หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 13

สัตว์อสูรพิทักษ์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
“หากเจ้าคิดจะล่าถอยตอนนี้ ลมปราณที่เพียรบำเพ็ญมาตลอดสิบปีจะมลายสิ้นไปพร้อมกับเกียรติยศที่เหลืออยู่นะคะ” เสียงแผ่วเบาดุจสายลมหนาวจากอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในจิตสำนึก ทว่าชิงเสวี่ยหาได้มีเวลาตอบโต้ไม่ ดวงตาเรียวหงส์ดั่งภาพวาดพู่กันจีนจ้องเขม็งไปยังร่างมหึมาที่ตะกุยพื้นหิมะจนสั่นสะเทือน ‘ราชสีห์หิมะบรรพกาล’ ขนสีขาวปานหิมะแรกแย้มเปรอะเปื้อนไปด้วยไอสังหารสีคราม มันแยกเขี้ยวที่แหลมคมดุจใบมีดน้ำแข็ง คำรามกึกก้องจนหุบเขาหมื่นปีดั่งจะแตกสลาย ชิงเสวี่ยไม่หลบเลี่ยง เธอขยับกายดุจผีเสื้อร่ายรำท่ามกลางพายุหิมะ ฝ่ามือเรียวบางประสานอินอย่างมั่นคง ปราณเหมันต์นิรันดร์แผ่ซ่านออกจากร่างจนหยดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ “เจ้ามิใช่ศัตรูของข้า แต่ข้าจำเป็นต้องมีเจ้า” ชิงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางเสียงขู่คำรามที่บาดลึกถึงแก้วหู เจ้าอสูรไม่รอช้า มันกระโจนเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ กรงเล็บมหาศาลตะปบลงมาหมายบดขยี้ร่างเล็กเบื้องหน้าให้แหลกคามือ ชิงเสวี่ยเพียงแต่ก้มตัวลงเล็กน้อย สะบัดชายกระโปรงสีหิมะจนกลายเป็นวงล้อม ปราณหยินเข้มข้นพุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บอสูรจนเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง แสงสีฟ้าครามสว่างวาบไปทั่วบริเวณจนคนมองต้องหรี่ตา นางมิได้ต่อสู้เพื่อฆ่าฟัน แต่นางกำลัง ‘สยบ’ “หากเจ้าเป็นถึงสัตว์อสูรพิทักษ์แห่งยอดเขาไร้ลักษณ์ ก็จงแสดงศักดิ์ศรีออกมา อย่าได้ให้ข้าต้องออกแรงมากกว่านี้เลย” ชิงเสวี่ยกล่าวพลางกระชับกระบี่หิมะในมือ ปราณสังหารที่เคยเย็นเยียบพลันเปลี่ยนเป็นกดดันดุจภูเขาทับถม นางใช้วิชา ‘พันธนาการเหมันต์’ ตรึงสี่เท้าของอสูรกายไว้กับพื้นหิมะที่เริ่มแตกร้าว ราชสีห์หิมะดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาสีทองของมันวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น มันแผ่ไอเย็นจัดออกมาตอบโต้ ทว่าชิงเสวี่ยกลับหาได้สะทกสะท้าน นางเดินก้าวเข้าไปหามันทีละก้าว... ทุกย่างก้าวคือการวางค่ายกล ทุกการเคลื่อนไหวคือการจำกัดวงล้อมของอสูรกายตัวยักษ์ให้แคบลง “ข้ามีรอยแค้นที่ต้องสะสาง และมีเลือดเนื้อที่ต้องปกป้อง หากเจ้าต้องการอิสระ ข้าจะให้เจ้าในที่แห่งใหม่... ที่ที่เจ้าจะได้แสดงอานุภาพที่แท้จริง ไม่ใช่จมปลักอยู่กับหิมะที่ไร้จิตวิญญาณเช่นนี้” ชิงเสวี่ยยื่นมือออกไปสัมผัสที่หน้าผากกว้างของอสูรกาย พลังจิตวิญญาณอันมหาศาลของนางไหลทะลักเข้าสู่ร่างของมันดุจสายน้ำเชี่ยว มันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนที่เสียงคำรามจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหงิงในลำคอ ดวงตาสีทองที่เคยดุร้ายเริ่มอ่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความนอบน้อม ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะทำพันธสัญญาเลือด สัมผัสที่คุ้นเคยสายหนึ่งก็แล่นผ่านมิติเข้ามา รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของชิงเสวี่ยเลือนหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเดิม “มาเร็วกว่าที่คิดไว้นะคะ...” เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดหน้าผา กลิ่นอายมารที่คุ้นเคยเกินไปแผ่ซ่านจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทดุจหมึกจีนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มุมปากของบุรุษผู้นั้นยกยิ้มอย่างละเมียดละไมราวกับกำลังชื่นชมภาพวาดล้ำค่า “ศิษย์น้อง... เจ้ายังคงงดงามและดื้อรั้นไม่เปลี่ยนเลยนะ” จอมมารมู่หยางเอ่ยเสียงนุ่มทว่าบาดลึกเข้าถึงหัวใจ เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังมารมหาศาลก็กดทับจนราชสีห์หิมะที่เพิ่งจะสยบยอมต้องหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว “สัตว์เดรัจฉานตัวนี้... ไม่คู่ควรกับเจ้าหรอก ข้าต่างหากที่คู่ควรจะพาเจ้าไปสู่อีกดินแดน” ชิงเสวี่ยหยัดยืนตัวตรง กระบี่ในมือส่งเสียงร้องเตือนภัย นางตระหนักได้ทันทีว่าพันธสัญญาที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กำลังถูกขัดขวางด้วยอำนาจที่เหนือกว่า และชายผู้นี้... ไม่ได้มาเพียงลำพัง “ท่านมาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนลมหายใจ หรือเพื่อมาดูข้าสังหารท่านกันแน่คะ ศิษย์พี่?” เสียงฝีเท้าอีกนับสิบดังขึ้นรอบทิศทาง พร้อมกับวงล้อมของเหล่ามารที่ปิดตายทุกเส้นทางหนี ชิงเสวี่ยเหลือบมองราชสีห์หิมะที่บาดเจ็บ และมองขึ้นไปบนหน้าผาที่มู่หยางกำลังก้าวลงมาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า... นี่ไม่ใช่การสยบสัตว์อสูรอีกต่อไป แต่เป็นการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ที่นางมิอาจหลีกเลี่ยง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่สิบสามด้วยกันนะคะ ชิงเสวี่ยเหมันต์จะขอกลับไปตั้งสมาธิ เพื่อรอรับเรื่องราวที่จะพลิกผันในตอนหน้าไปพร้อมกับทุกท่านค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%