“วางมีดลงเสีย... หากเจ้าไม่อยากให้โลหิตของตนเองต้องแปดเปื้อนพื้นตำหนักเซียนแห่งนี้”
สุ้มเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูเหมันต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ชิงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่กลางโถงพิธี ใบหน้างดงามดั่งรูปสลักน้ำแข็งเรียบเฉย ทว่าดวงตาเรียวหงส์นั้นกลับเย็นเยียบดุจกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ใดก็ตามที่กล้าทรยศต่อปณิธานของสำนัก
เบื้องหน้าของนางคือ ‘ศิษย์พี่จาง’ ชายหนุ่มผู้เคยเป็นดั่งสหายร่วมรบที่ไว้ใจที่สุดในสมาพันธ์เซียน บัดนี้มือของเขาสั่นระริกขณะกำจดหมายลับที่ประทับตรา ‘มารอเวจี’ ไว้อย่างชัดเจน
“ข้า... ข้าไม่มีทางเลือก ชิงเสวี่ย” จางแค่นหัวเราะเสียงเครือ น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินผ่านแก้มตอบ “พวกเขารู้ว่าข้าเก็บซ่อนวิญญาณของน้องสาวไว้ในแดนสนธยา หากข้าไม่ทำตามที่จอมมารมู่หยางสั่ง นางจะต้องแตกสลายไปตลอดกาล!”
ชิงเสวี่ยไม่ขยับกาย นางเพียงขยับปลายนิ้วเบาๆ ปราณเหมันต์ที่หนาแน่นดุจโซ่ตรวนก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ตรึงร่างของจางไว้กับที่ ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านผิวหนังของเขาจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุม
“การทรยศต่อสมาพันธ์เซียนคือความตายที่ไม่อาจให้อภัย” ชิงเสวี่ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทิ่มแทงเข้าสู่กระดูก “แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าจอมมารผู้นั้นจะรักษาสัญญา? คนที่แม้แต่สำนักของตนเองยังสังหารได้โดยไม่กระพริบตา จะเห็นค่าชีวิตของคนแปลกหน้าอย่างน้องสาวเจ้าไปเพื่ออะไร?”
จางชะงัก สายตาที่เคยสับสนเริ่มสั่นคลอน “เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ในจดหมายฉบับนั้นมีตราประทับเลือดของมู่หยางอยู่” ชิงเสวี่ยยื่นมือออกไป ปราณดึงดูดกระชากจดหมายจากมือของเขามาไว้ในอุ้งมือ นางคลี่มันออกอ่านเพียงปราดเดียว ก่อนจะส่งยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบกายหนาวเหน็บจนถึงขีดสุด “แต่น่าเสียดายที่เขาลืมไปว่า ตราประทับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อยืนยันข้อตกลง แต่มันคือ ‘อาคมสะกดวิญญาณ’ ทันทีที่เจ้าส่งจดหมายลับนี้ออกไป... วิญญาณของน้องสาวเจ้าจะกลายเป็นทาสรับใช้ของมันในทันที”
“ไม่! เจ้าโกหก!” จางแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณสีดำเริ่มทะลักออกมาจากร่างของเขา นี่คือร่องรอยของปราณมารที่เขาถูกบังคับให้ดูดซับเพื่อแลกกับข้อมูล
ในแหวนมิติที่นิ้วของชิงเสวี่ย อาวุโสไป๋ส่งกระแสจิตอันร้อนรนเข้ามา “ชิงเสวี่ย! ระวังตัวด้วย ปราณมารในร่างของเขากำลังถูกกระตุ้นจากบางสิ่งที่อยู่ภายนอก... มีคนดักรออยู่ในเงามืด!”
ชิงเสวี่ยไม่ได้ตื่นตระหนก นางเพียงสะบัดชายชุดสีขาวดุจหิมะ ปราณเหมันต์อันบริสุทธิ์แผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ตัดขาดแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก นางก้าวเข้าไปหาจางที่กำลังโอดครวญด้วยความเจ็บปวดจากการถูกอาคมกัดกิน
“จงบอกมาว่าใครคือหนอนบ่อนไส้อีกคนภายในสมาพันธ์” ชิงเสวี่ยกระซิบข้างหูของเขา เสียงของนางกังวานลึก “ถ้าเจ้าไม่อยากให้น้องสาวต้องดับสูญไปตลอดกาล จงบอกข้า... ว่าใครเป็นผู้ส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวของพวกเราให้มู่หยาง”
จางเบิกตากว้าง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับไร้วิญญาณ เขากัดฟันแน่นจนโลหิตสีดำไหลออกมาจากมุมปาก “เขา... เขาอยู่ไม่ไกลจากเจ้าเลย ชิงเสวี่ย... เขาอยู่ในที่ที่เจ้าเชื่อใจที่สุด!”
ทันใดนั้น บานประตูไม้แกะสลักของโถงพิธีก็พังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ชิงเสวี่ยขยับกายถอยหลังอย่างรวดเร็ว ปราณเหมันต์ปกป้องรอบกายไว้แน่น
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว... มันคือกลิ่นอายของอดีตที่นางพยายามหนีให้พ้น
“ศิษย์น้องที่รัก... เจ้าช่างช่างเสาะแสวงหาความจริงได้รวดเร็วนัก”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทขลิบทองที่ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนยิ้มเย็นชาของจอมมารมู่หยางปรากฏขึ้นตรงหน้านาง จางที่ทรุดอยู่กับพื้นพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย แต่กลับถูกฝ่ามือของมู่หยางแตะที่ไหล่เบาๆ แล้วร่างของเขาก็ระเบิดออกเป็นละอองหมอกสีดำในทันที!
