"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว ดิฉันคงต้องเปลี่ยนสถานะจากเลขาฯ เป็นนักวิ่งมาราธอนจำเป็นแล้วนะคะ ท่านประธาน!"
เสียงหอบหายใจเบาๆ พร้อมกับมือเรียวที่คว้าชายเสื้อสูทราคาแพงไว้เป็นหลักยึด ทำให้ธันวาต้องชะฝีเท้าลงโดยพลัน เขาหันกลับมามองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังยืนพิงเสาไฟหน้าตลาดนัดยามเย็น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยอ่อน เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มหลุดลุ่ยเคล้ากับเม็ดเหงื่อบางๆ บนหน้าผาก ภาพความวุ่นวายจากเหตุการณ์ตึกแทบแตกเมื่อชั่วโมงก่อน ราวกับถูกลบเลือนหายไปชั่วขณะด้วยความโก๊ะและความน่ารักธรรมชาติของคนตรงหน้า
ธันวากดมุมปากยิ้มบางๆ แววตาที่เคยเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยร่องรอยความกดดันจากศึกชิงเก้าอี้บริหารเมื่อครู่ กลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด เขาล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นส่งให้เธอโดยไม่พูดอะไร
"ขอบคุณค่ะ..." พายรับมาซับเหงื่อด้วยความเกรงใจ ปลายนิ้วของเธอเผลอไปแตะโดนหลังมือของเขาที่ยังมีร่องรอยการกำหมัดแน่นจากเหตุการณ์ในห้องทำงานเมื่อตอนบ่าย ความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัส ทำให้พายใจเต้นรัวอย่างไม่มีเหตุผล "เอ่อ... คุณธันวาแน่ใจนะคะว่าจะเดินลุยตลาดนัดตรงนี้จริงๆ ชุดสูทปักป้ายเนี๊ยบขนาดนี้ เดี๋ยวกลิ่นหมูปิ้งจะติดจนซักไม่ออกเอาหรอกค่ะ"
"ผมไม่ใช่คุณชายเปราะบางขนาดนั้นหรอกน่าพาย อีกอย่าง..." ธันวาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวที่มีผู้คนเดินขว้างกันขวักไขว่ กลิ่นหอมของอาหารสตรีทฟู้ดลอยเตะจมูก "ผมแค่อยากหาที่ที่ไม่มีสายตาจับผิด ไม่มีเสียงซุบซิบนินทา และ... ไม่มีเงาของมินตรา แค่ชั่วครู่เดียวก็ยังดี"
คำพูดราบเรียบแต่แฝงความเปราะบางนั้น ทำให้พายเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่า 'ความเห็นใจ' กำลังพุ่งชนหัวใจเธออย่างจัง ผู้ชายที่ใครๆ ต่างมองว่าเพียบพร้อม ร่ำรวย และทรงอิทธิพลคนนี้ แท้จริงแล้วกลับโหยหาเพียงแค่ความสงบธรรมดาๆ ที่หาไม่ได้ในโลกธุรกิจอันโหดร้าย
"ถ้าอย่างนั้น... เดินตามพายมาเลยค่ะ!" พายเปลี่ยนเป็นฝ่ายฮึดสู้ เธอคว้าข้อมือหนาของท่านประธานหนุ่มโดยไม่ทันได้ขออนุญาต แล้วดึงให้เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปในตลาดนัดโต้รุ่งที่ประดับประดาด้วยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์แสงสีส้มอุ่นๆ
"ระวังรถเข็นลูกชิ้นนะคะ!" พายร้องเตือนพร้อมกับใช้มืออีกข้างดันแขนธันวาให้หลบวิถีการเคลื่อนที่ของพ่อค้าแม่ค้า ท่าทางกระวนกระวายแต่จริงใจของเธอทำให้ธันวาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่มีใครในบริษัทเคยได้เห็นมาก่อน เขายอมปล่อยให้เลขาฯ ตัวแสบลากจูงไปตามทางเดินแคบๆ ผ่านร้านขายเสื้อผ้ามือสอง แผงขายเคสโทรศัพท์สีสันฉูดฉาด จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร้านลูกชิ้นทอดเจ้าดังที่มีคิวยาวเหยียด
"คุณเคยกินลูกชิ้นราดน้ำจิ้มมะขามเปียกสูตรโบราณไหมคะ?" พายหันมาถาม ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยิบระยับใต้แสงไฟ
"ไม่เคยครับ... เอ่อ ไม่เคยค่ะ" ธันวาเกือบเผลอหลุดปากพูดคำเดิม แต่ก็แก้คำลงท้ายได้อย่างทันท่วงที จนพายต้องค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้
"ห้ามทำหน้าหยิ่งใส่ของอร่อยเด็ดขาดนะคะ อ้าปากค่ะ... ลองชิมดู"
