หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 46

วิชาลับบรรพกาล

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
“เจ้าคิดว่าความรักที่บิดเบี้ยวของเจ้า... คืออำนาจที่ข้าปรารถนางั้นหรือ มู่หยาง?” น้ำเสียงของข้าเรียบเฉย เย็นเยือกดุจหยาดน้ำค้างแข็งที่เกาะอยู่บนปลายดาบ แต่ในใจกลับสั่นไหวด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่พยายามกดทับไว้ ข้าจ้องมองบุรุษตรงหน้า—จอมมารมู่หยาง อดีตศิษย์พี่ผู้เคยร่วมสาบานใต้เงาจันทร์ แต่บัดนี้ ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น เหลือเพียงความกระหายที่น่ารังเกียจ มู่หยางแค่นหัวเราะ กลิ่นอายมารสีดำทมิฬหมุนวนรอบกายเขาราวกับพายุ “ความรักของข้าไม่ใช่เครื่องต่อรอง แต่มันคือความเป็นจริงที่เจ้าไม่อาจหลบหนี ชิงเสวี่ย... ดูเจ้าตอนนี้สิ ร่างกายที่อ่อนล้า พลังที่ใกล้เหือดแห้ง หากเจ้าไม่ยอมจำนนต่อข้า วันนี้แหละที่ข้าจะฝังศพเจ้าไว้ใต้ซากปรักหักพังแห่งนี้ด้วยมือของข้าเอง” เขาก้าวเข้ามาเพียงครึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมใส่ข้าจนกระดูกในกายส่งเสียงลั่น ข้าทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง ปลายกระบี่เหมันต์จิกลงบนพื้นหินเพื่อพยุงร่างไว้ ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกือบจะกลืนกิน หัวใจของข้ากลับสัมผัสได้ถึงไออุ่นประหลาดจากแหวนมิติบนนิ้วมือ *“เสวี่ยเอ๋อ... อย่าได้หวั่นเกรง วิชาลับบรรพกาลมิใช่สิ่งที่คนเยี่ยงมันจะครอบครองได้ เจ้าจงเปิดจิตรับสภาวะจิตวิญญาณแห่งเซียนรุ่นก่อนที่ข้ากักเก็บไว้ให้...”* เสียงของอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในมโนภาพ พร้อมกับแสงสีเงินยวงที่พุ่งทะลุจากแหวนเข้าสู่จุดตันเถียนของข้าอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บ มันคือการชำระล้าง! ข้ากัดฟันแน่น กลิ่นอายเหมันต์ที่เคยแผ่วเบากลับทวีความรุนแรงขึ้นจนหิมะสีขาวโพลนเริ่มโปรยปรายลงมาในโถงถ้ำที่แห้งแล้ง มู่หยางชะงัก สายตาที่เคยหยิ่งผยองเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ “วิชาเหมันต์นิรันดร์? เป็นไปไม่ได้! เจ้าได้รับถ่ายทอดเคล็ดวิชาลับจากบรรพชนมาตั้งแต่มื่อใด!” มู่หยางตวาดลั่น กระชับกระบี่มารในมือพุ่งทะยานเข้าหาข้าด้วยหมายจะเด็ดชีพก่อนที่พลังของข้าจะตื่นเต็มที่ ข้าหลับตาลง ปล่อยให้ความทรงจำของเซียนรุ่นก่อนไหลเวียนเข้ามาในจิตวิญญาณ ภาพความสูญเสียในวัยเยาว์ ภาพตระกูลที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นพลังขับเคลื่อน ข้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่งามของข้าฉายประกายสีเงินวาวโรจน์ราวกับกระจกน้ำแข็ง “มู่หยาง... เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ทวงคืนหรือ? ผิดแล้ว... วันนี้ ข้าจะเป็นผู้ส่งเจ้าไปชดใช้กรรมที่นรกภูมิ!” ข้าตวัดกระบี่ขึ้นฟ้า คลื่นความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนอากาศโดยรอบแข็งตัวเป็นผลึกแก้ว