“หยุดพยายามฝืนควบคุมมันเสียที ชิงเสวี่ย! หากเจ้ายังดื้อรั้นเช่นนี้ เส้นชีพจรของเจ้าได้กลายเป็นเศษซากธุลีสมใจอยากแน่!”
เสียงตวาดก้องของอาวุโสไป๋ดังกังวานอยู่ในห้วงจิตสำนึก ข้าขบกรามแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในลำคอ ร่างกายของข้าในเวลานี้ไม่ต่างจากเตาหลอมที่ไร้ขอบเขต พลังงานมหาศาลที่ได้รับมาจากเหตุการณ์ครั้งก่อนไม่ยอมสงบลง แต่มันกลับแผ่ขยาย รุกรานทุกอณูขุมขน ราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งหลุดพ้นจากพันธนาการกักขังมานานนับพันปี
ข้านั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินหยกสีครามในมิติเหล่านักบุญ ที่แห่งนี้อากาศบางเบาจนแทบไม่มีออกซิเจน ทว่ากลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบรรพกาลที่กดทับจนลมหายใจของข้าหนักอึ้ง ข้าปรือตาขึ้นช้าๆ มองเห็นหยดเหงื่อที่กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงบนพื้นหินก่อนจะระเหยกลายเป็นไอสีเงิน
“ท่านคิดว่าข้าเลือกได้หรือ?” ข้าเอ่ยสวนกลับ เสียงแหบพร่า “สายเลือดนี้... มันกำลังเรียกร้องบางอย่างที่ข้าเองก็ไม่อาจเข้าใจ มันไม่ได้ต้องการแค่การบำเพ็ญ แต่มันต้องการ ‘ทำลาย’ เพื่อสร้างใหม่”
อาวุโสไป๋ในร่างโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าถอนหายใจยาว แววตาของวิญญาณเร้นลับผู้นี้เต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด “เจ้ากำลังตื่นขึ้นสู่สถานะที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องหวาดหวั่น แต่นั่นหมายถึงการดึงดูด ‘มู่หยาง’ ให้เข้ามาหาเจ้าเร็วขึ้นด้วย หากเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอจะควบคุมพลังนี้ได้ ทุกอย่างที่เจ้าพยายามมาตลอดจะจบสิ้นลง”
ข้าไม่ตอบ แต่หลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้ข้าไม่ได้พยายามขัดขืนพลังนั้น แต่กลับเปิดประตูในส่วนลึกของจิตวิญญาณออก ข้าสัมผัสถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูก นี่ไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือต้นกำเนิดแห่งความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งกาลเวลา
ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ—ภาพคฤหาสน์ตระกูลชิงที่ถูกเปลวเพลิงสีเลือดเผาผลาญ เสียงกรีดร้องของบิดามารดา และรอยยิ้มเยือกเย็นของจอมมารมู่หยางในวันที่เขาละทิ้งทุกอย่างเพื่ออำนาจ ความแค้นในตอนนั้นไม่ได้มอดไหม้ไปตามกาลเวลา แต่มันกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีที่หล่อเลี้ยงพลังปราณของข้าให้เติบโตอย่างบิดเบี้ยว
“ข้าจะไม่ยอมตายจนกว่าหนี้เลือดนี้จะได้รับการชำระ” ข้าพึมพำเบาๆ ราวกับคำสาปแช่งต่อโชคชะตา
ทันใดนั้นเอง มิติโดยรอบก็เริ่มสั่นไหว ผนังหินหยกที่เคยนิ่งสงบกลับมีรอยร้าวปรากฏขึ้น ดอกบัวน้ำแข็งนับพันที่เคยลอยละล่องต่างแตกกระจายกลายเป็นผงละเอียด แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ ข้าเริ่มเห็นภาพนิมิต... ในส่วนลึกของจิตใจ ข้าเห็นมือของใครบางคนเอื้อมผ่านความมืดมิดเข้ามาสัมผัสแก้มของข้า สัมผัสนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งที่ข้าใช้เสียอีก
‘ในที่สุด... เจ้าก็เริ่มเข้าใจแล้วนะ ชิงเสวี่ย’ เสียงกระซิบที่แสนคุ้นเคยดังก้องอยู่ในโสตประสาท
ข้าสะดุ้งสุดตัว ลืมตาขึ้นด้วยความตื่นตระหนก พลังปราณที่เคยพุ่งพล่านกลับหยุดนิ่งสนิทอย่างน่าประหลาดใจ ราวกับว่ามิติแห่งนี้กำลังก้มกราบต่ออำนาจบางอย่างที่เพิ่งตื่นขึ้นภายในตัวข้า ข้าก้มลงมองฝ่ามือของตนเอง เส้นสายสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นใต้ผิวหนังที่ซีดเผือด
“เจ้ารู้สึกหรือไม่?” อาวุโสไป๋พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ประตูบานที่สามถูกเปิดออกแล้ว... เจ้าไม่ใช่เพียงผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาอีกต่อไปแล้วนะ”
ข้าลุกขึ้นยืนช้าๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความปลอดโปร่งอย่างประหลาด ทว่าท่ามกลางความเงียบสงบนั้น ข้ากลับสัมผัสได้ถึง ‘ไอสังหาร’ ที่คุ้นเคย... ไอสังหารที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและอำนาจมืด
ห่างออกไปไม่กี่ลี้จากมิติที่ข้าซ่อนตัวอยู่ ข้าสัมผัสถึงกระแสลมที่ผิดปกติ กระแสลมที่หอบเอากลิ่นอายของดอกเบญจมาศสีเลือดมาด้วย... กลิ่นอายของมู่หยาง
ทว่าสิ่งที่ทำให้ข้าใจหายวาบ ไม่ใช่การมาถึงของศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเขา—กองทัพมารที่ควรจะถูกปิดตายในแดนปรโลก กำลังยืนเรียงรายราวกับรอคำสั่งจากข้า และในมือของมู่หยางนั้น... เขากำลังถือสิ่งหนึ่งที่ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีกครั้ง
มันคือ ‘กริชเหมันต์นิรันดร์’ ของท่านพ่อที่หายสาบสูญไปพร้อมกับวันที่ตระกูลข้าล่มสลาย และที่ปลายกริชนั้น... มีหยดเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิทหยดลงบนพื้นหิน ท่ามกลางความเงียบงัน มู่หยางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาข้าผ่านช่องว่างของมิติ แม้ข้าจะซ่อนตัวอยู่ แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับมองทะลุผ่านทุกสิ่งมายังข้าด้วยรอยยิ้มที่สั่นคลอนหัวใจ
“ข้ามาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้า... พร้อมกับเจ้าด้วยนะ ชิงเสวี่ย”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันหนาวเหน็บนี้ไปพร้อมกับข้านะคะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 45
การพักฟื้นในแดนเซียน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!