"เจ้ากำลังฆ่าตัวตาย มู่หยาง... และข้าจะไม่ยอมให้เลือดของมารร้ายมาแปดเปื้อนดาบของข้า"
ข้าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงของข้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากยอดเขาหมื่นปี แต่มันกลับสั่นสะท้านไปด้วยไอสังหารที่ยากจะระงับ
เบื้องหน้าของข้า มู่หยางไม่ได้อยู่ในสภาพที่ข้าเคยรู้จักอีกต่อไป ดวงตาที่เคยเป็นสีนิลลุ่มลึกบัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงฉานดุจโลหิตที่ถูกชโลมด้วยไฟนรก เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามลำคอและกรอบหน้าคมคาย ผิวพรรณที่เคยซีดขาวตามวิถีมารเริ่มปริแตกจนเห็นไอสีม่วงคล้ำรั่วไหลออกมาดุจควันพิษ มันกำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขา กัดกินตัวตนที่หลงเหลือเพียงเศษเสี้ยว
มู่หยางหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะแหบพร่าคล้ายเหล็กเสียดสีกันดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงลับใต้ดินที่ไร้แสงตะวัน เขาเดินโซเซเข้ามาใกล้ข้า ร่างกายของเขาสั่นกระตุกราวกับถูกดึงทึ้งด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
"เลือดงั้นรึ? ชิงเสวี่ย... น้องหญิงผู้แสนดีของข้า" เขาเค้นเสียงขณะที่มือข้างหนึ่งพยายามกุมขมับที่เต้นตุบตามจังหวะชีพจรที่บ้าคลั่ง "เลือดในกายข้านี้ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ... แต่มันคือคำสาปที่ท่านพ่อของเจ้าทิ้งไว้ให้!"
ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจบีบตัวรุนแรง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร"
"ถามพ่อของเจ้าสิ!" เขาตวาดก้อง พลังมารระเบิดออกรอบกายจนพื้นหินศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง "ตระกูลของเจ้าไม่ได้ถูกทำลายด้วยน้ำมือของมารฟ้าเพียงอย่างเดียว... พวกเขากลายเป็นหมากบนกระดานที่ถูกสังเวยเพื่อให้สายเลือดของเจ้าบริสุทธิ์พอที่จะเป็น 'ภาชนะ' ให้กับผู้ที่จะจุติใหม่ในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า!"
ถ้อยคำนั้นดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจข้า ข้าก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือที่กระชับกระบี่เหมันต์สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวต่อพลังมารเบื้องหน้า แต่เป็นความจริงที่กำลังกระชากวิญญาณของข้าให้หลุดลอย ความเงียบงันในชั่วขณะนั้นทำให้ข้าได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัว และเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของมู่หยาง
"เจ้าโกหก..." ข้าพยายามเค้นเสียงให้มั่นคง
"โกหกหรือ? ลองดูสิ่งที่อยู่ในแขนเสื้อของเจ้าดูสิ" มู่หยางแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ลิ้นของเขาพยายามเลียริมฝีปากที่แห้งผาก พลังมารในกายเขาเริ่มควบคุมไม่ได้ มันตีกลับเข้าทำร้ายร่างเนื้อจนเลือดสีดำไหลซึมออกมาจากมุมปาก
ข้าเหลือบมองห่อผ้าในแขนเสื้อ... ห่อผ้าที่ข้าได้รับมาจากคนสนิทของท่านพ่อก่อนที่ท่านจะสิ้นใจ มันคือคัมภีร์ที่ข้าไม่เคยกล้าเปิดอ่าน เพราะกลัวว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นจะทำลายความทรงจำที่ข้ามีต่อท่านเสียสิ้น
ในวินาทีนั้นเอง อาวุโสไป๋ที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้นในจิตข้าด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า *'ชิงเสวี่ย... อย่าไปฟังมัน! พลังมารในกายของมู่หยางกำลังพยายามทำลายสติของเจ้า เพื่อให้เจ้าเปิดทางให้มันครอบงำ! นี่คือกับดักทางจิต!'*
แต่ช้าไปแล้ว...
มู่หยางพุ่งเข้าหาข้าด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ พลังมารสีม่วงห่อหุ้มกรงเล็บของเขาไว้แน่น เขาไม่ได้ตั้งใจจะสังหารข้า เขากำลังพยายามจะ 'รวม' พลังของเขาเข้ากับข้า ข้าตวัดกระบี่เหมันต์ออกไปทันที ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านปะทะกับพลังมารจนเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
ทว่า แทนที่จะถอยออกไป มู่หยางกลับคว้าคมกระบี่ของข้าไว้ด้วยมือเปล่า!
เลือดสีดำไหลชโลมคมกระบี่ที่ควรจะบริสุทธิ์ดุจน้ำแข็งขั้วโลก ข้าสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มของเปลวไฟมาร มันวิ่งผ่านคมกระบี่มายังปลายนิ้วของข้า ข้าพยายามจะสะบัดออก แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ ราวกับถูกสาปให้อยู่กับที่
"เราทั้งคู่... คือหมากตัวสุดท้าย..." มู่หยางกระซิบข้างหูข้า ลมหายใจของเขาเหม็นสาบไอศพและอำนาจมืด "ชิงเสวี่ย เจ้าไม่ใช่ผู้ที่จะมาสยบมารฟ้า... เจ้าคือร่างที่ถูกจองจำไว้เพื่อเป็นกำเนิดใหม่ของมัน... จงยอมจำนนเถอะ ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ถูกเขียนไว้เสียที!"
นัยน์ตาของข้าพร่าเลือน ไอสีม่วงพุ่งเข้าจู่โจมจิตใต้สำนึกของข้า ความทรงจำวัยเยาว์ภาพวันที่ตระกูลของข้าถูกไฟเผาผลาญเริ่มบิดเบี้ยว ข้าเห็นภาพท่านพ่อ... คนที่ข้าเคารพรักที่สุด เขายืนอยู่บนกองซากศพ ในมือถือคัมภีร์เล่มเดียวกับที่ข้ามี และเขากำลังแย้มยิ้ม... ยิ้มที่ไม่ได้มีความเมตตา แต่เต็มไปด้วยความกระหายในอำนาจ
*มันไม่ใช่ความผิดของมารฟ้า... แต่มันคือความโลภของมนุษย์*
ข้าคำรามในลำคอ รวบรวมปราณเหมันต์ทั้งหมดที่มีพุ่งทะลุจุดตันเถียนของมู่หยาง แรงปะทะทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปกระแทกกับผนังถ้ำจนพังทลาย แต่ทว่า... ร่างของเขาไม่ได้ตกลงสู่พื้นดิน
เขาลอยค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางละอองมวลมารที่หมุนวนดุจพายุ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่ข้าคุ้นเคยที่สุดก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังแท่นบูชา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ แต่แผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวกว่ามารร้ายตัวใดในใต้หล้า
"เจ้าทำได้ดีมาก มู่หยาง" เสียงนั้นนุ่มนวล ทว่ากลับทำให้ข้าแทบหยุดหายใจ
ข้าหันไปมองร่างที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ดวงตาของข้าเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง มือที่ถือกระบี่สั่นระริกจนแทบจะประคองไว้ไม่อยู่
ชายผู้นั้น... ชายที่ควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว... กำลังยืนยิ้มให้ข้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักจอมปลอม พร้อมกับยื่นมือที่เย็นเยียบมาทางข้า
"มาเถิดลูกรัก... ได้เวลาเริ่มพิธีการเสียที"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านหิมะและเปลวเพลิงมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 47
มู่หยางบ้าคลั่ง
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!