"ศิษย์น้อง... เจ้ายังคงงดงามราวกับน้ำแข็งแกะสลักที่ไม่มีวันละลายเช่นเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงบดขยี้ของหินผาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับกลืนกินแสงสว่างโดยรอบก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่บิดเบี้ยว กลิ่นอายไอสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะแข็งตัวเป็นผลึกเลือด จอมมารมู่หยางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ชิงเสวี่ยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบนไหล่ทั้งสองข้าง แต่นางหาได้สะทกสะท้านไม่
ดวงตาเรียวคมดุจหงส์ของชิงเสวี่ยหรี่ลงเล็กน้อย มือที่ถือกระบี่เหมันต์ขาวบริสุทธิ์กำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นางไม่ได้เอ่ยตอบในทันที แต่ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นเกราะกำบัง ความเย็นเยือกในกระแสลมปราณของนางแผ่ขยายออกไป ปะทะกับไอมารที่รุกรานจนเกิดเสียงเปรี๊ยะราวกับน้ำแข็งกระทบโลหะ
"มู่หยาง... เจ้าควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อเจ็ดปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือ" นางเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าซ่อนความกดดันไว้ทุกพยางค์ "การที่เจ้ากล้าเหยียบย่างกลับมาที่นี่เพื่อเป็นหมากให้คนอื่นเชิดชู ถือเป็นความโง่เขลาที่ข้าไม่เคยคาดคิดว่าศิษย์พี่ผู้ทะเยอทะยานเช่นเจ้าจะทำ"
มู่หยางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาสั่นสะท้านไปถึงมิติเบื้องลึก เขาเดินวนรอบชิงเสวี่ยอย่างเชื่องช้าราวกับนักล่าที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อ "หมากหรือ? เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่ในฐานะหมากงั้นหรือ ชิงเสวี่ย... ข้าคือผู้เล่นที่ถือกระดานนี้ไว้ในมือต่างหาก"
เขายื่นมือที่หุ้มด้วยปราณมารสีม่วงหม่นออกมาหมายจะเชยคางนาง ทว่ากระบี่เหมันต์ของชิงเสวี่ยตวัดวูบผ่านหน้าเขาไปเพียงมิลลิเมตร ตัดปอยผมของจอมมารจนขาดสะบั้น
"อย่าได้บังอาจใช้มือสกปรกนั่นแตะต้องตัวข้า" นางกล่าวพลางเชิดหน้าขึ้นดวงตาส่งประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี
"ความเย็นชาของเจ้านี่แหละที่ทำให้ข้าหลงใหล" มู่หยางไม่ถือสา กลับยิ้มอย่างพึงใจ "เจ้าดูรอบๆ สิ ชิงเสวี่ย... ศิษย์ในสำนักของเจ้า เหล่าผู้อาวุโสที่เจ้าเคารพนับถือ กำลังรอเวลาถูกเชือดเหมือนแกะในโรงฆ่าสัตว์ พวกเขาอ่อนแอ เกินกว่าจะต้านทานวิชาลับที่ข้าฝังไว้ใต้ศิลาผนึกได้"
ชิงเสวี่ยชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของนางวูบไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงปราณที่แผ่วเบาลงของเหล่าศิษย์ในอาณาเขตสำนักที่อยู่ห่างออกไป นางถูกต้อนให้จนมุมจริงๆ สิ่งที่เขาพูดไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้น
*‘เสวี่ยเอ๋อร์... อย่าหลงเชื่อคำลวงของมัน’* เสียงของอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในจิตใต้สำนึกด้วยความร้อนรน *‘มันต้องการให้เจ้าสูญเสียสมาธิเพื่อทำลายจิตใจของเจ้าจากภายใน!’*
ชิงเสวี่ยสูดลมหายใจลึก ปรับกระแสลมปราณในกายให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม นางรู้ดีว่าหากนางพลาดเพียงนิดเดียว ทุกชีวิตในสำนักจะไม่เหลือรอด
"บอกข้อเสนอของเจ้ามา มู่หยาง" นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด "ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้มาเพื่อสังหารข้าทันที เจ้าต้องการบางอย่างที่ข้าครอบครอง"
มู่หยางหยุดเดิน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความกระหาย "ฉลาดมาก... ข้าต้องการ 'หัวใจเหมันต์นิรันดร์' ที่สถิตอยู่ในร่างเจ้า หากเจ้ามอบมันให้ข้า ข้าจะปล่อยสำนักนี้ไป และจะแต่งตั้งเจ้าเป็นราชินีเคียงคู่ข้าบนบัลลังก์มาร เราจะร่วมกันครองแผ่นดินเหนือเทพและมาร... เจ้าคิดว่าอย่างไร?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหายใจของชิงเสวี่ยยังคงสม่ำเสมอ ทว่าในสมองของนางกำลังคำนวณหมากทุกกระดาน นางรู้ดีว่าการมอบหัวใจเหมันต์หมายถึงความตาย และการปฏิเสธหมายถึงหายนะของสำนัก
"ข้อเสนอของเจ้าน่าสนใจเหลือเกิน..." ชิงเสวี่ยเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบาง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงดวงตา "แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่งนะ มู่หยาง... ข้าไม่ได้มีเพียงหัวใจดวงนี้ แต่ข้ายังมี 'รอยแค้น' ที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของข้ามาตั้งแต่เจ็ดปีก่อน"
นางสะบัดกระบี่เหมันต์ ปราณสีขาวนวลพลันระเบิดออกรอบกาย หิมะเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่เคยแจ่มใส กลายเป็นพายุหิมะที่บ้าคลั่งในชั่วพริบตา มู่หยางผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นประกายแสงที่เขามิได้คาดคิด
ชิงเสวี่ยไม่ได้กำลังจะยอมจำนน แต่นางกำลังเปิด 'ประตูนรก' ของตนเองขึ้นมาเพื่อต้อนรับเขา
"หากเจ้าอยากได้หัวใจดวงนี้มากนัก ก็เข้ามาเอาด้วยตัวเองสิ" นางกล่าวเสียงต่ำ "แต่จงจำไว้... หิมะในวันนี้น่ะ มันจะหนาวเหน็บจนแม้แต่วิญญาณมารของเจ้าก็ยังต้องสั่นสะท้าน"
ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะพุ่งตัวเข้าใส่ ร่างของอาวุโสไป๋กลับปรากฏขึ้นกลางอากาศในสภาพโปร่งแสงที่กำลังแตกสลาย พร้อมกับเสียงตะโกนที่กรีดลึกไปถึงหัวใจของนาง
"เสวี่ยเอ๋อร์... อย่า!!! ข้างหลังเจ้า... ระวัง!!"
ชิงเสวี่ยสัมผัสได้ถึงแรงปะทะที่เย็นเยียบจากด้านหลัง ความรู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มแทงทะลุหัวใจทำให้นางชะงักไป ความอบอุ่นที่ไหลรินออกมาจากหน้าอกของนางไม่ใช่โลหิต แต่มันคือไอวิญญาณของบุคคลที่นางไม่มีวันคาดคิดว่าจะเป็นผู้ลงมือ... เงาร่างที่สามที่ซ่อนอยู่ในมิติบิดเบี้ยวค่อยๆ เผยโฉมหน้าออกมา และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้นางต้องยอมสิ้นหวังตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหนาวเหน็บและร่วมเป็นกำลังใจให้ชิงเสวี่ยในยามที่นางจนมุมที่สุดเช่นนี้นะคะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 21
ข้อเสนอของมาร
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!