“ท่านพี่เฟยหลง... ท่านกำลังสงสัยข้าด้วยเหตุผลใดกันแน่?”
ปลายกระบี่เหมันต์ที่เคยแผ่ไอเย็นเยียบสะกดข่มศัตรู ถูกปลายมือนุ่มนวลปัดป้องเพียงแผ่วเบา ทว่าแรงปะทะกลับแฝงไว้ด้วยกระแสปราณที่สั่นคลอนหัวใจคนฟัง ชิงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่กลางโถงพิธีกรรมสำนักเมฆาคล้อย สายตาเรียบเฉยดุจผืนน้ำแข็งในเหมันตฤดูจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า—ศิษย์พี่ผู้เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมานับสิบปี
หลิวเฟยหลงชักกระบี่กลับ ดวงตาคมกริบของเขาวูบไหวด้วยความสับสน “ชิงเสวี่ย... ข้าเห็นคราบโลหิตสีดำบนขอบจีวรเจ้าเมื่อคืนนี้ และข้ายังได้ยินเสียงสะท้อนของวิชาปราณมารที่แผ่ออกมาจากห้องบำเพ็ญเพียรของเจ้า เจ้าอธิบายมาเถิดว่าเหตุใดปราณเซียนบริสุทธิ์ของสำนักเรา ถึงถูกเจือปนด้วยความอาฆาตที่ข้าไม่รู้จัก”
คำพูดนั้นเฉือนลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนรอยร้าวที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ชิงเสวี่ยไม่ตอบทันที นางเพียงขยับชายแขนเสื้อที่เปื้อนฝุ่นธุลีเล็กน้อย ท่าทางสง่างามไร้ความตื่นตระหนก ทว่าภายในจิตใจกลับคลื่นเหียน นางรับรู้ถึงเสียงกระซิบแผ่วเบาจากอาวุโสไป๋ในแหวนมิติที่นิ้วชี้
‘อย่าได้เผยไต๋... หญิงสาวเอ๋ย หากความลับเรื่องปราณมารในกายเจ้าถูกเปิดเผย แม้แต่ผู้ดูแลสำนักก็ไม่อาจปกป้องเจ้าจากกฎเหล็กของสวรรค์ได้’
“ท่านพี่ต้องการคำตอบแบบใดหรือคะ?” ชิงเสวี่ยเอ่ยถาม เสียงของนางนิ่งสงบจนน่าขนลุก “ต้องการให้ข้าแต่งเรื่องหลอกลวง เพื่อให้ท่านสบายใจว่าข้ายังเป็นศิษย์น้องผู้ใสซื่อคนเดิม หรือต้องการให้ข้าแสดงอาคมให้เห็นว่า ความจริงที่ท่านเห็นนั้น เป็นเพียงภาพลวงตาจากจิตที่เต็มไปด้วยความกังขาของท่านเอง”
เฟยหลงขมวดคิ้วแน่น เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของหิมะจากตัวนาง “ข้าไม่ได้ต้องการหลอกลวงตัวเอง ข้าแค่ต้องการให้เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ข้ากังวล... ว่าเจ้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับมู่หยาง”
ชื่อนั้นทำให้ชิงเสวี่ยชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจที่ถูกคุมให้อยู่ในจังหวะสม่ำเสมอสะดุดลงเพียงเสี้ยววินาที ทว่านางควบคุมมันได้ทันทีด้วยทักษะการบำเพ็ญเพียรระดับสูง นางแค่นหัวเราะเบาๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูก
“มู่หยางน่ะหรือคะ? คนที่ทิ้งสำนักไปสู่เส้นทางที่เปื้อนเลือด... ท่านคิดว่าข้าจะลดตัวลงไปข้องแวะกับมารชั้นต่ำนั่นได้อย่างไรกัน ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว ศิษย์พี่”
ท่ามกลางความตึงเครียด กลิ่นอายมืดดำที่ชิงเสวี่ยพยายามกดทับกลับเริ่มรั่วไหลออกมาจากรอยแยกของมิติในห้องนี้ อาวุโสไป๋กำลังใช้พลังของแหวนมิติพยายามปิดบังความผิดปกติ แต่พลังมารที่ได้รับมาจากการเผชิญหน้ากับมู่หยางในคราวก่อนกลับดื้อรั้นเกินไป มันเริ่มกัดกินสติของนางในยามที่ใจสั่นคลอน
เฟยหลงไม่ได้โง่เง่า เขาเห็นรอยสีดำที่ปรากฏขึ้นบนหลังมือของชิงเสวี่ยเพียงชั่วพริบตาแล้วจางหายไป ความหวาดระแวงเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง “เจ้าไม่ได้โกหกด้วยคำพูด... แต่เจ้าโกหกด้วยวิญญาณ ชิงเสวี่ย! ทำไมเจ้าถึงยอมให้สิ่งนั้นกัดกินเจ้า!”
