หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 28

พิฆาตศัตรูร้าย

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
“เจ้าคิดหรือว่าคมกระบี่กระจอกๆ ของเผ่าพันธุ์ขยะจะระคายผิวหนังของข้าได้... ชิงเสวี่ย” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังกังวานอยู่ในหุบเขาไร้ลักษณ์ กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปกับไอมารที่หนาแน่นจนบดบังแสงจันทร์ แม่ทัพมาร ‘จ้าวเหยียน’ ยืนตระหง่านอยู่บนซากศพของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เยือกแข็งที่เพิ่งถูกเขาสังหารไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยสีแดงฉานดุจโลหิต ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกระหายการล่า ชิงเสวี่ยไม่ได้ตอบโต้ นางยืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นน้ำแข็งท่ามกลางพายุทรายดำที่แม่ทัพมารกวาดออกมาจากฝ่ามือ ปลายนิ้วเรียวขาวดุจหยกสลักของนางกรีดกรายช้าๆ ผ่านอากาศ เกิดเป็นเกล็ดหิมะสีขาวสะอาดที่ลอยละล่องอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับแผ่รังสีแห่งความตายที่เย็นเยียบจนพื้นดินใต้เท้าของจ้าวเหยียนเริ่มแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม “วิชาเหมันต์นิรันดร์ของเจ้า... มันตายไปพร้อมกับสำนักของเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ?” จ้าวเหยียนแสยะยิ้ม ก้าวเท้าหนักๆ เข้ามาหา มือหนาคว้าขวานยักษ์ที่ทำจากกระดูกมังกรดำขึ้นพาดบ่า “หรือว่าความอาฆาตแค้นมันทำให้เจ้าฟื้นคืนชีพในร่างวิญญาณเร้นแค้นกันล่ะ?” “ความตายไม่ใช่จุดจบ... แต่มันคือจุดเริ่มของการชำระล้าง” สุ้มเสียงของชิงเสวี่ยราบเรียบ หากทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสพลังที่กดทับจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว นางขยับกายเพียงแผ่วเบา ร่างของนางกลายเป็นเพียงภาพติดตาที่ทิ้งละอองหิมะไว้เบื้องหลัง ในพริบตาเดียวที่จ้าวเหยียนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายกระบี่ ‘เหมันต์พิสุทธิ์’ ก็จ่ออยู่ที่เส้นเลือดใหญ่ตรงลำคอของเขาเสียแล้ว จ้าวเหยียนเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เขาพยายามระเบิดปราณมารเพื่อผลักดันนางออก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเย็นเยียบที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง พลังมารของเขาถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา “เจ้า... นี่เจ้าถึงขั้นบรรลุถึง ‘จังหวะหัวใจเยือกแข็ง’ แล้วรึ!” ชิงเสวี่ยไม่ตอบ สายตาของนางว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ นางมองแม่ทัพมารเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากการมองก้อนหินที่ขวางทางเดิน นางรู้ดีว่าหากไม่กำจัดจ้าวเหยียนในคืนนี้ เส้นทางสู่การล้างแค้นตระกูลของนางจะไม่มีวันถึงฝั่งฝัน “แม่ทัพมารผู้เกรียงไกร... ในนามของจิตวิญญาณนับหมื่นที่เจ้าสังหาร จงดับสูญไปพร้อมกับบาปของเจ้าเถิด” นางหมุนข้อมือ กระบี่ในมือส่งประกายแสงสีครามเจิดจ้า ร่างของจ้าวเหยียนสั่นสะท้าน เขารู้สึกได้ถึงความร้อนแรงของจิตสังหารที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของนาง มันไม่ใช่แค่การฆ่า แต่มันคือการพรากวิญญาณให้แตกสลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเพื่อไปเกิดใหม่ ขณะที่กระบี่กำลังจะฝังลงไปในร่างของศัตรู เสียงกระซิบแหบพร่าจากแหวนมิติของอาวุโสไป๋ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของชิงเสวี่ย ‘ระวังให้ดี... แม่ทัพมารระดับนี้ไม่มีทางมาเพียงลำพัง จ้าวเหยียนเป็นเพียงเหยื่อล่อ... ชิงเสวี่ย อย่าเพิ่งปิดบัญชี!’ ชิงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ทว่าในจังหวะที่นางลังเล แสงสีดำสนิทก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้าดั่งสายฟ้าฟาด มันไม่ใช่พลังมารทั่วไป แต่มันคือไอสังหารที่คุ้นเคย... ความรู้สึกที่ทำให้นางเจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจ ร่างในชุดคลุมสีนิลปรากฏขึ้นเบื้องหลังจ้าวเหยียน มือเรียวยาวคว้าคอของแม่ทัพมารไว้ก่อนจะสะบัดทิ้งดุจเศษขยะอย่างไม่แยแส ชายผู้นั้นปัดชายเสื้อช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ยังคงความงดงามเย่อหยิ่งทว่าแฝงด้วยความอำมหิตที่ไม่มีผู้ใดเทียบเทียม “จ้าวเหยียน... ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเจ้ามันไร้ประโยชน์” จอมมารมู่หยางกล่าว พลางปรายตามองชิงเสวี่ยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและปรารถนา “ชิงเสวี่ย... ศิษย์น้องที่รักของข้า เจ้าดูสง่างามขึ้นมากจริงๆ ในยามที่เปื้อนเลือดเช่นนี้” ชิงเสวี่ยถอยหลังกรูด กระบี่ในมือนางสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเกลียดชังที่สุมอกจนแทบจะระเบิดออกมา “มู่หยาง... วันนี้ข้าจะส่งเจ้าลงนรกพร้อมกับสมุนของเจ้า!” “ใจเย็นก่อนสิ” มู่หยางหัวเราะร่า แล้วดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นดินโดยรอบก็สั่นสะเทือน เลือดจากร่างของจ้าวเหยียนที่ตายไปแล้วไหลย้อนกลับขึ้นมากลายเป็นอักขระมารสีแดงฉานล้อมรอบตัวชิงเสวี่ยไว้ “ข้าไม่ได้มาเพื่อสู้กับเจ้าในวันนี้ แต่ข้ามาเพื่อจะบอกว่า... สร้อยคอที่เจ้าสวมอยู่น่ะ ใครเป็นคนให้เจ้ากันแน่?” ชิงเสวี่ยมือสั่น นางจับสร้อยคอรูปหยดน้ำที่นางสวมติดตัวมาตั้งแต่ก่อนตระกูลถูกทำลาย หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของมู่หยาง “เจ้าจำความลับในคืนที่ตระกูลของเจ้าล่มสลายได้ไหม... ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนเปิดประตูเมืองให้กองทัพมารในคืนนั้น?” มู่หยางโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูนาง เสียงกระซิบของเขาเย็นเยียบยิ่งกว่าวิชาเหมันต์ของนางเสียอีก “คนผู้นั้นยังไม่ตาย... และเขากำลังยืนดูเจ้าอยู่หลังม่านหมอกนี้เอง” ร่างเงาในเงามืดค่อยๆ ก้าวออกมาจากพงไพร พร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังแผ่วเบา ชิงเสวี่ยหันไปมอง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางแทบจะหยุดหายใจ กระบี่ในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นดินทันทีที่นางจำใบหน้าของผู้ที่เพิ่งก้าวออกมาได้... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองชิงเสวี่ยผ่านพ้นบททดสอบที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตไปพร้อมๆ กันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%