วุ่นนัก! รักฉบับยัยโก๊ะกับคุณชายระเบียบจัด•ตอนที่ 34

ไปเยี่ยมบ้านพาย

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“ถ้าคุณธันวาไม่ถอดรองเท้าหนังราคาเหยียบหมื่นนั่นออกตอนนี้ คุณแม่หนูอาจจะเอาไม้เรียวไล่ฟาดตั้งแต่หน้าประตูรั้วเลยนะคะ!” พายกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเล็กๆ พยายามฉุดกระชากแขนเสื้อสูทแบรนด์เนมของชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่กลางลานดินหน้าบ้านสวนที่ดู... จะเรียกว่าบ้านสวนก็น้อยไป ต้องเรียกว่าอาณาจักรแห่งความวุ่นวายย่อมๆ ถึงจะถูก ธันวาเม้มปากแน่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองพื้นดินที่เปียกแฉะจากน้ำฝนผสมกับเศษใบไม้และมูลไก่ที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่ เขาขยับแว่นสายตาด้วยนิ้วชี้อย่างประหม่า ความสะอาดสะอ้านคือศาสนาของเขา แต่ดูเหมือนวันนี้เขาจะต้องละทิ้งศรัทธาชั่วคราวเพื่อทำคะแนนกับ ‘ว่าที่แม่ยาย’ “พาย... มั่นใจนะว่านี่คือบ้านพักอาศัย ไม่ใช่คอกปศุสัตว์ที่เผลอเอาบ้านมาตั้งทับ” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีจังหวะหยุดหายใจสั้นๆ ขณะที่ต้องหลบเลี่ยงเจ้าเป็ดน้อยตัวหนึ่งที่เดินเตาะแตะเข้ามาจิกปลายรองเท้าเขาอย่างถือวิสาสะ “คุณธันวา! อย่าดูถูกบ้านหนูสิคะ แม้แต่นิดเดียวก็ห้าม!” พายบุ้ยปาก ก่อนจะถูกเสียงแหลมสูงทรงพลังของมารดาขัดขึ้น “ยัยพาย! พาใครมาน่ะ? แล้วนั่น... แต่งตัวอะไรเหมือนจะไปประชุมบอร์ดบริหารระดับโลกมาเลยนะพ่อคุณ!” แม่ของพายเดินนุ่งผ้าถุงลายดอกสีสด มือหนึ่งถือช้อนแกง อีกมือหนึ่งถือกระด้งที่มีพริกแห้งเต็มไปหมด คุณนายพินิจแม่ของพายมองธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินผลที่ทำเอาชายหนุ่มผู้ผ่านดีลระดับพันล้านมานับไม่ถ้วนถึงกับเหงื่อตก “สวัสดีครับ... คุณแม่” ธันวายกมือไหว้ด้วยท่าทีสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เท้าข้างหนึ่งจะเหยียบลงบนคราบโคลนที่เขาพยายามเลี่ยงสุดชีวิตก็ตาม “แม่? ใครเป็นแม่เธอ ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าดูแลยัยตัวแสบนี่ได้จริง!” คุณนายพินิจวางกระด้งลง เสียงดัง ‘ปัง’ จนธันวาสะดุ้งโหยง “เข้าบ้านมา! อย่าทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปลุยไฟอยู่ได้” บรรยากาศภายในบ้านไม้ใต้ถุนสูงอบอวลไปด้วยกลิ่นแกงส้มยอดมะพร้าว กลิ่นที่ธันวาไม่คุ้นเคยแต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างบอกว่ามันคือกลิ่นของ ‘บ้าน’ จริงๆ เขาถูกสั่งให้นั่งบนเสื่อจันทบูรที่ปูไว้กลางบ้าน ขณะที่พายรีบวิ่งไปหยิบน้ำมาให้พร้อมกับท่าทางซุ่มซ่ามจนเกือบจะสะดุดขาตัวเอง “ว้าย!” เสียงพายอุทานพร้อมกับร่างที่ถลาไปข้างหน้า แก้วน้ำในมือสั่นไหว แต่ก่อนที่มันจะรดลงบนพรมปูพื้นราคาแพงที่เขาเตรียมมาฝาก ธันวาก็ขยับกายเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ท่าทางของทั้งคู่ดูหมิ่นเหม่และใกล้ชิดจนคุณนายพินิจที่กำลังตักแกงอยู่ต้องหันมามองด้วยสายตาวาววับ “คุณธันวาคะ... หนูขอโทษ” พายหน้าแดงก่ำ หายใจรดหน้าอกแกร่งของชายหนุ่มที่ตัวแข็งทื่อเหมือนรูปปั้น ธันวาคลายมือออกช้าๆ ลมหายใจเขาร้อนผ่าว เขาไม่ได้รังเกียจความซุ่มซ่ามของเธอเลยสักนิด กลับกัน... เขารู้สึกเอ็นดูจนอยากจะหยิกแก้มใสๆ นั่นสักทีถ้าไม่ติดว่าแม่ของเธอนั่งจ้องอยู่ “ไม่เป็นไรครับ... คราวหลังระวังหน่อย” เขาตอบเสียงนุ่ม พยายามปรับจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามให้เป็นปกติ “เอาละ! ไหนๆ ก็มาแล้ว มาช่วยกันเด็ดพริกนี่ซะ ถ้าจะจีบลูกสาวฉัน ต้องรู้จักงานบ้านงานเรือน