"คุณพายคะ ช่วยอธิบายยอดสั่งซื้อล็อตนี้ให้ผมฟังอีกครั้งได้ไหมครับ ดูเหมือนตัวเลขในเอกสารกับสิ่งที่ผมได้รับแจ้งจากฝ่ายสต็อกจะมีจุดที่... ไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของลูกค้าหนุ่มเจ้าของแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียมคนนี้ไม่ได้น่ากลัว แต่มันทำเอาพายที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกถึงกับสะดุ้งจนปากกาเกือบหลุดมือ หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ พยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายไปกับการคิดถึงเหตุการณ์ที่ห้องพักเมื่อเช้านี้
"อะ... เอ้อ ขอโทษค่ะคุณรวิชญ์ พายคงเบลอไปนิด พอดีเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยค่ะ เดี๋ยวพายรีบเช็กให้นะคะ" พายกล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะกาแฟ แต่ด้วยความซุ่มซ่ามประจำตัว นิ้วเจ้ากรรมดันไปปัดโดนแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่ใกล้ๆ จนมันเอียงกะเท่เร่
ทว่าก่อนที่น้ำกาแฟจะหกใส่กองเอกสารสำคัญ มือหนาของใครบางคนก็คว้าแก้วนั้นไว้ได้ทันอย่างรวดเร็ว
"ระวังหน่อยสิครับพาย งานสำคัญแบบนี้ ถ้าเสียหายขึ้นมา มันจะไม่ใช่แค่เรื่องโก๊ะๆ ของคุณแล้วนะ"
น้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความกดดันแบบที่พายคุ้นเคยเป็นอย่างดีทำให้เธอชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับลูกค้า ธันวายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองที่เธอ แต่จ้องเขม็งไปที่รวิชญ์ด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก
รวิชญ์ยืดตัวขึ้น ยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร "อ้าว คุณธันวา ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เจอท่านประธานมาดูแลดีลย่อยๆ แบบนี้ด้วยตัวเองนะครับ"
"บริษัทเราให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกระดับครับคุณรวิชญ์ โดยเฉพาะ... พนักงานของผม ที่ดูเหมือนช่วงนี้จะเสียสมาธิไปกับเรื่องส่วนตัวมากเกินไป" ธันวาเน้นคำหลังหนักแน่นพลางปรายตามองพายที่ยืนตัวลีบ
พายรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก 'เขากำลังหึงหรือเปล่านะ?' ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว แต่เธอก็รีบปัดมันทิ้งไปเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่คอนโด แม่ของธันวาที่มาปรากฏตัวกะทันหันทำให้บรรยากาศระหว่างเธอและเขาค่อนข้างตึงเครียดตลอดทั้งวัน
"งั้นผมขอตัวไปจัดการเอกสารในห้องส่วนตัวก่อนนะครับ พาย... ตามผมมา" ธันวาออกคำสั่งเสียงเรียบก่อนจะเดินจ้ำอ้าวออกไปจากมุมรับแขก ทิ้งให้พายต้องรีบกุลีกุจอขอโทษรวิชญ์ก่อนจะวิ่งตามหลังร่างสูงใหญ่ไปติดๆ
ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่ม บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด ธันวาโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอย่างแรงจนพายสะดุ้งเฮือก
"คุณธันวาคะ คือพาย..."
"คุยอะไรกันสนุกจังเลยนะครับ เห็นยิ้มให้เขานักหนา ลืมไปแล้วหรือไงว่างานตรงหน้าคืออะไร" ธันวาหันกลับมาประจันหน้า พายสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่คุกรุ่นอยู่ในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธจากงาน แต่มันคือความหึงหวงที่เขากำลังพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุม
"พายแค่คุยเรื่องงานค่ะ อีกอย่างคุณรวิชญ์เขาก็แค่สุภาพ..."
"สุภาพจนต้องโน้มตัวลงไปใกล้ขนาดนั้นเลยเหรอ?" เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้ พายถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับประตูห้องทำงาน "ถ้าคุณอยากได้แฟนเป็นลูกค้า หรืออยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานให้มันตื่นเต้นขึ้น ก็บอกผมตรงๆ ไม่ต้องมาทำตัวโก๊ะๆ ซุ่มซ่ามต่อหน้าผู้ชายคนอื่นแบบนี้!"
