กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาที่ลอยอวลอยู่ในห้องรับแขกวีไอพีของโรงแรมหรูแห่งนี้ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งทำให้ปายรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"บังเอิญจังเลยนะคะคุณธันวา... ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคุณกับเลขาฯ ตัวน้อย... เอ, หรือว่าควรจะเรียกว่า 'คนสนิท' ดีล่ะคะ?"
เสียงหวานหยาดเยิ้มแต้มรอยยิ้มเยาะเย้ยของมินตราดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก พายหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า พายุลูกใหญ่ที่เธอสังหรณ์ใจไว้เมื่อตอนบ่าย ได้ซัดเข้าใส่พวกเขาอย่างเต็มแรงแล้วในตอนนี้
พายกำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกผิดบาปและความประหม่าตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่อว่ารอยยิ้มพิมพ์ใจของมินตรานั้นซ่อนพิษสงอะไรไว้บ้าง สายตาคมกริบของผู้หญิงคนนั้นกวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอ ไล่เรื่อยลงมาหยุดอยู่ที่รองเท้าคัทชูคู่เก่าสีดำที่หัวรองเท้ามีรอยเปิดอ้าออกเล็กน้อยจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน
มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูระรื่นหูแต่กลับบาดลึกในความรู้สึกของคนฟัง
"ตายจริง... เลขาฯ ของท่านประธานบริษัทใหญ่โต ใส่รองเท้าสภาพนี้มางานพบปะลูกค้าสำคัญได้อย่างไรกันคะเนี่ย หรือว่าทางบริษัทช่วงนี้ประสบปัญหาทางการเงิน จนแม้แต่ค่ารองเท้าคู่ใหม่ก็ยังต้องให้คุณธันวาเป็นคนควักกระเป๋าจ่ายให้ล่ะคะ?"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ตัวพายเพียงคนเดียว แต่มันเจตนาพาดพิงไปถึงศักยภาพในการบริหารงานของธันวาด้วย พายสะดุ้งเฮือก รีบขยับเท้าถอยหลังเพื่อซ่อนรองเท้าคู่เก่งที่ตอนนี้กลายเป็นจุดอ่อนให้ศัตรูได้โจมตี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความอับอาย เธอกลัว... กลัวเหลือเกินว่าความซุ่มซ่ามและความยากจนของตัวเองจะกลายเป็นตราบาปที่ทำให้ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
แต่ก่อนที่พายจะได้ทันอ้าปากแก้ต่างอะไร ธันวาก็ก้าวเท้าขึ้นมาบังร่างเล็กของเธอไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ
ความเงียบที่แผ่ขยายจากตัวของประธานหนุ่มทรงพลังเสียจนรอยยิ้มบนใบหน้าของมินตราเริ่มแข็งค้าง ธันวามองคู่หมั้นทางธุรกิจด้วยแววตาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น แต่มันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตบะแตก
"เรื่องรองเท้าของเลขาฯ ผม จะเป็นหน้าที่ของใคร หรือบริษัทเราจะจ่ายไหวไหม... เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ 'บุคคลภายนอก' อย่างคุณมินตราต้องมาใส่ใจนะครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดดังขึ้น ทุกถ้อยคำเน้นย้ำชัดเจนจนมินตราหน้าเจื่อนลงทันที "และถ้าหมดธุระแล้ว เชิญครับ ผมกับเลขาฯ มีเรื่องต้องคุยกันต่อตามลำพัง"
มินตรากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ เธอกวาดสายตาอาฆาตมาที่พายแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินหนีไปด้วยความโกรธจัด
เมื่อร่างของมินตราลับหายไปหลังประตูบานใหญ่ ความตึงเครียดในห้องไม่ได้ลดลงเลย พายยังคงยืนก้มหน้ามองพื้น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกผิด
"ขอโทษค่ะคุณธันวา..." พายกระซิบเสียงสั่นเครือ "เพราะพายแท้ๆ... รองเท้าคู่เก่งพังไม่เข้าเรื่อง จนทำให้คุณธันวาต้องเสียหน้ากับคุณมินตรา..."
ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เขาไม่ได้พูดอะไรในทันที แต่กลับย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมราคาแพงตรงหน้าเธอ พายตกใจจนเผลอร้องอุทานออกมา
"คุณธันวาคะ! ทำอะไรคะเนี่ย ลุกขึ้นเถอะค่ะ เดี๋ยวชุดสูทก็เปื้อนหมดหรอก!"
ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงท้วงติงของเธอ เขายื่นมืออุ่นจัดมาแตะที่ข้อเท้าเรียวเบาๆ อย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบมองสำรวจรองเท้าคัทชูคู่ที่พายอับอายนักหนาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ไม่มีรังเกียจ ไม่มีสมเพช มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่พายจะคาดเดา
"เจ็บไหม?" เขาถามเสียงนุ่ม สายตาเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง
"คะ...?" พายกะพริบตาปริบๆ สมองตื้อตันไปหมด
"ตอนที่มันอ้าออก... เดินลำบากมากสินะ" ธันวาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เจือความรู้สึกผิดจางๆ "ฉันน่าจะสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่เธอเดินสะดุดเอกสารกองนั้นที่ออฟฟิศแล้ว เป็นเจ้านายประสาอะไรกันนะ ปล่อยให้เลขาฯ ตัวเองใส่รองเท้าพังๆ เดินตามตูดอยู่ตั้งหลายวัน"
พายเม้มปากแน่น หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวกลับพองโตขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว "มันไม่ได้พังเพราะคุณธันวาสักหน่อยค่ะ มันเก่าแล้วต่างหาก... พายซุ่มซ่ามเอง เดินสะดุดโน่นสะดุดนี่ตลอดเวลา รองเท้าคู่นี้เลยอายุสั้นไปหน่อย"
ธันวายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาคมคายคู่นั้นพราวระยับจนพายต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
"งั้นก็ถือว่าหมดเวรหมดกรรมกับคู่เก่าเถอะนะ" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าข้อมือเล็กๆ ของเธอไว้ "ไปกันเถอะ"
"ไปไหนคะ? งานเลี้ยงยังไม่..."
"ฉันไม่ได้จะพาไปงานเลี้ยง" ธันวาหันมามองเธอนัยน์ตาพราว "ฉันจะพาเธอไป 'ช้อปปิ้ง'"
สิบนาทีต่อมา รถยนต์หรูคันงามก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง แม้จะเป็นเวลาดึกดื่นค่ำคืนแล้ว แต่โซนบูติกแบรนด์ดังระดับโลกยังคงเปิดไฟสว่างไสวเพื่อต้อนรับลูกค้าระดับ VVIP พายยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้านรองเท้าสุภาพสตรีแบรนด์อิตาลีชื่อดัง เธอรีบโบกมือปฏิเสธพัลวันเมื่อธันวาผายมือเชิญให้เข้าไปข้างใน
"คุณธันวาคะ! ไม่เอาหรอกค่ะ ร้านนี้แพงหูฉี่เลยนะพายรู้! แค่รองเท้าแตะธรรมดาสักคู่ริมถนนก็พอแล้วค่ะ เดินสบายเหมือนกัน..."
