หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 20

ความสง่างามท่ามกลางพายุ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
คมกระบี่สีนิลตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู แรงกดดันมหาศาลจากปราณมารเบื้องหน้าประหนึ่งภูเขาหิมะถล่มทับลงมาบนบ่าที่บอบบางของชิงเสวี่ย แต่นางกลับมิได้ถอยหลังแม้เพียงก้าวเดียว "เจ้านายเก่าของกระบี่เล่มนี้ คงไม่ปรารถนาจะเห็นมันถูกใช้โดยหุ่นเชิดไร้วิญญาณเช่นเจ้าหรอกนะ" น้ำเสียงของชิงเสวี่ยราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูหนาว ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วลานประลอง เหล่าเจ้าสำนักทั้งหลายที่นั่งอยู่บนแท่นสูงต่างโน้มตัวลงมาด้วยความสนใจ สายตาของพวกเขากวาดมองการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวดุจระบำท่ามกลางพายุของหญิงสาวผู้นี้ เมื่อกระบี่ของบุรุษไร้วิญญาณพุ่งปักลงมาหมายสังหาร ชิงเสวี่ยเพียงสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นโล่โปร่งแสงที่ต้านรับคมกระบี่เอาไว้ได้อย่างไร้รอยขีดข่วน นางดีดตัวขึ้นไปบนอากาศ ร่างกายโปร่งบางหมุนตัวอย่างงดงามก่อนจะใช้นิ้วเรียวพรมลงบนสันกระบี่ที่บุรุษผู้นั้นถืออยู่ ประกายสีเงินวาบผ่านดวงตาของนาง "ตื่น" นางกระซิบเบาๆ ทว่าความเงียบงันกลับถูกทำลายด้วยเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ดังมาจากม่านหมอกสีดำมืดทมิฬที่ปกคลุมอยู่เบื้องหลังสำนัก "ชิงเสวี่ย... ศิษย์น้องรัก เจ้ายังคงเมตตาต่อสิ่งที่ตายไปแล้วเสมอ แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่า มารฟ้าไม่เคยคืนของที่ยึดมาได้ให้ผู้ใด" เสียงของมู่หยางทำให้ชิงเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็น นางตัดสินใจใช้เคล็ดวิชา 'หิมะร่วงหล่นวิญญาณสูญ' พลังปราณพุ่งทะลักออกจากร่างราวกับกระแสน้ำเชี่ยว กระบี่ในมือของหุ่นเชิดกระเด็นหลุดจากมือ ก่อนที่นางจะใช้อีกมือหนึ่งตวัดสายลมปราณเข้าปะทะกับม่านหมอกจนมันฉีกขาดออกเป็นริ้วๆ เผยให้เห็นร่องรอยของพลังมารที่รั่วไหลออกมา "ดูนั่น... ชิงเสวี่ยใช้เคล็ดวิชาลับของตระกูลที่สาบสูญไปนับร้อยปี!" อาวุโสท่านหนึ่งจากสำนักเมฆาตะวันออกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ชิงเสวี่ยไม่สนสายตาของใคร นางร่อนลงสู่พื้นด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะคว้ากระบี่ประจำตระกูลที่ร่วงลงมาไว้ในมือได้ทันควัน ความรู้สึกคุ้นเคยจากด้ามกระบี่ทำให้นางชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นางก็รีบเรียกสติกลับมา สายตาจับจ้องไปที่หุ่นเชิดซึ่งเริ่มแผ่รังสีสีม่วงดำออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันกำลังจะระเบิดตัวเอง! "หากข้าปกป้องสิ่งนี้ไว้ไม่ได้ ข้าจะเหลือค่าอันใดในฐานะทายาทคนสุดท้าย" นางรำพึงกับตัวเอง พร้อมกับรวบรวมพลังปราณเหมันต์ทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วแล้วกดลงไปที่จุดชีพจรกลางหน้าผากของบุรุษผู้นั้น ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเหล่าปรมาจารย์ที่ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ทันใดนั้น ร่างของหุ่นเชิดก็หยุดชะงักลง ดวงตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีหยาดน้ำตาไหลรินออกมาเป็นสายเลือด ก่อนที่เขาจะกระซิบคำพูดที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินว่า "หนีไป... มู่หยางไม่ได้มาเพียงลำพัง..." ชิงเสวี่ยเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมที่โอบล้อมรอบลานประลองเอาไว้ นางหันไปมองรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว และในจังหวะนั้นเอง อักขระมารสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของทุกคนในลานประลอง! ไม่ใช่แค่นางคนเดียวที่ถูกขัง แต่ศัตรูหมายจะสังหารเจ้าสำนักทั้งหมดพร้อมกันในคราวเดียว เพื่อเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นทุ่งสังหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด และเงาร่างสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า ก็ทำให้ชิงเสวี่ยรู้ว่า... หมากกระดานนี้ นางถูกต้อนให้จนมุมเสียแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุหิมะไปพร้อมกับชิงเสวี่ยนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%