ชิงเสวี่ยกำกระบี่แน่น ไอเย็นรอบกายดุจคมมีด “มู่หยาง... เจ้ากล้าเข้ามาในเขตแดนของสมาพันธ์เซียนด้วยตัวเองเลยหรือ?”
มู่หยางเดินตรงเข้ามาหาชิงเสวี่ยราวกับอยู่ในสวนหลังบ้าน เขาหยุดยืนห่างจากนางเพียงคืบ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนางราวกับจะกลืนกินทุกความรู้สึก “ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าใคร... ข้ามาเพื่อรับ ‘ราชินี’ ของข้ากลับบ้าน และดูเหมือนว่า... สิ่งที่ข้าซ่อนไว้ในจดหมายฉบับนั้น กำลังจะเริ่มทำงานตามแผนที่วางไว้”
ชิงเสวี่ยขมวดคิ้วอย่างสังหรณ์ใจ นางรีบเปิดจดหมายลับในมืออีกครั้ง ทว่าในชั่วพริบตาที่สายตาสัมผัสกับอักขระมารบนกระดาษ ตัวอักษรเหล่านั้นกลับพุ่งออกจากหน้ากระดาษเข้าสู่กลางหน้าผากของนางดั่งวิญญาณร้าย!
ความเจ็บปวดดั่งถูกกระชากวิญญาณแล่นพล่านไปทั่วร่าง ชิงเสวี่ยทรุดตัวลงคุกเข่า มือหนึ่งยันพื้นไว้แน่น นางสัมผัสได้ถึงปราณมารที่กำลังไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรของตนเองแทนที่ปราณเหมันต์อันบริสุทธิ์
“เจ้าทำอะไรลงไป...” ชิงเสวี่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน
มู่หยางย่อตัวลงตรงหน้านาง เชยคางที่งดงามขึ้นมาสบตา เสียงของเขานุ่มนวลแต่แฝงด้วยความอำมหิต “ข้าเพียงแค่ส่งคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้า... ตั้งแต่นี้ไป โลกของเจ้าจะไม่มีความเย็นยะเยือกของเหมันต์อีกต่อไป มีเพียงความร้อนแรงของราคะและอำนาจมารที่ข้าจะมอบให้เท่านั้น”
เสียงหัวเราะของมู่หยางดังก้องไปทั่วโถงพิธี ขณะที่ร่างของชิงเสวี่ยเริ่มแปรเปลี่ยน ไอเย็นรอบกายที่เคยขาวสะอาดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ นางพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อปิดกั้นตนเอง แต่อาวุโสไป๋ในแหวนมิติกลับเงียบกริบราวกับถูกผนึกไว้
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ แสงสีทองเรืองรองก็ปรากฏขึ้นจากสร้อยห้อยคอที่นางได้รับมาจากอาจารย์ผู้ล่วงลับ... ปราณเซียนโบราณปะทะเข้ากับอาคมของมู่หยางจนเกิดระเบิดพลังมหาศาล!
ร่างของมู่หยางกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกตะลึง ในขณะที่ชิงเสวี่ยใช้จังหวะนั้นรวบรวมปราณทั้งหมดที่มี สะบัดกระบี่เข้าใส่หน้าอกของมู่หยางอย่างไร้ความปราณี!
เลือดสีแดงฉานกระเซ็นลงบนพื้นหิมะสีขาวที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากปราณของนาง มู่หยางมองดูบาดแผลบนอกของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลมากกว่าความโกรธแค้น
“น่าสนุก... ยิ่งเจ้าต่อต้านมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งอยากจะครอบครองเจ้าให้สิ้นซาก” เขาแสยะยิ้มก่อนจะสลายตัวกลายเป็นควันดำหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ดังก้องอยู่ในหัวของชิงเสวี่ย
“ตรวจดูใต้พื้นศิลาที่เจ้ายืนอยู่เสีย ชิงเสวี่ย... ความลับที่สมาพันธ์ซ่อนไว้ จะทำให้เจ้าต้องหัวใจสลายยิ่งกว่าการถูกข้าทรยศเสียอีก”
ชิงเสวี่ยกัดฟันแน่น มือสั่นเทาขณะมองไปที่พื้นหินศิลาศักดิ์สิทธิ์เบื้องล่าง ที่ซึ่งสัญลักษณ์ของสำนักถูกฝังไว้อย่างมิดชิด หากสิ่งที่มู่หยางพูดเป็นความจริง... สิ่งที่อยู่เบื้องล่างนั้นอาจทำลายศรัทธาทั้งหมดที่นางมีต่อสำนักเซียนที่นางปกป้องมาตลอดชีวิต!
ชิงเสวี่ยตัดสินใจเงื้อกระบี่ขึ้นสูงเหนือหัวหมายจะทำลายพื้นหินนั้น แต่ก่อนที่คมกระบี่จะกระทบลง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าโถงพิธี... เสียงฝีเท้าที่นางคุ้นเคยดีที่สุด
“ศิษย์น้อง... เจ้าคิดจะทำอะไรกับศิลาบรรพกาล?”
ชิงเสวี่ยชะงัก ร่างกายแข็งทื่อเมื่อเห็นว่าผู้ที่ก้าวเข้ามาคือใคร... บุคคลที่นางมั่นใจว่าตายไปตั้งแต่การสู้รบครั้งก่อน!
หวังว่าตอนที่ 24 นี้จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันของเรื่องราวในครั้งนี้กันนะคะ ชิงเสวี่ยเหมันต์จะรีบกลับมาสะสางปมปริศนาที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปค่ะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 24
พายุจดหมายลับ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!