หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 8

ทลายปราณขั้นต้น

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
“หากเจ้ายังลังเลที่จะสลัดทิ้งความแค้นที่กัดกินหัวใจ ข้าเกรงว่าด่านปราณชั้นกลางนี้จะเป็นป้ายหลุมศพของเจ้ามากกว่าจะเป็นทางผ่านสู่เซียน” เสียงแหบพร่าของอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในมิติจิต จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของชิงเสวี่ยทำให้อากาศรอบกายกลายเป็นผลึกน้ำแข็งที่แตกสลายเป็นละอองฝุ่น เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่หยาดเหงื่อที่ไหลรินลงมาตามกรอบหน้าเรียวสวยกลับกลายเป็นไอเย็นสีครามชั่วพริบตา ความเจ็บปวดจากการโคจรพลังในเส้นชีพจรที่ถูกกัดกร่อนด้วยไอพิษมารที่ตกค้างจากการต่อสู้ครั้งก่อน ทำให้ชิงเสวี่ยต้องขบกรามจนได้กลิ่นคาวเลือด “ข้าไม่ได้ลังเล...” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น “ข้าเพียงแค่กำลังเลือก... ว่าจะใช้เลือดของมันสังเวยวิชาเหมันต์นิรันดร์ หรือจะใช้วิญญาณของมันมาเป็นตะเกียงนำทางในนรก” ชิงเสวี่ยหลับตาลง ภาพลักษณ์ของมู่หยางในชุดคลุมสีเลือดที่กำลังหัวเราะเยาะท่ามกลางกองเพลิงที่เผาผลาญตระกูลของเธอยังคงวนเวียนอยู่ราวกับเงาหลอน เธอสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของดอกเหมันต์ที่เบ่งบานในสภาวะจำศีลเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่าง ผิวพรรณของเธอขาวซีดดุจหยกสลัก เส้นผมสีนิลพลิ้วไหวแม้ไร้กระแสลม ภายในจุดตันเถียน กระแสปราณที่เคยเชี่ยวกรากเหมือนพายุเริ่มบีบอัดตัวลงทีละน้อย ความรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่ไขกระดูกไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ทั่วไปจะทานทนได้ แต่นางพญาเซียนเช่นนางไม่เคยรู้จักคำว่าถอยหลัง ‘เจ้ากำลังทำลายกำแพงที่ขวางกั้นปราณก่อเกิดชั้นกลางอยู่ แต่มันมีค่าผ่านทางนะ ชิงเสวี่ย... ความทรงจำที่เจ้าหวงแหนที่สุด ความอ่อนโยนเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ในใจเจ้า... จงสังเวยมันเสีย มิฉะนั้นพลังนี้จะกลืนกินเจ้าจนไม่เหลือซาก’ อาวุโสไป๋เตือนด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด ชิงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพของมารดาผู้ล่วงลับที่เคยลูบหัวนางด้วยความรักในสวนดอกไม้ในวันวานผุดขึ้นมา มันเป็นความทรงจำสุดท้ายที่นางเหลืออยู่... ความทรงจำที่เปรียบเสมือนแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในจิตใจที่มืดมิดของนาง ‘ถ้าข้าต้องเสียมันไปเพื่อความแข็งแกร่ง... ข้าก็ไม่ต่างจากมู่หยาง’ นางพึมพำในใจอย่างเด็ดเดี่ยว นางไม่ได้เลือกทางที่ง่ายที่สุด แต่นางเลือกที่จะ ‘สยบ’ ปราณมารที่แทรกซึมอยู่นั้นด้วยไอเหมันต์บริสุทธิ์แทนที่จะตัดใจจากมัน มือเรียวบางประสานอินอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายพลังรอบกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจนโถงถ้ำสั่นสะเทือน เศษหินร่วงหล่นลงมาดุจห่าฝน *ปัง!* เสียงระเบิดภายในร่างดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาด กระแสปราณพุ่งทะลุทะลวงด่านปราณก่อเกิดชั้นกลางได้สำเร็จในพริบตา ความรู้สึกปลอดโปร่งแล่นเข้าสู่สมอง ความร้อนรุ่มที่เคยสุมอกมลายหายไป เหลือเพียงความเย็นเยือกที่สงบนิ่งและลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรน้ำแข็ง พลังที่ไหลเวียนในกายบัดนี้บริสุทธิ์และแข็งแกร่งจนนางสามารถสัมผัสได้ถึงทุกความเคลื่อนไหวในรัศมีสิบลี้ แต่ทันใดนั้น ความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาแต่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เสียงฝีเท้าที่นางคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเสียงหัวใจของตนเอง “น่ายินดีนัก... น้องหญิงของข้า เจ้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้เร็วกว่าที่ข้าคิดเสียอีก” เสียงนั้นทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์ แต่มันกลับทำให้ชิงเสวี่ยรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีหิมะเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างในชุดสีแดงชาดที่คุ้นตา ก้าวเข้ามาในเขตอาคมที่นางสร้างไว้ราวกับเดินเข้าบ้านของตนเอง มู่หยางยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มมุมปากของเขาดูทั้งอ่อนโยนและโหดเหี้ยมในคราวเดียวกัน เขาก้าวผ่านม่านพลังที่นางวางไว้ราวกับมันเป็นเพียงหมอกควัน มือเรียวของเขายื่นมาข้างหน้า ในมือนั้นมีกล่องไม้เก่าๆ ที่สลักตราประจำตระกูลของชิงเสวี่ยไว้—สิ่งที่นางคิดว่าถูกเพลิงเผาผลาญไปหมดสิ้นแล้ว “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร... และของสิ่งนั้น... เจ้าเอามาจากไหน!” ชิงเสวี่ยลุกขึ้นยืน กลิ่นอายสังหารพุ่งพล่านจนน้ำในอ่างบำเพ็ญเพียรกลายเป็นน้ำแข็งทันที มู่หยางไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยื่นของสิ่งนั้นมาให้ ดวงตาสีอำพันของเขาจับจ้องนางด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า ชิงเสวี่ย... ด่านปราณชั้นกลางนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่หากเจ้ายังฝืนเดินบนเส้นทางแห่งเซียนที่แสนจอมปลอมนี้ต่อไป สิ่งที่เจ้าจะได้รับไม่ใช่ความอมตะ แต่เป็นความพินาศ... เหมือนกับที่ตระกูลของเจ้าเคยเป็น” เขาสะบัดมือเบาๆ ม่านพลังที่ปิดกั้นถ้ำก็แตกกระจายออก เผยให้เห็นกองทัพมารฟ้าที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องนอกนับพันชีวิต ทุกสายตาจับจ้องมาที่นางราวกับจะกลืนกิน ชิงเสวี่ยกุมกระบี่น้ำแข็งในมือแน่น สายลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาในถ้ำจนผมยาวสลวยปลิวไสว ความหวังที่จะบำเพ็ญเพียรอย่างสงบจบสิ้นลงแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียด มู่หยางขยับกายเข้ามาใกล้จนจมูกของเขาแทบจะชนกับปลายจมูกของนาง เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาข้างหูว่า “เลือกระหว่างการเป็นเซียนที่ไร้ลมหายใจ หรือเป็นราชินีมารเคียงข้างข้า... ในคืนนี้ ก่อนที่หิมะแดงจะโปรยปราย เจ้าต้องตัดสินใจให้ดี” ชิงเสวี่ยเหมันต์หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความโศกเศร้าและความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นของชิงเสวี่ยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%