ไม่ใช่ดีแต่ใส่สูททำหน้าเก๊กหล่อ” คุณนายพินิจยื่นกะละมังใส่พริกสดมาวางตรงหน้าธันวา ธันวามองพริกสีแดงจัดสลับกับมือนิ้วเรียวยาวของตนเอง เขาคือซีอีโอที่ใช้แต่ปากกาเซ็นเช็คและกดสมาร์ทโฟน แต่ตอนนี้ต้องมาเด็ดขั้วพริกเนี่ยนะ? พายหันมามองเขาด้วยสายตาขอร้องแกมขำ “ทำเถอะค่ะคุณธันวา ถือว่าหนูขอ... เดี๋ยวเย็นนี้พายจะปอกผลไม้ให้กินเยอะๆ เลย” ธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับเบาะรองนั่ง แล้วค่อยๆ บรรจงเด็ดขั้วพริกอย่างประณีตราวกับกำลังคัดแยกเพชรน้ำงาม ท่าทางที่จริงจังเกินเหตุของเขาทำให้คุณนายพินิจที่แอบลอบมองอยู่มุมห้องถึงกับหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “แก่นะ... แฟนแกน่ะ” คุณนายพินิจพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปตักแกงเพิ่ม ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงรถยนต์หรูอีกคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านสวน บรรยากาศเงียบสงบในบ้านพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อร่างระหงของรินรดาในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ดูไม่เข้ากับสถานที่เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยยาพิษ “ธันวาคะ... ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอคุณที่นี่” รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานหู แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองพายด้วยความสมเพช “ฉันบอกแล้วไงคะว่าบริษัทมีเรื่องด่วนที่คุณต้องตัดสินใจ แทนที่จะมาเสียเวลากับเรื่องเล่นๆ แบบนี้” ธันวาชะงักมือที่กำลังเด็ดพริกทันที ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นเรียบตึงในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางมองรินรดากลับด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เขาเคยมีให้ใคร “ผมบอกคุณแล้วริน... ว่าวันนี้ผม ‘ไม่ว่าง’” พายยืนตัวลีบอยู่ข้างๆ ธันวา รู้สึกถึงความกดดันที่พุ่งเข้าใส่รวดเร็วเกินตั้งตัว เธอไม่คิดว่ารินรดาจะตามมาถึงบ้านสวนได้ง่ายขนาดนี้ และที่สำคัญ... ความลับบางอย่างที่เธอเพิ่งซ่อนไว้ใต้โต๊ะไม้เมื่อครู่ กำลังถูกขาทรงสูงของรินรดาเขี่ยให้เผยออกมา รินรดาเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่พายแอบไว้ เธอใช้เท้าเขี่ยมันออกมากลางวงจนทุกคนมองเห็นกันหมด “อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันมองไม่เห็นพื้นสกปรกๆ นี่น่ะ” รินรดาหัวเราะร่า ก่อนจะก้มลงหยิบซองนั้นขึ้นมาแล้วเปิดออก “เอ๊ะ... นี่มันผลตรวจสุขภาพที่ธันวาบอกว่าหายไปไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมถึงมาอยู่กับพายได้ล่ะ?” พายหน้าซีดเผือด ธันวาขมวดคิ้วแน่นมองซองเอกสารในมือรินรดา เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพาย... และที่สำคัญ เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครแตะต้องผลตรวจนั่น รินรดายิ้มกว้างเมื่อเห็นสีหน้าของธันวา ก่อนจะอ่านข้อความในกระดาษออกมาเสียงดัง “ผลตรวจบ่งชี้ว่า... ธันวามีภาวะความจำเสื่อมชั่วคราวจากอุบัติเหตุครั้งล่าสุด ที่ทำให้เขาจำช่วงเวลาสำคัญกับฉันไม่ได้เลยสักนิด!” เค้กวานิลลาหวังว่าตอนนี้จะทำให้รี้ดทุกท่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และเตรียมตัวลุ้นไปกับพายในตอนถัดไปนะคะ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เค้กวานิลลามาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก! รักฉบับยัยโก๊ะกับคุณชายระเบียบจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%