“หากเจ้าคิดจะล่าถอยตอนนี้ ลมปราณที่เพียรบำเพ็ญมาตลอดสิบปีจะมลายสิ้นไปพร้อมกับเกียรติยศที่เหลืออยู่นะคะ”
เสียงแผ่วเบาดุจสายลมหนาวจากอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในจิตสำนึก ทว่าชิงเสวี่ยหาได้มีเวลาตอบโต้ไม่ ดวงตาเรียวหงส์ดั่งภาพวาดพู่กันจีนจ้องเขม็งไปยังร่างมหึมาที่ตะกุยพื้นหิมะจนสั่นสะเทือน ‘ราชสีห์หิมะบรรพกาล’ ขนสีขาวปานหิมะแรกแย้มเปรอะเปื้อนไปด้วยไอสังหารสีคราม มันแยกเขี้ยวที่แหลมคมดุจใบมีดน้ำแข็ง คำรามกึกก้องจนหุบเขาหมื่นปีดั่งจะแตกสลาย
ชิงเสวี่ยไม่หลบเลี่ยง เธอขยับกายดุจผีเสื้อร่ายรำท่ามกลางพายุหิมะ ฝ่ามือเรียวบางประสานอินอย่างมั่นคง ปราณเหมันต์นิรันดร์แผ่ซ่านออกจากร่างจนหยดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
“เจ้ามิใช่ศัตรูของข้า แต่ข้าจำเป็นต้องมีเจ้า” ชิงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางเสียงขู่คำรามที่บาดลึกถึงแก้วหู
เจ้าอสูรไม่รอช้า มันกระโจนเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ กรงเล็บมหาศาลตะปบลงมาหมายบดขยี้ร่างเล็กเบื้องหน้าให้แหลกคามือ ชิงเสวี่ยเพียงแต่ก้มตัวลงเล็กน้อย สะบัดชายกระโปรงสีหิมะจนกลายเป็นวงล้อม ปราณหยินเข้มข้นพุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บอสูรจนเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง แสงสีฟ้าครามสว่างวาบไปทั่วบริเวณจนคนมองต้องหรี่ตา
นางมิได้ต่อสู้เพื่อฆ่าฟัน แต่นางกำลัง ‘สยบ’
“หากเจ้าเป็นถึงสัตว์อสูรพิทักษ์แห่งยอดเขาไร้ลักษณ์ ก็จงแสดงศักดิ์ศรีออกมา อย่าได้ให้ข้าต้องออกแรงมากกว่านี้เลย” ชิงเสวี่ยกล่าวพลางกระชับกระบี่หิมะในมือ ปราณสังหารที่เคยเย็นเยียบพลันเปลี่ยนเป็นกดดันดุจภูเขาทับถม นางใช้วิชา ‘พันธนาการเหมันต์’ ตรึงสี่เท้าของอสูรกายไว้กับพื้นหิมะที่เริ่มแตกร้าว
ราชสีห์หิมะดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาสีทองของมันวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น มันแผ่ไอเย็นจัดออกมาตอบโต้ ทว่าชิงเสวี่ยกลับหาได้สะทกสะท้าน นางเดินก้าวเข้าไปหามันทีละก้าว... ทุกย่างก้าวคือการวางค่ายกล ทุกการเคลื่อนไหวคือการจำกัดวงล้อมของอสูรกายตัวยักษ์ให้แคบลง
“ข้ามีรอยแค้นที่ต้องสะสาง และมีเลือดเนื้อที่ต้องปกป้อง หากเจ้าต้องการอิสระ ข้าจะให้เจ้าในที่แห่งใหม่... ที่ที่เจ้าจะได้แสดงอานุภาพที่แท้จริง ไม่ใช่จมปลักอยู่กับหิมะที่ไร้จิตวิญญาณเช่นนี้”
ชิงเสวี่ยยื่นมือออกไปสัมผัสที่หน้าผากกว้างของอสูรกาย พลังจิตวิญญาณอันมหาศาลของนางไหลทะลักเข้าสู่ร่างของมันดุจสายน้ำเชี่ยว มันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนที่เสียงคำรามจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหงิงในลำคอ ดวงตาสีทองที่เคยดุร้ายเริ่มอ่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความนอบน้อม
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะทำพันธสัญญาเลือด สัมผัสที่คุ้นเคยสายหนึ่งก็แล่นผ่านมิติเข้ามา รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของชิงเสวี่ยเลือนหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเดิม
“มาเร็วกว่าที่คิดไว้นะคะ...”
เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดหน้าผา กลิ่นอายมารที่คุ้นเคยเกินไปแผ่ซ่านจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทดุจหมึกจีนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มุมปากของบุรุษผู้นั้นยกยิ้มอย่างละเมียดละไมราวกับกำลังชื่นชมภาพวาดล้ำค่า
“ศิษย์น้อง... เจ้ายังคงงดงามและดื้อรั้นไม่เปลี่ยนเลยนะ” จอมมารมู่หยางเอ่ยเสียงนุ่มทว่าบาดลึกเข้าถึงหัวใจ เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังมารมหาศาลก็กดทับจนราชสีห์หิมะที่เพิ่งจะสยบยอมต้องหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว “สัตว์เดรัจฉานตัวนี้... ไม่คู่ควรกับเจ้าหรอก ข้าต่างหากที่คู่ควรจะพาเจ้าไปสู่อีกดินแดน”
ชิงเสวี่ยหยัดยืนตัวตรง กระบี่ในมือส่งเสียงร้องเตือนภัย นางตระหนักได้ทันทีว่าพันธสัญญาที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กำลังถูกขัดขวางด้วยอำนาจที่เหนือกว่า และชายผู้นี้... ไม่ได้มาเพียงลำพัง
“ท่านมาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนลมหายใจ หรือเพื่อมาดูข้าสังหารท่านกันแน่คะ ศิษย์พี่?”
เสียงฝีเท้าอีกนับสิบดังขึ้นรอบทิศทาง พร้อมกับวงล้อมของเหล่ามารที่ปิดตายทุกเส้นทางหนี ชิงเสวี่ยเหลือบมองราชสีห์หิมะที่บาดเจ็บ และมองขึ้นไปบนหน้าผาที่มู่หยางกำลังก้าวลงมาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า... นี่ไม่ใช่การสยบสัตว์อสูรอีกต่อไป แต่เป็นการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ที่นางมิอาจหลีกเลี่ยง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่สิบสามด้วยกันนะคะ ชิงเสวี่ยเหมันต์จะขอกลับไปตั้งสมาธิ เพื่อรอรับเรื่องราวที่จะพลิกผันในตอนหน้าไปพร้อมกับทุกท่านค่ะ!
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 13
สัตว์อสูรพิทักษ์
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!