เขาพุ่งตัวเข้าหานางหมายจะดึงข้อมือเพื่อตรวจสอบชีพจร ทว่าชิงเสวี่ยกลับเบี่ยงตัวหลบด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ปราณเหมันต์ระเบิดออกจากร่างทำให้น้ำค้างในห้องกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตัวไปทั่วบริเวณ ร่างของนางลอยถอยหลังไปหยุดอยู่บนคานไม้ สูงขึ้นไปเหนือสายตาของศิษย์พี่
“อย่าก้าวล้ำเส้นเข้ามา” ชิงเสวี่ยกล่าว เสียงของนางเปลี่ยนเป็นเย็นชาจนไร้ความรู้สึก “ความลับของข้า คือความตายของพวกท่าน หากไม่อยากจบชีวิตลงโดยไม่รู้ตัว ก็จงเก็บความสงสัยของท่านไว้ในที่ที่มันควรอยู่เสีย”
นางสะบัดแขนเสื้อ ทิ้งไว้เพียงไอหมอกสีขาวที่หนาแน่นจนบดบังสายตา เมื่อควันจางลง ร่างของชิงเสวี่ยก็หายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า ทว่าบนพื้นไม้ที่นางเคยยืนอยู่ มีหยดเลือดสีดำคล้ำหยดหนึ่งวางทิ้งไว้
เฟยหลงก้มลงมองหยดเลือดนั้นด้วยมือที่สั่นเทา เขาหยิบขวดหยกขึ้นมาเก็บหยดเลือดนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย แต่ทว่าก่อนที่เขาจะหมุนตัวจากไป ประตูห้องโถงพิธีกรรมก็ถูกผลักออกอย่างแรง โดยศิษย์น้องอีกคนหนึ่งที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“ศิษย์พี่เฟยหลง! ท่านผู้อาวุโสประกาศกักบริเวณศิษย์ทุกคน... พวกเขาพบศพศิษย์เวรยามหน้าหุบเขาเหมันต์ ถูกดูดกลืนปราณจนเหลือเพียงซากแห้ง!”
เฟยหลงเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ เขาหันไปมองทิศทางที่ชิงเสวี่ยหายไป ในขณะที่เสียงหัวเราะแผ่วเบาของใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของโถงใหญ่ก็ดังขึ้น
“ช่างเป็นโชคชะตาที่น่าสมเพชจริงๆ... เฟยหลง” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังมาจากเงามืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ “เจ้าไม่เคยรู้จักศิษย์น้องของเจ้าเลย... ความลับที่นางพยายามปิดบัง ไม่ใช่การกลายเป็นมาร แต่เป็นการที่นางได้ยอมจำนนต่อบัลลังก์ของข้าไปตั้งนานแล้ว”
เงามืดนั้นก้าวออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา ทว่าดวงตากลับมีประกายสีแดงก่ำของมู่หยาง ในมือเขากำจี้หยกประจำตัวของชิงเสวี่ยที่นางควรจะติดตัวไว้ตลอดเวลาเอาไว้แน่น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหนาวเหน็บไปกับชิงเสวี่ยนะคะ!
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 6
รอยร้าวแห่งมิตรภาพ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!