“เจ้าคิดว่าการที่ตระกูลใหญ่ในแดนใต้เสนอตัวยื่นมือเข้ามาในเวลาที่เจ้ากำลังถูกไล่ล่าเช่นนี้ เป็นความเมตตา... หรือเป็นเพียงการวางหมากเพื่อใช้เจ้าเป็นหอกข้างแคร่กันแน่?”
สุ้มเสียงแหบพร่าของอาวุโสไป๋ดังก้องอยู่ในมิติจิต ทว่าชิงเสวี่ยไม่ได้ตอบโต้กลับไปในทันที นางยืนนิ่งอยู่บนยอดไม้ที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะ สายตาจับจ้องไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งขบวนรถม้าหรูหราประดับตราสัญลักษณ์ ‘นกเพลิงหวนคืน’ ของตระกูลเฟยกำลังหยุดนิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันของป่ามรณะ
สตรีในชุดอาภรณ์สีขาวดุจหิมะผู้หนึ่งก้าวลงจากรถม้า นางงดงามสง่า ทว่าแววตาซ่อนความคมกริบดุจใบมีดโกน สตรีผู้นั้นกวาดสายตามองมายังยอดไม้ที่ชิงเสวี่ยซ่อนตัวอยู่ ราวกับจะมองทะลุผ่านไอเย็นที่นางใช้ปกปิดร่องรอยเอาไว้
“ท่านชิงเสวี่ย... ข้าทราบว่าท่านอยู่ที่นั่น” สตรีผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใส “ข้า ‘เฟยหลัน’ เดินทางมาไกลหลายพันลี้ มิใช่เพื่อมาเสียเวลาเล่นซ่อนหากับท่าน แต่เพื่อเสนอข้อตกลงที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้ หากไม่อยากให้ป้ายวิญญาณของตระกูลท่านต้องแปดเปื้อนไปมากกว่านี้”
ชิงเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกวูบไหวเพียงชั่วครู่ คำว่า ‘ป้ายวิญญาณ’ เป็นจุดเปราะบางที่ทำให้นางไม่อาจทำเป็นเมินเฉยได้ นางขยับกายดุจผีเสื้อเหมันต์ ร่างกายแผ่ไอเย็นเยียบก่อนจะทิ้งตัวลงมายืนเบื้องหน้าเฟยหลันโดยไร้เสียง
“เจ้าเป็นใคร” ชิงเสวี่ยถาม เสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันจากปราณเซียนขั้นสูง “และเหตุใดคนของตระกูลเฟย ถึงต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อยุ่งเกี่ยวกับคนตายที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏต่อมารฟ้าอย่างข้า”
เฟยหลันคลี่ยิ้ม ทว่าแววตาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ นางค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ ทิ้งระยะห่างเพียงหนึ่งช่วงแขน “กบฏงั้นหรือ? ในสายตาของจอมมารมู่หยาง ทุกคนที่ขัดขวางมันล้วนเป็นกบฏ แต่ในสายตาของตระกูลเฟย... ท่านคือความหวังเดียวที่จะทำลายโซ่ตรวนที่กดทับแดนเซียนมานานนับร้อยปี”
ชิงเสวี่ยหรี่ตาลง จิตสังหารแผ่ออกมาจากร่างเบาบางแต่เฉียบคม “ความหวัง? หรือเพียงแค่อยากใช้ข้าเป็นเครื่องมือเพื่อช่วงชิงอำนาจจากมู่หยางกันแน่ ข้ารู้จักนิสัยของพวกตระกูลใหญ่ดี ผลประโยชน์คือเลือดที่หล่อเลี้ยงพวกเจ้า... และความภักดีเป็นเพียงแค่คำลวง”
“ข้ามิได้มาเพื่อหาความภักดี แต่มาเพื่อ ‘แลกเปลี่ยน’” เฟยหลันขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู “ข้ารู้ว่าท่านกำลังตามหา ‘ศิลาเหมันต์นิรันดร์’ เพื่อบรรลุขั้นเซียนที่แท้จริง และข้าก็รู้ว่าจอมมารมู่หยางกำลังจะทำพิธีคืนชีพมารบรรพกาลในอีกเจ็ดราตรีข้างหน้า... หากท่านร่วมมือกับเรา เรามีกุญแจที่จะเปิดประตูสู่คลังสมบัติลับของตระกูลมู่ที่นางทิ้งไว้ให้บุตรสาวเพียงคนเดียว”
