“เจ้าคิดว่าเศษซากที่เน่าเปื่อยในมือนั่น จะทำให้ข้าหวั่นไหวได้กระนั้นหรือ มู่หยาง?”
เสียงของชิงเสวี่ยราบเรียบดุจผิวน้ำในยามเหมันต์ทมิฬ นางยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาไร้ลักษณ์ ท่ามกลางกระแสลมปราณสังหารที่หมุนวนรอบกายดุจพายุหิมะ ดวงตาคู่หงส์ที่มักเย็นชาบัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่ยากจะระงับ แม้ภายในอกของนางจะสั่นไหวราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหญิงที่คล้ายคลึงกับตนในวัยเยาว์ แต่ทว่า... นางคือผู้บำเพ็ญเพียรจิตเซียน ความสับสนย่อมต้องถูกกดทับด้วยความเยือกเย็น
ชายผู้มีใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกฉีกขาดจนเห็นกระดูกสีขาวโพลนหัวเราะร่า เสียงของเขาสั่นพร่าและแหบแห้งราวกับเสียงเหล็กครูดกับผืนทราย “หวั่นไหวงั้นหรือ? เจ้าที่เย็นชาราวกับรูปปั้นสลักจากน้ำแข็งเนี่ยนะ ชิงเสวี่ย... ดูให้เต็มตาเถิด นี่คือสิ่งที่เหลืออยู่ของ ‘ตัวตน’ ที่เจ้าพยายามทิ้งไว้ในอดีต!”
เขาสะบัดศีรษะที่ถือไว้ในมือทิ้งลงเบื้องล่าง ก่อนจะใช้นิ้วที่เน่าเปื่อยชี้มายังทิศทางที่เหล่าจอมยุทธ์นับพันจากทุกสำนักกำลังยืนล้อมวงอยู่อย่างเงียบงัน บรรยากาศรอบเขาสูงเสียดฟ้าแห่งนี้ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เหล่ายอดฝีมือที่เคยถือทิฐิว่าตนเป็นหนึ่ง ต่างไม่มีใครกล้าขยับกาย การชุมนุมครั้งนี้เดิมทีคือการตัดสินความเป็นหนึ่งในใต้หล้า แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเวทีประลองระหว่างเทพกับมารที่ไม่มีใครกล้าแทรก
“ข้ามาที่นี่ เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของข้า” มู่หยางก้าวเท้าผ่านไอหมอกสีเลือดที่ปกคลุมรอบกาย “คนเหล่านี้ล้วนเป็นมดปลวก พวกมันจะตายเพื่อเป็นสักขีพยานในการจุติใหม่ของราชินีมาร... หรือจะตายเพื่อเซียนผู้จองหองเช่นเจ้ากันแน่?”
อาวุโสไป๋ที่อยู่ในแหวนมิติส่งกระแสจิตผ่านความเย็นวาบเข้าสู่จิตสำนึกของชิงเสวี่ย *‘ระวังตัวให้ดี เสวี่ยเอ๋อร์ มู่หยางไม่ได้มาเพียงลำพัง พลังมารที่เขาสัมผัสได้ใต้ผืนดินนี้... มันคือค่ายกลดูดกลืนวิญญาณที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า!’*
ชิงเสวี่ยไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา นางเพียงคลี่ฝ่ามือออก ก่อเกิดเป็นกระบี่น้ำแข็งใสวาววับสะท้อนแสงจันทร์สีเลือด ปลายกระบี่จี้ตรงไปยังอกซ้ายของมู่หยาง นางเคลื่อนไหวเร็วและรุนแรงดุจฟ้าผ่าในฤดูหนาว ทว่ามู่หยางกลับเพียงแค่เหยียดยิ้ม เขาไม่ได้หลบหลีก แต่กลับปล่อยให้กระบี่แทงทะลุร่างที่ดูเหมือนจะเน่าเปื่อยนั้นไปอย่างง่ายดาย
“ช้าไป... ศิษย์น้อง”
ร่างของมู่หยางสลายกลายเป็นควันสีดำสนิท ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นด้านหลังนางในเสี้ยวพริบตา มือที่เต็มไปด้วยไอชั่วร้ายคว้าเข้าที่ไหล่ของชิงเสวี่ย แต่ด้วยสัญชาตญาณของการบำเพ็ญเพียรนับร้อยปี นางอาศัยจังหวะนี้หมุนตัวกลับ พร้อมปล่อยพลังปราณเหมันต์นิรันดร์แช่แข็งอากาศรอบข้างจนแตกละเอียดเป็นเกล็ดหิมะคมกริบ!
