หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 33

ดอกบัวน้ำแข็ง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากเจ้ายังก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะถือว่านั่นคือการประกาศสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างเรา" ข้าเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ความเย็นเยียบจากไอปราณเหมันต์ในกายข้าแผ่ซ่านจนหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้รอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งใสวับ จอมมารมู่หยางหยุดฝีเท้าลงในระยะที่ห่างพอดี ข้าสัมผัสได้ถึงสายตาคมปลาบที่กรีดลงบนแผ่นหลัง ราวกับจะหยั่งลึกเข้าไปถึงรอยแผลเป็นในจิตวิญญาณของข้า "สงครามหรือ?" เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยกระแสหัวเราะที่ฟังดูขมขื่น "ชิงเสวี่ย... เจ้ากับข้าผ่านจุดนั้นมานานนับปีแล้วมิใช่หรือ เหตุใดต้องเย็นชาใส่กันถึงเพียงนี้ ในเมื่อสิ่งที่เจ้าต้องการ อยู่ในมือข้าแล้ว" ข้าหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ลมหายใจของข้ายังคงราบเรียบ ทว่าในอกกลับเต้นรัวดุจกลองรบ 'ดอกบัวน้ำแข็งพันปี' ที่ส่องประกายแสงสีครามจางๆ อยู่ในกล่องหยกบนฝ่ามือของเขา คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูรากปราณที่แตกสลายของข้า และก้าวข้ามผ่านคอขวดของระดับเซียนที่ข้าติดอยู่มานานนับทศวรรษ "เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่ มู่หยาง?" ข้าถามพลางกระชับกระบี่หิมะในมือแน่น เขาก้าวเข้ามา—ช้าๆ อย่างไร้ความเกรงกลัว—ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่นในวันวาน บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยของความดำมืดจากวิชามารที่เขาเลือกเดิน "ข้าต้องการเพียงความจริงใจ... สิ่งที่เจ้าไม่เคยให้ข้าเลยแม้แต่เสี้ยวเดียวในวันที่เรายังเป็นศิษย์ร่วมสำนัก" *อย่าหลงกลมัน* เสียงของอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในแหวนมิติที่นิ้วของข้า *มันกำลังใช้จิตมารบงการความรู้สึกเจ้า ดอกบัวนั้นมีพิษร้ายซ่อนอยู่ หากเจ้าแตะต้องโดยไร้ปราณป้องกันที่สมบูรณ์ เจ้าจะตกอยู่ในอำนาจของมันตลอดกาล* ข้าเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกตีกันยุ่งเหยิงในใจ ข้าต้องการโอสถนั้นเพื่อกอบกู้ตระกูลที่ถูกทำลาย แต่หากการได้มาซึ่งพลังหมายถึงการเป็นหุ่นเชิดของคนทรยศ ข้าจะเรียกตัวเองว่าเซียนได้อย่างไร? "ข้าไม่ต้องการจิตใจ ข้าต้องการเพียงโอสถ" ข้ากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ปราณเหมันต์พุ่งทะยานออกไปดุจแส้เหล็ก มู่หยางไม่ได้หลบหลีก เขาเพียงแค่พลิกข้อมือ กล่องหยกในมือหมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนที่เขาจะใช้ปราณมารสีนิลสกัดกั้นการโจมตีของข้าได้อย่างง่ายดาย "เจ้าเก่งขึ้นมาก" เขาเอ่ย พลางขยับเข้าไปใกล้จนข้าได้กลิ่นอายของดอกมู่ตานยามค่ำคืนที่ติดตัวเขามาแต่ไหนแต่ไร "แต่เจ้ายังอ่อนหัดเรื่องการตัดสินใจ... โอสถนี้ข้าปรุงมันขึ้นด้วยเลือดและหยดน้ำตาของข้าเอง หากเจ้าต้องการมัน จงแลกด้วยการยอมทิ้งวิถีเซียนที่จอมปลอมนี้เสีย แล้วมาอยู่ข้างข้า" ข้ากัดฟันกรอด ปราณเหมันต์ในกายระเบิดออกมาจนพื้นดินรอบข้างแตกละเอียด ข้าพุ่งตัวเข้าหามู่หยางในชั่วพริบตา กระบี่หิมะในมือวาดวงโค้งดุจจันทร์เสี้ยว ข้าไม่ได้มุ่งหมายจะสังหารเขา แต่ต้องการ 'ช่วงชิง' การปะทะกันของปราณสีขาวบริสุทธิ์และสีนิลสนิทสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วหุบเขาไร้ลักษณ์ ความกดอากาศมหาศาลทำให้ข้าหายใจติดขัด ข้าเห็นจังหวะที่เขาชะงักไปครู่หนึ่งเพราะบาดแผลเก่าจากการบำเพ็ญเพียรที่ฝืนธรรมชาติ นี่คือโอกาส! ข้าส่งกระแสจิตเรียกปราณทั้งหมดรวมไว้ที่ปลายนิ้วแล้วคว้าหมับไปที่กล่องหยกนั้น เมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับกล่องหยก ความเย็นเยือกก็แทรกซึมเข้าสู่กระดูก แต่มันไม่ใช่ความเย็นของหิมะ แต่มันคือความเย็นของความว่างเปล่า ข้าชิงมันมาได้แล้ว! "เจ้าชนะในวันนี้ ชิงเสวี่ย" มู่หยางกล่าว เสียงของเขาดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ตามมา แต่มองดูข้าด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก "แต่จงจำไว้... โอสถนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อรักษา แต่มีไว้เพื่อ 'เปิดผนึก' สิ่งที่ถูกฝังอยู่ในสายเลือดของเจ้ามาแต่กำเนิด" ข้าหยุดฝีเท้าลง หันไปมองเขาด้วยความตระหนก "เจ้าพูดเรื่องอะไร?" เขาไม่ตอบ เพียงแค่เหยียดยิ้มที่แฝงไปด้วยความเวทนา ก่อนจะสลายร่างกลายเป็นกลุ่มควันสีดำหายไปในความมืด ข้าเปิดกล่องหยกออก กลิ่นหอมเย็นสดชื่นของดอกบัวน้ำแข็งลอยฟุ้ง แต่ในใจข้ากลับรู้สึกสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ข้าสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อตรวจสอบโอสถ ทว่าในวินาทีที่ข้ากวาดสายตาสำรวจกลีบดอกบัวที่งดงามนั้น ข้าก็ต้องใจสลาย—กึ่งกลางของกลีบดอกไม้ไม่ได้มีเพียงน้ำค้างสวรรค์ แต่มันมี 'อักขระมาร' สีแดงฉานดุจเลือดที่ขยับเขยื้อนอยู่ราวกับสิ่งมีชีวิต ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... ไม่ใช่เสียงของอาวุโสไป๋ ไม่ใช่เสียงของมู่หยาง แต่เป็นเสียงของ 'ข้า' เองในวัยเยาว์ "ท่านพี่... ท่านมาช่วยข้าแล้วหรือ?" ข้าตัวแข็งทื่อ ร่างกายเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อค่อยๆ หันกลับไปมองสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง... เงาร่างที่คุ้นตาของน้องสาวที่ควรจะตายไปพร้อมกับตระกูลเมื่อสิบปีก่อน กำลังยืนยิ้มให้ข้าอยู่ใต้แสงจันทร์ พร้อมกับดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจและร่วมค้นหาความจริงอันดำมืดนี้ไปกับชิงเสวี่ยนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%