"เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย?"
น้ำเสียงของข้าสั่นพร่าอย่างไม่อาจควบคุม แผ่นหลังเย็นวาบราวกับถูกคมดาบน้ำแข็งกรีดผ่าน สายตาจ้องเขม็งไปยังร่างที่ยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ร่างนั้นงดงามและอ่อนช้อยเหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่ผิดเพี้ยน ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต มันเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง เหมือนก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"ศิษย์น้อง... เจ้ายังยึดติดกับสิ่งที่สูญเสียไปแล้วหรือ?" เสียงนั้นกระซิบแผ่วเบา แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของข้า
ข้ากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ปราณเหมันต์ในกายหมุนวนอย่างบ้าคลั่งเพื่อข่มความสั่นไหว มือที่กุมด้ามกระบี่สั่นระริก "เจ้าน้องสาวข้าตายไปแล้ว... ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าข้าคือสิ่งใดกันแน่? ฝีมือของมารร้ายเช่นเจ้าหรือ... มู่หยาง!"
เงาร่างของหญิงสาวไม่ตอบคำถาม เธอเพียงแค่ยกยิ้ม—ยิ้มที่ทำให้หัวใจของข้าปวดร้าวราวกับถูกบดขยี้ ก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหายไปกลายเป็นละอองสีดำสนิท ดั่งหมึกที่ละลายลงในผืนน้ำ
"หึ... เจ้ายังอ่อนหัดเกินไปที่จะมองเห็นความจริง ชิงเสวี่ย" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังมาจากเบื้องบน
ข้าเงยหน้าขึ้น ท้องฟ้าที่เคยเงียบสงบพลันเปลี่ยนสี ราวกับถูกฉีกกระชากด้วยกรงเล็บปีศาจ เมฆาสีเลือดแผ่ขยายปกคลุมเมืองหน้าด่าน 'ป้อมปราการศิลาขาว' ดั่งผ้าคลุมหน้ามรณะ กลิ่นอายมารที่หนาแน่นจนหายใจไม่ออกพุ่งเข้ากดทับจนแผ่นดินเบื้องล่างแตกร้าว
กองทัพมารนับหมื่นปรากฏกายขึ้นบนม่านเมฆ เหล่านักรบที่สวมชุดเกราะทำจากกระดูกสัตว์อสูรและถืออาวุธที่อาบด้วยไอพิษ ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีม่วงคลั่ง และเบื้องหน้ากองทัพเหล่านั้น คือร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทปักลวดลายเมฆามารที่ข้าจดจำได้แม่นยำ... มู่หยาง
"เจ้ามาเพื่อทำลายความสงบสุขที่เหลืออยู่น้อยนิดนี้งั้นหรือ?" ข้าตะโกนก้อง เสียงของข้ากังวานเย็นเยียบตัดกับเสียงลมพายุที่เริ่มโหมกระหน่ำ
มู่หยางมองลงมาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและเวทนา "ข้ามาเพื่อพาเจ้ากลับ... กลับไปสู่ที่ที่เจ้าควรอยู่ ที่ที่มีเพียงข้ากับเจ้า เราจะครอบครองโลกใบนี้ภายใต้บัลลังก์มืดที่ไม่มีวันล่มสลาย"
"คนทรยศ!" ข้าตวาด ก่อนจะทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศ กระบี่หิมะนิลในมือเปล่งประกายสีฟ้าคราม สาดส่องรัศมีเหมันต์แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนหยาดฝนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่คมกริบ
"ถล่มมันเสีย" มู่หยางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังสั่งให้คนรับใช้รินน้ำชา