เหล่ายอดฝีมือที่เฝ้ามองอยู่ต่างถอยร่นด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับกระอักเลือดเพียงเพราะสัมผัสไอเย็นที่แผ่กระจายออกมา การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปะทะด้วยกระบวนท่า แต่มันคือการปะทะด้วยหลักธรรมและจิตวิญญาณ
“เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก” มู่หยางเช็ดคราบเลือดสีดำที่มุมปาก ดวงตาข้างที่เหลืออยู่เบิกกว้างด้วยความหลงใหลที่น่าสะพรึงกลัว “ยิ่งเจ้าเยือกเย็นเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งอยากจะกระชากความอ่อนแอภายในใจของเจ้าออกมาให้โลกได้เห็น!”
ชิงเสวี่ยไม่ได้ฟังคำยั่วยุ นางกระโดดขึ้นไปบนยอดเสาศิลา แล้วกวาดกระบี่เป็นวงกลม ก่อเกิดม่านหิมะที่กักขังมู่หยางไว้ภายใน แต่ทันใดนั้นเอง ผืนดินที่เหล่าจอมยุทธ์ยืนอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ!
พื้นดินแยกออก เผยให้เห็นโซ่ตรวนสีดำทมิฬที่พุ่งขึ้นมาพันธนาการร่างของยอดฝีมือที่อ่อนแอที่สุดในที่นั้น ก่อนจะลากพวกเขาลึกลงไปในรอยแยกนั้นอย่างโหดเหี้ยม
“เจ้าคิดว่าการชุมนุมครั้งนี้มีไว้เพื่ออะไร?” มู่หยางหัวเราะเสียงดังสนั่นฟ้า “ทุกชีวิตที่อยู่ที่นี่ คือเครื่องสังเวยเพื่อเปิดประตูมิติมาร... และเจ้า คือกุญแจดอกสุดท้าย!”
ชิงเสวี่ยรู้สึกได้ถึงแรงดึงมหาศาลจากใต้ดิน ร่างของนางถูกฉุดกระชาก แต่ในขณะที่นางกำลังจะใช้วิชาเซียนต้านทานอยู่นั้น นางกลับสัมผัสได้ถึงพลังงานคุ้นเคยบางอย่างที่แผ่ออกมาจากค่ายกลที่พังทลายลงไป มันไม่ใช่พลังมารของมู่หยาง... แต่เป็นไอวิชาตระกูลของนางเอง!
นางชะงักงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนก เมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกผืนดิน ร่างนั้น... คือบุรุษผู้หนึ่งที่ควรจะตายไปพร้อมกับตระกูลของนางเมื่อหลายสิบปีก่อน!
“ท่านพ่อ?” ชิงเสวี่ยพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเย็นชาสั่นเครือจนยากจะควบคุม
บุรุษผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาว่างเปล่าไร้ซึ่งชีวิต แต่ในมือของเขากลับถือกระบี่ประจำตระกูลที่นางเฝ้าตามหามาตลอดชีวิตเอาไว้แน่น และเขาก็พุ่งเข้าหานางด้วยเจตนาสังหารที่ชัดเจนที่สุด... ในฐานะหุ่นเชิดของจอมมารมู่หยาง!
หวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของชิงเสวี่ยในบทนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 19
ศึกชิงความเป็นหนึ่ง
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!