"หากเจ้ายังคงยึดติดกับความแค้นที่ฝังรากลึกถึงเพียงนี้ ต่อให้บำเพ็ญเพียรไปอีกหมื่นปี หัวใจของเจ้าก็เป็นเพียงก้อนน้ำแข็งที่รอวันแตกสลายเท่านั้น"
เสียงแหบพร่าของอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในมิติแห่งจิตที่บิดเบี้ยว ชิงเสวี่ยไม่ได้ตอบโต้ นางเพียงแค่นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินหยกกลางหุบเขาไร้ลักษณ์ ท่ามกลางกระแสปราณพิโรธที่ปั่นป่วนจนอากาศรอบกายกลายเป็นผลึกน้ำแข็งแหลมคม เส้นผมสีเงินยวงสะบัดพลิ้วตามแรงกดดันจากระดับพลังที่กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่ขั้นบรรลุเซียนระดับแปด
ชิงเสวี่ยหลับตาลง สัมผัสถึงไอเย็นที่ไหลเวียนในเส้นชีพจร—มันไม่ใช่แค่พลังปราณ แต่มันคือหยาดน้ำตาแห่งความตายของคนในตระกูลที่นางแบกรับไว้ตลอดหลายปี
"ความแค้นคือเชื้อเพลิง" นางเอ่ยขึ้น เสียงราบเรียบเย็นชาดั่งคมดาบที่บาดลึกผ่านความเงียบ "ข้าไม่ได้ต้องการบรรลุธรรมเพื่อหลุดพ้นจากมัน ข้าต้องการพลังนี้เพื่อพิพากษาคนที่สร้างมันขึ้นมาต่างหาก"
"ช่างดื้อรั้นนัก..." อาวุโสไป๋ถอนหายใจในแหวนมิติ "มู่หยางไม่ได้ต้องการเพียงชีวิตเจ้า เขาต้องการดวงวิญญาณที่แปดเปื้อนของเจ้าต่างหาก หากเจ้าใช้ปราณมารเข้าแทรกเพื่อเร่งระดับพลัง เจ้าจะไม่มีวันกลับไปเป็นเซียนที่บริสุทธิ์ได้อีกเลยนะ"
ชิงเสวี่ยแค่นหัวเราะในลำคอ มือเรียวงามดั่งหยกขาวประสานเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด นางเริ่มโคจรวิชา 'เหมันต์นิรันดร์กาล' ทันที กระแสลมปราณสีฟ้าครามม้วนตัวเป็นพายุหมุนรอบกาย บีบอัดมวลอากาศจนกลายเป็นสุญญากาศ ทุกอณูขุมขนของนางรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ประหนึ่งถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่กระดูกสันหลัง
นี่คือด่านเคราะห์ของขั้นบรรลุระดับแปด—การหลอมรวมความเป็นและความตายไว้ในหยดปราณเดียว
เหงื่อกาฬเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นบนหน้าผากเนียนละเอียด ทว่าสีหน้าของนางยังคงความสง่างามไว้อย่างไร้ที่ติ ความเย็นเยือกจากพลังเซียนปะทะเข้ากับเปลวเพลิงแห่งความแค้นในอก ก่อให้เกิดเสียงดัง 'ฉ่า' ราวกับเหล็กร้อนถูกจุ่มลงในน้ำเย็นจัด ร่างกายของชิงเสวี่ยสั่นสะท้าน แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่จุดกึ่งกลางของทะเลปราณ
ทันใดนั้น ภาพนิมิตในวัยเยาว์ก็ซ้อนทับเข้ามา...
