หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 5

กลิ่นอายมาร

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ลอยปะปนมากับสายลมยามค่ำคืน ไม่ได้มาจากลานประลองภายนอก แต่มันซึมซับอยู่บนพื้นศิลาหยกขาวของตำหนักตรวจสอบจิตวิญญาณแห่งนี้... ชิงเสวี่ยกวาดสายตาคมปลาบดุจเศษน้ำแข็งหมื่นปีมองรอยเปื้อนสีดำคล้ำที่ถูกอำพรางไว้ด้วยพลังปราณชั้นสูง สำหรับคนทั่วไป รอยเปื้อนนั้นอาจเป็นเพียงร่องรอยการหลอมโอสถที่ผิดพลาด ทว่าสำหรับผู้ที่ฝึกฝนวิชาเหมันต์และบรรลุเนตรสวรรค์ขั้นสูงเช่นนาง มันคือ "รอยประทับโลหิตมาร" ที่ไร้ซึ่งความผิดเพี้ยน "ช้าก่อนแม่นางชิง..." เสียงแหบพร่าของอาวุโสไป๋ดังแว่วมาจากภายในแหวนมิติ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "พลังมารสายนี้... มันไม่ใช่ของพวกมารระดับล่างที่บุกรุกเข้ามาตามชายแดน แต่มันคือ 'วิชาโลหิตกลืนวิญญาณ' วิชาต้องห้ามที่สูญหายไปร่วมร้อยปี มีเพียงคนในสำนักที่กุมความลับระดับสูงเท่านั้นที่อาจารย์รุ่นก่อนถ่ายทอดให้" ชิงเสวี่ยไม่ตอบคำ ริมฝีปากบางเฉียบราวกับกลีบเหมันต์เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ปราณเย็นเยียบสีครามแผ่ซ่านออกจากร่างโดยไม่รู้ตัวจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมตามเสาหยกสลักลายมังกร ในสำนักเซียนอันทรงเกียรติและบริสุทธิ์ผุดผ่องแห่งนี้ ที่ซึ่งเหล่าศิษย์ต่างพากันก้มหน้าบำเพ็ญเพียรเพื่อละทิ้งกิเลส กลับมีหนอนบ่อนไส้... และไม่ใช่แค่หนอนธรรมดา แต่เป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากากของผู้มีคุณธรรม *ตึง!* เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกรีดร้องเตือนภัย ชิงเสวี่ยสะบัดแขนเสื้อ ควันสีขาวบริสุทธิ์กลืนกินร่างของนางหายวับไปจากจุดนั้นอย่างไร้ร่องรอยในเสี้ยววินาที เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยความระมัดระวัง แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างแกะสลักเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกของผู้นำทาง สันจมูกโด่งคมและรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้... เขาคือ "หลี่เทียน" ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ดูแลกฎระเบียบของสำนัก ผู้ซึ่งเป็นที่เคารพรักและยกย่องของเหล่าศิษย์น้องทั้งหลาย หลี่เทียนหยุดยืนอยู่หน้าจุดที่ชิงเสวี่ยเพิ่งตรวจสอบ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความเย็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ "หึ... ปราณเหมันต์ของเจ้าช่างรวดเร็วนัก น้องหญิงชิงเสวี่ย" หลี่เทียนพึมพำกับความว่างเปล่า รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความบิดเบี้ยวชวนขนหัวลุก เขายกมือขึ้นลูบรอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นคอ ซึ่งใต้ร่มผ้าตรงนั้นมีรอยสักรูปดอกบัวสีโลหิตกำลังเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต จากมุมมืดเหนือคานไม้ ชิงเสวี่ยจ้องมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพ แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความเดือดดาล หลี่เทียน... ผู้ที่เคยร่วมสาบานต่อหน้าฟ้าดินว่าจะปกป้องสำนัก ผู้ที่เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่นางในศึกปราบมารเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นสุนัขรับใช้ของเผ่ามารไปเสียแล้ว *หรือว่า... การทำลายล้างตระกูลของนางเมื่อในอดีต ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในสำนักนี้ด้วยเช่นกัน?* ความคิดนั้นกรีดแทงจิตใจนางดั่งเข็มนับพันเล่ม ทว่าสีหน้าของนางกลับยังคงนิ่งสนิทดุจหิมะกลางฤดูร้อน ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกหลุดลอดออกมาแม้แต่น้อย "เจ้ากำลังสงสัยในตัวเขาใช่ไหมล่ะ ชิงเสวี่ย..." เสียงของจอมมารมู่หยางดังแทรกเข้ามาในห้วงจิตสำนึกของนาง ราวกับกระซิบอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ายวนและเยาะเย้ย "น่าสมเพชเสียจริง สำนักเซียนที่เจ้าเทิดทูนนักหนา แท้จริงแล้วเน่าเฟะจากข้างใน... มารอย่างพวกข้า ไม่เคยต้องลงมือทำลายพวกมันเลย เพราะพวกมันทำลายกันเองตั้งนานแล้ว" "หุบปากซะ!" ชิงเสวี่ยส่งกระแสจิตตอกกลับไปอย่างเฉียบคม ปราณกระบี่ในตan_tian (ตันเถียน) สั่นระริกเพื่อขับไล่เสียงรบกวนนั้นออกไป เบื้องล่าง หลี่เทียนไม่ได้เดินจากไป เขากลับหยิบหยกสื่อสารชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แสงสีแดงวาบขึ้นวับหนึ่งก่อนที่เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกจะดังลอดออกมา *"แผนการคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว? พิธีบูชาโลหิตในคืนวันเพ็ญนี้ พร้อมหรือไม่?"* หลี่เทียนคุกเข่าลงข้างหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเคารพยำเกรงอย่างสุดซึ้งที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน "เรียนท่านผู้นำ... ศิษย์จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ทางสำนักไม่มีทางระแคะระคาย ยิ่งไปกว่านั้น... ข้าได้หยิบยืม 'กระบี่เพลิงสุริยัน' ของเจ้าสำนักมาเป็นสื่อกลางในพิธีด้วย รับรองว่าพลังมารจะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแน่นอนขอรับ" ดวงตาของชิงเสวี่ยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—กระบี่เพลิงสุริยัน! สมบัติประจำสำนักที่ใช้สะกดผนึกมารมานับพันปี บัดนี้กลับถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกจอมมารเสียเอง! ทว่า ในวินาทีที่หลี่เทียนกำลังจะเก็บหยกสื่อสารกลับเข้าไป จู่ๆ เขาก็หันขวับมาทางคานไม้ที่นางซ่อนตัวอยู่ ดวงตาสีดำสนิทของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้า "รูu... ออกมาเถอะ น้องหญิงชิง เจ้าแอบดูมานานพอแล้วกระมัง?" สิ้นเสียงนั้น พลังปราณมารสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นมาราวกับเสือโคร่งกระหายเลือด ฉีกกระชากคานไม้จนแหลละเอียดเป็นจุล! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหนาวเหน็บไปกับชิงเสวี่ยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%