หัวใจของชิงเสวี่ยกระตุกวูบ มารดาของนาง... เรื่องราวในอดีตที่ถูกฝังกลบเริ่มสั่นคลอน นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฟยหลัน พยายามมองหาความเท็จ แต่สิ่งที่พบกลับเป็นความมุ่งมั่นที่น่าประหลาดใจ
“ทำไมต้องเป็นข้า” ชิงเสวี่ยถามย้ำ พยายามรักษาความนิ่งงันไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง
“เพราะท่านเป็นเพียงคนเดียวที่มีสายเลือดเหมันต์บริสุทธิ์พอที่จะต้านทานพลังของศิลานั้นได้” เฟยหลันถอยกลับไปยืนตัวตรง “ร่วมมือกับข้า เราจะล้มมู่หยางไปพร้อมกัน หรือจะปล่อยให้มันทำลายทุกอย่างที่ท่านรักจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก เลือกเอาเถอะ... ชิงเสวี่ย”
ในขณะที่ชิงเสวี่ยกำลังจะเอ่ยคำปฏิเสธ พลันเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากผืนดินรอบข้าง กลิ่นอายมารสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนเมฆาให้กลายเป็นสีเลือด ดาบมารสีนิลเล่มหนึ่งปักลงกลางวงล้อมระหว่างทั้งสองคน สร้างรอยแยกของมิติจนอากาศบิดเบี้ยว
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากความมืดมิดของหุบเขา “ช่างเป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ... ราชินีของข้า กำลังวางแผนตลบหลังข้ากับสุนัขรับใช้จากตระกูลเฟยงั้นหรือ?”
เงาร่างของจอมมารมู่หยางปรากฏขึ้นเหนือดาบมาร ใบหน้าคมคายที่เคยงดงามบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและดวงตาสีเลือดที่จ้องมองมายังชิงเสวี่ยด้วยความหลงใหลและกระหายเลือด
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีไปไหนพ้น ชิงเสวี่ย? กุญแจที่นางกำลังเสนอ... แท้จริงแล้วคือกับดักที่ข้าเป็นคนวางไว้ให้เจ้าเดินเข้ามาหาเองต่างหาก!”
ชิงเสวี่ยเบิกตากว้าง หันไปมองเฟยหลันที่ยืนนิ่งเฉย ทว่าสิ่งที่นางเห็นกลับทำให้หัวใจต้องหยุดเต้น... มือของเฟยหลันไม่ได้จับอาวุธ แต่นางกลับถอดแหวนมิติวางลงบนฝ่ามือของมู่หยางอย่างนอบน้อม
“มิตรภาพไม่มีอยู่จริงในโลกของผู้แข็งแกร่ง... เจ้าลืมบทเรียนนี้ไปแล้วหรือ ชิงเสวี่ย?” มู่หยางกล่าวพร้อมกับย่างกรายเข้ามาใกล้ช้าๆ โดยที่ชิงเสวี่ยพบว่าตนเองถูกพันธนาการด้วยค่ายกลมารที่วางล้อมไว้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้
ชิงเสวี่ยเหมันต์จะก้าวข้ามกับดักมรณะครั้งนี้ไปได้อย่างไร ในเมื่อพันธมิตรที่เลือกไว้ กลับกลายเป็นหนอนบ่อนไส้ที่จอมมารส่งมาตั้งแต่ต้น
หวังว่าตอนที่ 25 นี้จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันของเรื่องราวในครั้งนี้นะคะ ชิงเสวี่ยเหมันต์จะรีบกลับมาสะสางปมปริศนาที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปค่ะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 25
มิตรหรือศัตรู
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!