"พาย" ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวจนพายต้องถอยหลังไปชนกับกระจกหน้าร้าน ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธออย่างดื้อดึง "จำหน้าที่ของเลขาฯ ไม่ได้เหรอ? หน้าที่ของเธอคือการดูแลฉัน แต่หน้าที่ของฉัน... คือการดูแลความปลอดภัยและความสะดวกสบายของคนรอบตัวฉัน โดยเฉพาะ... เลขาฯ ของฉันเอง"
คำว่า 'โดยเฉพาะเลขาฯ ของฉันเอง' ถูกเน้นเสียงต่ำอย่างจงใจ จนพายรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู เธอหลบสายตาคู่นั้นไม่ได้เพราะถูกอ้อมแขนแกร่งกักตัวไว้บนพื้นที่แคบๆ
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ครับ เลือกคู่ที่ชอบที่สุดมาซะดีๆ ไม่งั้นฉันจะเหมามาหมดชั้นนี้แล้วให้เธอใส่เปลี่ยนวนไปจนครบเจ็ดวันจริงๆ ด้วย"
พายอ้าปากค้าง รู้ดีว่าผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริงแน่ๆ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคอ ก่อนจะหันไปมองรองเท้าในตู้กระจกใสที่มีดีไซน์สวยงามละลานตา
พนักงานขายสาวสวยเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเมื่อเห็นว่าเป็นคุณธันวา ลูกค้ารายใหญ่ประจำเครือ ธันวาผายมือให้พนักงานนำรองเท้าทรงคัทชูสีนู้ดเรียบหรูแต่ดูแพงออกมาให้ลอง
พายจำใจต้องนั่งลงบนโซฟาหนังนุ่ม ปล่อยให้พนักงานสาวสวมรองเท้าคู่ใหม่เข้ากับเรียวขาของเธอ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสคือความนุ่มสบายอย่างเหลือเชื่อ พื้นรองเท้าหนารองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ต่างจากรองเท้าคู่เก่าราวฟ้ากับเหว เธอขยับเท้าไปมาอย่างประหม่า
"สวยมากครับ"
เสียงทุ้มกระซิบอยู่ใกล้ใบหูจนพายสะดุ้ง ธันวาย่อตัวลงอีกครั้งเพื่อมองดูรองเท้าที่สวมอยู่บนเท้าของเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองที่รองเท้า แต่มันมองขึ้นมาสบตากับเธอด้วยความรู้สึกที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย
"มัน... มันแพงเกินไปค่ะคุณธันวา พายเกรงใจ" เธอกระซิบเสียงเบาหวิว
"ถือว่าเป็น 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' จากเจ้านาย... ที่อยากขอบคุณสำหรับการทำงานหนักตลอดเดือนที่ผ่านมาก็แล้วกัน" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ขณะที่มือใหญ่เอื้อมไปหยิบบัตรเครดิตยื่นให้พนักงานร้าน "และอีกอย่าง..."
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ พายกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนไปหมด
"ฉันอยากให้เธอใส่รองเท้าคู่นี้... เดินเคียงข้างฉันไปนานๆ นะครับพาย"
คำพูดนั้นทำเอาพายแทบจะละลายหายไปกับเบาะโซฟา หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความหวานล้ำที่ไหล ้ทะลักเข้ามาในหัวใจทำให้ลืมความเหนื่อยล้าและเรื่องแย่ๆ ของมินตราไปจนหมดสิ้น
ธันวาจัดการจ่ายเงินและรับถุงกระดาษแบรนด์เนมมาถือไว้เองอย่างไม่ถือตัว เขายื่นมืออีกข้างมาให้เธอจับเพื่อช่วยพยุงลุกขึ้น พายวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นหนานั้นด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
พวกเขาก้าวเดินออกจากห้างสรรพสินค้าเคียงคู่กันไป ท่ามกลางลมหนาวระลอกแรกของฤดูกาล พายก้มมองรองเท้าคู่ใหม่บนเท้าของตัวเองแล้วอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความสุขเล็กๆ กำลังผ่งบานในใจจนเธอเผลอคิดไปว่า... บางที การเป็นเลขาฯ ตัวโก๊ะคนนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไปหรอก
แต่แล้ว ความสุขสงบนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน...
เมื่อเสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของธันวาดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงทันที ดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนพายใจคอไม่ดี
"มีอะไรเหรอคะคุณธันวา?" เธอเอ่ยถามด้วยความกังวล
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตานั้นซ่อนความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของพายเย็นเฉียบ
"แม่... บินกลับมาจากต่างประเทศแล้ว และตอนนี้... ท่านรอเราอยู่ที่คอนโดของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เค้กวานิลลาเสมอมานะคะ!
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 32
ของขวัญชิ้นพิเศษ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!