หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 40

สายลับในเงามืด

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของข้า... เจ้าเพียงแค่ยืนดูความพินาศของสิ่งที่เจ้าเพียรปกป้องก็พอ" เสียงกระซิบแหบพร่าดุจเสียงงูเลื้อยผ่านเกล็ดน้ำแข็งดังขึ้นข้างใบหูของชิงเสวี่ย ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องโถงจนมิดสายตา หญิงสาวไม่ได้ขยับกายหนี เธอเพียงแต่หลับตาลงสัมผัสถึงไอสังหารที่แฝงมากับกลิ่นดอกมู่ตานเน่าสลาย นี่คือกลิ่นอายเฉพาะตัวของมารร้ายที่เคยเป็น 'ศิษย์พี่' ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาในอดีต ชิงเสวี่ยสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่หิมะมรกตปรากฏขึ้นในมือ ปลายกระบี่ส่องแสงสีฟ้าครามวูบหนึ่ง ขับไล่ความมืดมิดรอบกายออกไปเป็นวงกว้าง ทว่าสิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่กองทัพมารตามที่คาดการณ์ไว้ แต่เป็นร่างของศิษย์ร่วมสำนักสามคน ที่กำลังยืนนิ่งดุจหุ่นเชิด ดวงตาของพวกเขาว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต "มู่หยาง... เจ้าคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำเช่นนี้เพื่อทำลายสมาธิข้าหรือ?" ชิงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี แต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความกังวล ไม่มีเสียงตอบรับจากเงามืด มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ก้าวออกมาจากมุมห้อง อาวุโสไป๋ที่สถิตอยู่ในแหวนมิติส่งกระแสจิตอันร้อนรนเข้ามาในห้วงความคิดของนาง *'ระวัง! ชิงเสวี่ย ผู้อยู่เบื้องหลังการเปิดค่ายกลป้องกันมิใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็นคนใน! กลิ่นอายมารที่ปะปนอยู่ในสำนักนี้... มันเข้มข้นจนข้าแทบสำลัก!'* ชิงเสวี่ยกวาดสายตามองไปรอบห้องโถง ผู้กล้าที่เหลือรอดต่างอยู่ในอาการตื่นตระหนก บ้างกุมกระบี่ไว้แน่น บ้างหลบสายตาอย่างมีพิรุธ นางสังเกตเห็นมือของ 'ศิษย์น้องจื่อเฉิน' ที่สั่นระริกอยู่ข้างลำตัว แสงจากกระบี่ของนางสะท้อนให้เห็นรอยดำคล้ำที่ลามขึ้นมาถึงข้อมือของเขา... รอยประทับมาร! "เจ้ามีอะไรจะสารภาพหรือไม่... จื่อเฉิน" ชิงเสวี่ยเอ่ยถามเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นทรงพลังดุจสายฟ้าฟาด จื่อเฉินเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้าเขาทันที "สารภาพ? ข้าเพียงแค่ทำตามสิ่งที่ควรจะเป็น ในเมื่อสำนักจันทราเหมันต์ไม่อาจปกป้องโลกนี้ได้ การโอนอ่อนไปหาท่านมู่หยางย่อมเป็นทางออกที่ชาญฉลาดที่สุด" "โง่เขลา..." ชิงเสวี่ยขยับกายเพียงพริบตาเดียว ปรากฏตัวเบื้องหน้าจื่อเฉินพร้อมคว้าลำคอเขาไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนทั่วไป ไอเย็นยะเยือกแล่นเข้าสู่ร่างของศิษย์ทรยศจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผิวหนัง เขาเบิกตากว้างด้วยความทรมาน "ใครเป็นคนสั่งให้เจ้าทำลายค่ายกลชั้นใน?" "ไม่มีใครสั่ง... ข้าทำด้วยความแค้น! เพราะท่าน... ท่านที่ได้รับความรักจากอาจารย์เพียงผู้เดียว ทั้งที่ข้าพยายามแทบตาย!" จื่อเฉินตะโกนลั่น เลือดสีดำทะลักออกมาจากมุมปาก แต่นัยน์ตาของเขากลับปรากฏความสะใจ ชิงเสวี่ยหลับตาลงด้วยความปวดร้าว ในขณะที่นางกำลังจะรีดเค้นความจริง สายลมปั่นป่วนก็พัดกรรโชกเข้ามาในห้องโถง ฝ้าเพดานเบื้องบนแตกกระจายออก ร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งลงมาดุจดาวตก มุ่งตรงมายังตำแหน่งที่นางยืนอยู่ พลังปราณที่รุนแรงจนอากาศบิดเบี้ยวทำให้ชิงเสวี่ยต้องปล่อยตัวจื่อเฉินแล้วถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว "ช้าไปแล้ว... ชิงเสวี่ย" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว ร่างของมู่หยางในชุดคลุมสีนิลยืนตระหง่านอยู่บนซากปรักหักพัง เขามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและอำนาจ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจที่สุด... สิ่งที่ทำให้ชิงเสวี่ยต้องหยุดหายใจ คือร่างที่ยืนอยู่ข้างกายมู่หยาง นางคือ 'ท่านอาจารย์' ผู้ที่ทุกคนเชื่อว่าสิ้นชีพไปตั้งแต่การบุกโจมตีครั้งก่อน ทว่าบัดนี้ ดวงตาของอาจารย์กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และมือของท่านกำลังถือ 'กระบี่พยัคฆ์มังกร' ซึ่งเป็นของประจำตระกูลของชิงเสวี่ยเอง "ท่านอาจารย์..." เสียงของชิงเสวี่ยสั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี มู่หยางก้าวลงมาจากซากปรักหักพัง พลางแตะที่ไหล่ของหญิงวัยกลางคนข้างกายเบาๆ "เจ้าตามหาหนอนบ่อนไส้... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า ใครกันที่เป็นคนมอบวิชาการบำเพ็ญเพียรให้เจ้าจนเชี่ยวชาญถึงเพียงนี้? ข้าไม่ได้มาคนเดียว ชิงเสวี่ย... ข้าพา 'หัวใจ' ของเจ้ามาคืนให้ที่นี่แล้ว" อาจารย์เงยหน้าขึ้น แววตาไร้ความรู้สึกเอ่ยเสียงเรียบ "ศิษย์ทรยศ... จงคุกเข่าลงต่อหน้าข้าเสีย" ความเย็นยะเยือกที่ชิงเสวี่ยเคยคิดว่านางคุมได้ กลับย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตนเอง นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อสำนักอีกต่อไป แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหนาวเหน็บเคียงข้างชิงเสวี่ยไปกับตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%