*ภาพของมู่หยางในชุดคลุมสีดำสนิทที่เปื้อนคราบเลือดของบิดานาง เขายืนอยู่บนซากปรักหักพังของตระกูลด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเมตตาอันบิดเบี้ยว*
"เจ้าจะเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่มีวันหนีเงาของข้าพ้นหรอก เสวี่ยเอ๋อร์"
เสียงกระซิบข้างหูนั้นชัดเจนเกินไปจนชิงเสวี่ยเกือบเสียสมาธิ นางรีบกัดริมฝีปากจนเลือดซึม กลิ่นคาวเลือดช่วยดึงสติให้กลับมาจดจ่ออยู่กับการทะลวงจุดชีพจรสุดท้าย พลังปราณที่สั่งสมมาเนิ่นนานระเบิดออกดั่งเขื่อนแตก กระแสพลังสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนเมฆาให้กลายเป็นเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นในยามค่ำคืน
หนึ่งก้าว... สองก้าว... 三ก้าว...
พลังระดับแปดเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างหลังไหล่ของนาง เป็นดอกบัวเหมันต์แปดกลีบที่แผ่ไอเย็นเยือกไปทั่วทุกทิศทาง เหล่าอสูรในระยะร้อยลี้ต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันที่เหนือชั้น
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเข้าสู่สภาวะ 'ไร้ลักษณ์' อย่างสมบูรณ์ จู่ๆ บรรยากาศรอบข้างก็พลันเงียบสงัดลงอย่างผิดธรรมชาติ เสียงนก เสียงแมลง หรือแม้แต่เสียงลมที่พัดผ่านล้วนหายไปสิ้น เหลือเพียงความกดดันที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาที่กดทับลงมาบนแผ่นหลัง
ชิงเสวี่ยลืมตาขึ้น ดวงตาของนางในตอนนี้มีประกายน้ำแข็งซ้อนทับอยู่สองชั้น นางสัมผัสได้ถึงบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลัง... บุคคลที่นางรอคอยและหวาดกลัวมาตลอดชีวิต
กลิ่นหอมของดอกท้อที่ปนกลิ่นไอโลหิตลอยโชยมาแตะจมูก
"ยินดีด้วยที่บรรลุขั้นระดับแปดนะ... ท่านหญิงของข้า"
ชิงเสวี่ยค่อยๆ หมุนตัวกลับไปช้าๆ พลังเหมันต์ในมือนางก่อตัวเป็นดาบน้ำแข็งที่แหลมคม พร้อมจะปักลงกลางหัวใจผู้ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่หลังกำแพงปราณของนาง แต่นางกลับต้องชะงักงัน... เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้มีแค่จอมมารมู่หยางเพียงคนเดียว
เบื้องหลังของเขา คือหญิงสาวนางหนึ่งที่สวมชุดขาวสะอาดตา ใบหน้าของนางถอดแบบมาจากชิงเสวี่ยราวกับคันฉ่องที่สะท้อนเงา หากแต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งไอสังหาร มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
"เจ้าไม่ได้สู้กับข้าเพียงลำพังหรอกนะ เสวี่ยเอ๋อร์" มู่หยางเอ่ยพลางเอื้อมมือไปแตะไหล่ของหญิงสาวผู้นั้น "นี่คือ 'เศษเสี้ยวจิต' ของเจ้าที่ถูกข้าชิงมาเมื่อสิบปีก่อน วันนี้... ข้าตั้งใจจะคืนมันให้เจ้า แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องเลือก"
หญิงสาวชุดขาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของนางจ้องมองมาที่ชิงเสวี่ยด้วยความเวทนา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้นางถึงกับมือไม้สั่น
"ข้าคือความเป็นตัวเจ้าที่ปราศจากความแค้น หากเจ้าเลือกรับข้ากลับคืนไป... เจ้าจะสูญเสียพลังเซียนทั้งหมดที่บำเพ็ญมาเพื่อแลกกับความสงบสุข แต่หากเจ้าปฏิเสธ... ร่างกายของเจ้าจะถูกพลังมารกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณในค่ำคืนนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านด่านเคราะห์ไปกับข้าในบทนี้นะคะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 37
การฝึกขั้นบรรลุ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!