันมาจับจ้อง พร้อมกับส่งสายตากดดันมายังไป๋ลี่หลิน ท่าทีของทุกคนล้วนรอคอยให້ນางปฏิเสธ เพื่อจะได้มีข้ออ้างกล่าวหาว่านางไร้ไมตรีจิตและถือตัว
ทว่า ไป๋หลินหาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางกลับหัวسराเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวسराนั้นเยียบเย็นจนไป๋ลี่อินรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"ไยจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า ในเมื่อน้องรองมีน้ำใจถึงเพียงนี้ มีหรือที่พี่สาวเช่นข้าจะปฏิเสธ"
ลี่หลินยื่นมือเรียวงามออกไปรับจอกสุราหยกขาวนั้นมา ท่าทางของนางสง่างามและเปี่ยมด้วยบารมี จนแม้แต่สตรีสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่บนตั่งทองยังต้องลอบพยักหน้าชื่นชมในกิริยาอันไร้ที่ติ
แต่ก่อนที่จอกสุราจะแตะริมฝีปาก ลี่หลินกลับแสร้งทำเป็นสะดุดชายผ้าแพรเบาๆ น้ำสุราสีใสในจอกจึงกระเซ็นตกลงสู่พื้นดิน ทว่าเป้าหมายหาใช่พื้นดินว่างเปล่า หากแต่เป็นอาภรณ์ปักลายดอกโบตั๋นสีทองอร่ามขององค์หญิงลี่จู พระธิดาองค์โปรดของฮ่องเต้ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าอารมณ์และเกลียดความสกปรกยิ่งกว่าสิ่งใด!
*เพล้ง!* เสียงจอกหยกกระทบพื้นดินแตกละเอียด พร้อมกับเสียงอุทานอย่างตกใจขององค์หญิงลี่จูที่ก้มมองอาภรณ์ราคาแพงซึ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนคราบสุราเป็นวงกว้าง
"บังaan! ใครบังaanทำลายฉลองพระองค์ของเปิ่นกง!"
พระสุรเสียงตวาดกร้าวด้วยความกริ้วโกรธ ทำให้บรรยากาศในอุทยานหลวงพลันเงียบกริบลงในทันดาล เหล่าขุนนางและสตรีสูงศักดิ์ต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ไป๋ลี่อินหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก รีบทรุดตัวลงหมอบกราบจนหน้าผากแนบพื้น
ลี่หลินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางคุกเข่าลงอย่างสง่างาม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสำนึกผิดที่แนบเนียนไร้รอยตำหนิ "หม่อมฉันไป๋ลี่หลิน สมควรตายพันครั้งเพคะ... เป็นหม่อมฉันซุ่มซ่ามเองที่ถือจอกสุราไม่มั่นคงจนทำให้อาภรณ์อันล้ำค่าขององค์หญิงต้องแปดเปื้อน"
องค์หญิงลี่จูถลึงตาใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้าตาบอดหรืออย่างไร! รู้หรือไม่ว่าฉลองพระองค์ชุดนี้ สั่งทอขึ้นพิเศษจากแคว้นใต้ ใช้เวลาสามปีกว่าจะสำเร็จ! เจ้ามีหัวกี่หัวถึงกล้าทำลายมัน!"
"หม่อมฉันสมควรตายเพคะ" ลี่หลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความนัยอันคมกริบ "แต่ทว่า... สุราในจอกนี้หาใช่สุราธรรมดาไม่ องค์หญิงโปรดทอดพระเนตรเถิดเพคะ"
นางใช้ปลายนิ้วแตะหยดสุราที่เปื้อนอยู่บนพื้นดินขึ้นมาเล็กน้อย แล้วนำมาแตะจมูกให้องค์หญิงได้กลิ่น
"นี่คือ... กลิ่นของผงเสน่หาอัคคี?"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวพญาหงส์กวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ฉินอ๋อง! เซียวจ้านถิง เสด็จมาถึงตั้งแต่เมื่อใด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้!
บรรยากาศรอบกายพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทหารองครักษ์นับร้อยนายเคลื่อนตัวปิดล้อมอุทยานไว้อย่างแน่นหนาด้วยความรวดเร็วราวดั่งสายฟ้าฟาด
ลี่หลินลอบสบตากับฉินอ๋องเพียงเสี้ยววินาที นางเห็นประกายความพึงพอใจและรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะสังเกตเห็นจากบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในราชสำนักผู้นี้
"ถวายบังคมฉินอ๋องเพคะ" ลี่หลินย่อกายคารวะด้วยความนอบน้อม "ทูลท่านอ๋อง สุราจอกนี้มิใช่สุราที่ใช้ดื่มสังสรรค์ในงานชมบุปผา แต่มันคือยาพิษที่ถูกเตรียมไว้เพื่อมอมเมาผู้บริสุทธิ์ องค์หญิงลี่จูทรงเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ถูกลูกหลงจากแผนการชั่วช้าของผู้ที่คิดทำลายชื่อเสียงของตระกูลไป๋..."
สายตาทมึงทึงของฉินอ๋องหันขวับไปจ้องมองร่างที่กำลังสั่นเทาของไป๋ลี่อินทันที ดุจพญาเสือโคร่งที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อผู้ไร้ทางสู้
"ใครเป็นผู้รินสุราจอกนี้?" ฉินอ๋องเอ่ยถาม น้ำเสียงดุจน้ำค้างแข็งในเหมันต์ฤดู
ไป๋ลี่อินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด นางพยายามอ้าปากจะแก้ตัว แต่เสียงของนางกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อสบเข้ากับแววตาดุจคมมีดของฉินอ๋อง
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้ไป๋ลี่อินจะต้องพินาศย่อยยับด้วยเงื้อมมือของฉินอ๋องนั้นเอง... ขันทีหลวงผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือด้วยความเร่งรีบ
"พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้ระงับการสอบสวนคดีในอุทยานหลวงทั้งหมดทันที และให้ควบคุมตัว 'ไป๋ลี่หลิน' เข้าสู่ตำหนักในด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏต่างแคว้น!"
รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของลี่หลินแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปมองร่างของขันทีผู้นั้นที่แอบส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมกลับมาให้
(ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมไปพร้อมกับข้า... มนตรากรรมสะท้อน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ)
ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 7
งานเลี้ยงร้อยเล่ห์
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!