ดาบมารของมู่หยางปะทะเข้ากับปราณเหมันต์ของข้าจนเกิดเสียงดังกึกก้องเหมือนภูเขาถล่ม แรงกระแทกส่งผลให้โถงถ้ำแตกร้าว เศษหินร่วงหล่นลงมาทับถม ข้าสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่ไหลผ่านกระแสเลือด มันไม่ใช่พลังของข้าเพียงผู้เดียว แต่มันคือปณิธานของเหล่าเซียนที่ตายไปแล้วนับพันปีที่หลอมรวมเป็นหนึ่งกับข้า มู่หยางกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำจนลึกเข้าไป เขาเงยหน้ามองข้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ทั้งเคียดแค้น ทั้งหลงใหล และหวาดกลัว “พลังนี้... เจ้าทำสัญญาอะไรกับวิญญาณร้ายกันแน่ ชิงเสวี่ย!” “ข้ามิได้ทำสัญญากับมารร้าย... ข้าเพียงแค่ยอมรับในสิ่งที่ข้าเคยปฏิเสธมาตลอด” ข้าก้าวเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวที่ข้าเดินผ่าน พื้นดินถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง “นั่นคือ... ความโดดเดี่ยวที่ไร้ซึ่งความปรานี” ทว่า ในขณะที่ข้ากำลังจะสะบัดกระบี่สังหาร กลิ่นอายประหลาดสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางกั้นระหว่างข้ากับมู่หยาง มันไม่ใช่ไอมาน ไม่ใช่ปราณเซียน แต่มันคือกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... กลิ่นอายของคนที่ข้าเชื่อว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ตระกูลถูกทำลาย หมอกสีดำจางลง เผยให้เห็นร่างของชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมสีขาวเปื้อนเลือด เขายืนขวางหน้ามู่หยางไว้ สายตาของเขามองมาที่ข้าด้วยความเวทนา ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจของข้าหยุดเต้นไปชั่วขณะ “ท่านพ่อ...?” ข้าเผลอเรียกออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ แต่มือที่ถือกระบี่กลับกำแน่นขึ้นจนเลือดซึมออกมา ชายผู้นั้นยิ้มบางๆ ให้ข้า แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความลับที่ข้าไม่เคยล่วงรู้ “เสวี่ยเอ๋อ... อย่าได้หลงเชื่อในสิ่งที่เจ้าเพิ่งได้รับไป พลังที่เจ้าครอบครองอยู่... มันคือคำสาปที่จะนำมาซึ่งจุดจบของโลกใบนี้” เขาขยับมือเพียงเล็กน้อย ปราณกดดันที่รุนแรงกว่ามู่หยางพันเท่าก็พุ่งเข้าใส่ข้าจนร่างของข้าปลิวไปกระแทกกับแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ เลือดสดๆ ไหลออกจากมุมปากของข้าในขณะที่สติเริ่มพร่าเลือน มู่หยางที่นอนอยู่บนพื้นกลับหัวเราะร่าด้วยความสะใจ ราวกับว่านี่คือบทละครที่เขารอคอยมาตลอด “ชิงเสวี่ย... ดูเหมือนว่าความจริงที่เจ้าพยายามไขว่คว้า จะกลายเป็นมีดที่ย้อนกลับมาแทงเจ้าเสียเองแล้วนะ” ข้าจ้องมองชายที่ข้าเคยเรียกหาว่าพ่อด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะตระหนักได้ว่า... สงครามที่ข้ากำลังสู้อยู่นี้ มันไม่ใช่เพียงแค่ศึกระหว่างเซียนกับมาร แต่เป็นกับดักที่ถูกวางไว้มานานหลายร้อยปีโดยคนในสายเลือดเดียวกัน ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปบนเส้นทางแห่งเหมันต์และโชคชะตาที่พลิกผันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%