คำพูดที่ประชดประชันทำเอาพายจุกจนพูดไม่ออก ความเสียใจก่อตัวขึ้นในอก เธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาดูถูกความตั้งใจของเธอได้ง่ายๆ แม้คนคนนั้นจะเป็นคนที่เธอแอบรักก็ตาม
"คุณธันวาคะ พายรู้ว่าพายไม่เก่ง พายมักจะทำอะไรพังเสมอ แต่พายไม่เคยลืมหน้าที่ของตัวเอง และพายก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเอาความรักมาเล่นตลกกับงานค่ะ! ถ้าคุณจะโกรธที่คุณเห็นพายคุยกับเขา ก็พูดออกมาตรงๆ ไม่ต้องใช้คำพูดร้ายๆ แบบนี้มาทำร้ายความรู้สึกกัน!" พายตะโกนออกมาทั้งน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เกรี้ยวกราดอ่อนลงในทันที เขารู้ตัวว่าพูดแรงเกินไป มือหนาเอื้อมออกมาหมายจะเช็ดน้ำตาให้เธอ แต่พายกลับเบือนหน้าหนี
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น... พาย ผมแค่..."
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต
"ธันวา! แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้รู้จักจัดสรรเวลาบ้าง งานการน่ะมีเลขาก็ให้เขาทำไป ไม่ใช่ต้องลงมาคลุกคลีจนเสียบุคลิกแบบนี้!"
ร่างของหญิงวัยกลางคนผู้สง่างามในชุดผ้าไหมสั่งตัดราคาแพงเดินเข้ามาภายในห้องด้วยมาดนางพญา สายตาของเธอปรายมองพายด้วยความเย็นชา ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของลูกชาย
"แล้วนี่... ยังจะพาตัวปัญหามาไว้ใกล้ตัวอีกเหรอจ๊ะ?"
พายยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นว่ามินตราเดินตามหลังแม่ของธันวาเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
"สวัสดีค่ะพี่ธันวา มินเห็นคุณแม่บอกว่าพี่ธันวายุ่งๆ เลยแวะมาดู... อ้าว พาย ก็อยู่ด้วยเหรอจ๊ะ ดูท่าทางจะโดนพี่ธันวาตักเตือนเรื่องงานอยู่นี่เอง ทำตัวโก๊ะๆ แบบนี้ ไม่แปลกใจเลยที่พี่ธันวาจะหงุดหงิด"
คำพูดถากถางของมินตราทำเอาพายใจสั่น ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความอัดอั้น ทันใดนั้น ธันวาก็เดินเข้ามาคว้าข้อมือพายไว้แน่นแล้วดึงเธอไปยืนข้างหลังเขา ก่อนจะจ้องหน้าแม่และมินตราด้วยแววตาดุดันที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน
"ผมคิดว่าผมบอกชัดเจนแล้วนะครับว่าที่นี่คือที่ทำงานของผม และผมไม่ชอบให้ใครมาดูถูกคนของผม... แม้แต่แม่ หรือว่ามินตรา"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ พายมองแผ่นหลังกว้างของธันวาด้วยความรู้สึกที่พรรณนาไม่ถูก แต่ทว่าก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องทำงานก็เปิดผางออกอีกครั้งพร้อมกับเลขาหน้าห้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! ข่าวลือเรื่องโครงการใหม่ของเรา... มันหลุดออกไปสู่สาธารณะแล้วค่ะ แถมตอนนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ทุกคนกำลังมุ่งหน้ามาที่บริษัทเพื่อขอคำชี้แจงด่วนที่สุดเลยค่ะ!"
หัวใจของพายหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของใครบางคนที่ยืนอยู่ในห้องนี้ แต่เธอจะทำอย่างไรในเมื่อตอนนี้ทุกสายตาต่างหันมามองที่เธอ... ราวกับจะกล่าวหาว่าเธอเป็นคนทำ!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของพายและธันวาในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ เค้กวานิลลาค่ะ
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 33
ความหึงหวงที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!