พายใช้ไม้จิ้มลูกชิ้นลูกโตที่เพิ่งเป่าไอความร้อนออกหมาดๆ ยื่นจ่อตรงหน้าธันวา ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยความคาดหวังราวกับเด็กน้อยที่รอคอยการอนุมัติจากผู้ใหญ่ ธันวานิ่งงันไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ไม่ใช่เพราะรสชาติของลูกชิ้น แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอที่ใกล้กันจนเกินไป จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ
เขายอมอ้าปากรับลูกชิ้นชิ้นนั้นเข้าปาก รสชาติเปรี้ยวหวานเผ็ดนิดๆ ของน้ำจิ้มกระจายไปทั่วลิ้น แต่มันกลับไม่น่าจดจำเท่ากับรอยยิ้มกว้างของพายที่เอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น
"เป็นไงคะ? อร่อยจนอยากจะเซ็นอนุมัติงบให้แม่ค้าเลยใช่ไหมล่ะ"
"อร่อยกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ... เอ๊ย! ค่ะ" ธันวาแก้ตัวแทบไม่ทัน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากพายได้อย่างราบคาบ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินเรื่อยๆ พายคอยทำหน้าที่เป็นไกด์จำเป็น แนะนำนู่นนี่นั่นด้วยความกระตือรือร้น บางครั้งเธอก็เผลอสะดุดก้อนหินจนเกือบหน้าคะมำ ดีที่ธันวาคว้าเอวบางไว้ได้ทันท่วงที ปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น และจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำในอกของกันและกัน
พายรีบผละออก ใบหน้าร้อนผ่าวราดด้วยสีแดงก่ำ เธอแสร้งทำเป็นสนใจแผงขายตุ๊กตาถักโครเชต์เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ธันวายืนมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาที่ลุ่มลึก ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซึมเข้าสู่พื้นที่ว่างเปล่าในหัวใจของเขา ทีละน้อย... ทีละน้อย
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขสงบมักผ่านไปรวดเร็วกว่าที่คิด
ในจังหวะที่พายกำลังจะหันมาส่งลูกอมรสผลไม้ให้ธันวา เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากพร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบแผงลอยบริเวณนั้นอย่างเป็นระเบียบ ก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา ผู้คนในตลาดเริ่มถอยร่นออกไปด้านข้างด้วยความหวาดกลัว
ธันวากวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงแววตาเฉียบคมของนักบริหารผู้ไร้ความปรานี
ร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมาจากแถวของชายชุดดำ รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนเสียงดังชัดเจน ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มอย่างประณีตเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองพายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ธันวา
"สนุกมากไหมคะคุณธันวา ที่แอบหนีคู่หมั้นตัวเองมาเดินเล่นกับ... เลขาฯ กระจอกๆ ในที่โสมมแบบนี้?"
เสียงหวานหยาดเยิ้มแต้มรอยยิ้มเยาะเย้ยของมินตราดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก พายหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า พายุลูกใหญ่ที่เธอสังหรณ์ใจไว้เมื่อตอนบ่าย ได้ซัดเข้าใส่พวกเขาอย่างเต็มแรงแล้วในตอนนี้
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความน่ารักของพายและท่านประธานนะคะ!
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 31
มิตรภาพนอกออฟฟิศ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!