"เจ้าจะเลือกทางใด... ชิงเสวี่ย? จะควักหัวใจผู้บริสุทธิ์เพื่อรักษาตบะตนเอง หรือจะยอมเป็นเพียงธุลีดินที่ดับสูญไปพร้อมกับความเที่ยงธรรมจอมปลอมนั่น?"
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของข้า—ชิงเสวี่ย—ท่ามกลางความเงียบงันของ 'ทะเลสาบกระจกเงา' แห่งนี้
ข้าไม่ได้หันไปมองมู่หยางที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ความเย็นเยียบจากไอหิมะที่ปลายนิ้วยังคงสั่นไหวเล็กน้อย มิใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากอาคมโบราณที่บีบคั้นหัวใจ ข้าก้าวเท้าลงบนผิวน้ำที่นิ่งสนิทดุจแผ่นกระจกทมิฬ เบื้องล่างนั้นมิใช่ภาพสะท้อนของตัวข้า แต่เป็นภาพของเด็กหญิงในชุดสีขาวเปื้อนเลือด... ภาพของตระกูลที่ถูกเผาทำลายในวันวาน
"ความเที่ยงธรรมหรือ?" ข้าแค่นหัวเราะ แววตาคมกริบดุจกระบี่หิมะจ้องมองไปยังเงาร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนมารอยู่ใจกลางทะเลสาบ "ศิษย์พี่... ท่านใช้เล่ห์เพทุบายสร้างภาพลวงตานี้ขึ้นมา เพื่อทดสอบข้า หรือเพื่อตอกย้ำความอ่อนแอของหัวใจข้ากันแน่"
มู่หยางก้าวออกมาจากเงามืด เสื้อคลุมสีนิลของเขาสะบัดไหวราวกับปีกของอีกา "หัวใจที่อ่อนแอคือสิ่งเดียวที่ขวางกั้นมิให้เจ้าก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งเซียนหิมะ หากเจ้าไม่ละทิ้งความเมตตาที่ไร้ประโยชน์นี้ เจ้าก็เป็นเพียงแค่นางเซียนผู้รอวันถูกทำลาย"
ข้าหลับตาลง สัมผัสถึงพลังวิญญาณของอาวุโสไป๋ที่สั่นไหวอยู่ในแหวนมิติ
*‘ชิงเสวี่ย... อย่าหลงกลจิตมารของเขา ทะเลสาบแห่งนี้มิได้ทดสอบความแข็งแกร่งของพลัง แต่ทดสอบว่าเจ้าจะยอมสูญเสียตัวตนเพื่อแลกกับความยิ่งใหญ่หรือไม่’* กระแสเสียงของอาวุโสไป๋แผ่วเบาและรวดเร็ว ราวกับกำลังฝืนต้านทานพลังกดทับมหาศาล
ข้าลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามส่องประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ข้ามิได้หยิบกระบี่ขึ้นมา แต่กลับคลายพลังปราณเหมันต์ที่ห่อหุ้มร่างกายออกจนหมดสิ้น ท่ามกลางสายตาที่ฉายแววประหลาดใจของมู่หยาง ข้าก้าวเดินไปหาเด็กหนุ่มผู้ถูกพันธนาการนั้นโดยไม่ป้องกันตัวแม้แต่น้อย
"เจ้าจะทำอะไร?" เสียงของมู่หยางดูจะสูญเสียความเยือกเย็นลงไปชั่วขณะ
"ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น" ข้าเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ "ว่าหัวใจที่มุ่งมั่นในวิถีเซียน มิได้เกิดจากการทำลายสิ่งใด แต่เกิดจากการที่แม้ในวินาทีที่ความตายประชิดตัว ข้าก็ยังคงยืนหยัดในเจตจำนงเดิม"
ข้าเอื้อมมือไปแตะโซ่ตรวนมารนั้น พลังงานมืดกัดกินผิวหนังของข้าจนเกิดรอยไหม้สีดำ แต่ข้ากลับใช้ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ส่งผ่านเข้าไป... มิใช่เพื่อทำลายโซ่ แต่เพื่อ ‘ชำระล้าง’ ตัวตนของเด็กหนุ่มที่ถูกจองจำ
วินาทีนั้น ทะเลสาบกระจกเงากลับเกิดรอยร้าว เสียงแตกดังสนั่นราวกับฟ้าถล่ม ทัศนียภาพรอบข้างบิดเบี้ยว มู่หยางที่ยืนอยู่เบื้องหลังกระอักเลือดออกมาคำโต เขามองข้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความเคียดแค้น ความผิดหวัง และ... ความโหยหาที่ซ่อนเร้น
"เจ้าโง่เขลา... เจ้ากำลังทำลายโอกาสเดียวที่จะบรรลุขั้นเซียนอมตะด้วยมือเจ้าเอง" มู่หยางพึมพำขณะร่างของเขากลายเป็นควันสีดำจางหายไป
ทว่าความเงียบสงบมิได้กลับคืนมาอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อภาพลวงตาพังทลายลง พื้นดินใต้เท้าข้ากลับทรุดตัวลงสู่อันธการที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม ข้ารู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากเบื้องล่าง มันไม่ใช่พลังมาร แต่เป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของตระกูลที่ล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน
ในความมืดมิดนั้น มือคู่หนึ่งที่เย็นเยียบไม่ต่างจากข้า เอื้อมมาสัมผัสที่ใบหน้าข้าจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้หัวใจของข้าหยุดเต้น
"ชิงเสวี่ย... เจ้านึกว่าสิ่งที่ข้าทำลายไปในวันนั้น คือคนทั้งตระกูลจริงๆ งั้นหรือ?"
ข้าเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใคร มันเป็นกลิ่นอายเดียวกับที่ข้าตามหามาตลอดชีวิต... กลิ่นอายของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ไฟนรกวันนั้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจนี้ไปกับชิงเสวี่ยนะคะ
หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 31
ทะเลสาบกระจกเงา
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!