ทันทีที่สิ้นคำสั่ง กองทัพมารพุ่งลงมาราวกับฝูงตั๊กแตนที่หิวโหย เสียงคำรามของพวกมันประสานกันจนพื้นดินสั่นสะเทือน ป้อมปราการศิลาขาวซึ่งเป็นปราการสุดท้ายของดินแดนเซียนเริ่มสั่นคลอน อาวุธมรณะถูกปล่อยลงมาจากฟากฟ้าเหมือนห่าฝนไฟ
ข้าตวัดกระบี่วาดเป็นวงโค้ง ปราณเหมันต์แปรเปลี่ยนเป็นมวลพายุหิมะมหึมา กั้นขวางเหล่ามารที่ดาหน้าเข้ามา แต่มันเป็นเพียงการชะลอเวลาเท่านั้น จำนวนของพวกมันมีมากเกินไป พลังของข้าเพียงคนเดียวเริ่มร่อยหรอ
"อาวุโสไป๋! ข้าจะทำอย่างไรดี!" ข้าส่งกระแสจิตถามแหวนมิติในขณะที่มือยังคงร่ายรำกระบี่สยบมารไปรอบกาย
"ชิงเสวี่ย... อย่าได้หวั่นไหวกับภาพมายา!" เสียงแหบพร่าของอาวุโสไป๋ดังขึ้นในหัว "พวกมันใช้ 'มนตราเงาจำแลง' เพื่อปั่นประสาทเจ้า ยิ่งเจ้าโกรธ มารฟ้าจะยิ่งเข้าครอบงำจิตใจ จงนิ่ง... นิ่งราวกับทะเลสาบที่ถูกแช่แข็งในฤดูเหมันต์!"
ข้าหลับตาลงชั่วขณะ ตัดขาดจากเสียงโห่ร้องของศัตรูและเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องรอบกาย ข้าสูดลมหายใจเข้าลึก รับรู้ถึงไอเย็นที่หมุนวนอยู่ในเส้นชีพจร ปล่อยให้จิตใจเข้าสู่สภาวะ 'ไร้ลักษณ์'
วินาทีนั้นเอง เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ทุกหยดน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในอากาศกลายเป็นคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพศัตรู
"มู่หยาง..." ข้าลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามเปล่งประกายดุจดารานิรันดร์ "ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าไปกับเจ้า... ก็จงผ่านดาบเล่มนี้ไปให้ได้ก่อน"
ข้าพุ่งร่างผ่านพายุหิมะเข้าหามู่หยางโดยตรง แต่ทว่า... เมื่อเข้าใกล้ตัวเขา ร่างของเขากลับสลายกลายเป็นควันดำอีกครั้ง ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของข้า มือหนาของเขาแตะเบาๆ ลงบนหัวไหล่ข้า สัมผัสนั้นเย็นเยียบกว่าน้ำแข็งและร้อนแรงดั่งไฟนรก
"เจ้าเก่งขึ้นมาก... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า 'น้องสาวของเจ้า' ยังอยู่ในมือข้า"
เขากระซิบข้างหูข้า พร้อมกับภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องล่าง—นางยืนอยู่บนยอดหอคอยที่กำลังพังทลายในเมืองหน้าด่าน มือของนางถือมีดสั้นที่อาบไปด้วยพิษร้าย เล็งไปที่หน้าอกของตัวเอง
ข้าชะงักกึก กระบี่ในมือร่วงหล่นลงพื้นน้ำแข็ง มู่หยางหัวเราะร่าด้วยความพึงพอใจ แต่แล้ว... จังหวะที่ข้ากำลังจะพุ่งตัวลงไปช่วยนาง ร่างของน้องสาวข้าก็หันมาสบตาข้า แล้วพึมพำคำหนึ่งที่ทำให้เลือดในกายข้าแข็งตัวไปทั่วร่าง
นางไม่ได้พูดว่า 'ช่วยข้าด้วย'... นางพูดว่า 'พี่หญิง... วิ่งไป... ท่านอาจารย์คือผู้บงการที่แท้จริง'
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันหนาวเหน็บแต่ทว่าอบอุ่นในหัวใจของข้าเสมอนะคะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 34
กองทัพมารบุก
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!