กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาของมินตรายังคงลอยอบอวลบาดจมูก แม้ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสั่งตัดราคาแพงจะหมุนตัวเดินจากไปตามทางเดินหินอ่อนเงียบเชียบของตึกสำนักงานใหญ่แล้วก็ตาม ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งราวกับมีก้อนเมฆฝนสีเทาขนาดมหึมาลอยต่ำกดทับบรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ให้ดิ่งลึก
ธันวาไม่ได้เอ่ยปากไล่ตามหรือแม้แต่ชายตามองคู่หมั้นทางธุรกิจที่เพิ่งจากไป ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาเข้มทอดมองไปยังสวนหย่อมเบื้องล่างผ่านกระจกใสบานใหญ่ สะท้อนภาพใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด สันจมูกโด่งเป็นสันคมนูนขึ้นตามแรงถอนหายใจยาวเหยียดที่พ่นออกมาจากอกกว้าง ไหล่กว้างที่เคยตั้งตรงสง่าราศีในฐานะประธานหนุ่มผู้ไร้พ่าย บัดนี้กลับลู่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังแบกรับภูเขาจำลองไว้ทั้งลูก
พายยืนกำชายเสื้อบลูเซอร์ตัวโคร่งของตัวเองแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความกังวลระคนหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะคำขู่เรื่อง "เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่" ของมินตราเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแววตาของธันวาในตอนนี้... แววตาที่ว่างเปล่า แตกสลาย และโดดเดี่ยวเกินกว่าที่ผู้หญิงซุ่มซ่ามอย่างเธอจะทนมองเฉย ๆ ได้
"คุณธันวาคะ..." พายเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เกรงกลัวเหลือเกินว่าเสียงของตัวเองจะไปรบกวนสมาธิหรือความเจ็บปวดที่เขากำลังเผชิญอยู่
ธันวาไม่ตอบ เขายกมือขึ้นเสยเส้นผมสีเข้มที่ตกลงมาปรงหน้าผากอย่างลวก ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้สีเข้มตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัว ปลายนอดยาวนวดคลึงขมับของตัวเองเบา ๆ เพื่อขับไล่ความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากการประชุมมาราธอนและการปะทะคารมกับตระกูลผู้ถือหุ้นใหญ่เมื่อช่วงหัวค่ำ
"กลับไปเถอะพาย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่ยอมเงยหน้ามอง "ดึกมากแล้ว เดี๋ยวฉันให้นายพลขับรถไปส่งเธอที่หอพัก"
"แล้วคุณธันวาล่ะคะ?" พายถามสวนกลับทันทีโดยลืมตัว ความกลัวที่เคยมีต่อท่านประธานหนุ่มผู้เจ้าระเบียบมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยบริสุทธิ์ที่ฉายชัดผ่านดวงตากลมโตคู่สวย "จะอยู่ที่นี่ต่ออีกเหรอคะ สภาพคุณตอนนี้... เหมือนคนที่พร้อมจะล้มพับลงไปได้ทุกเมื่อเลยนะคะ"
ธันวาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับเลขานุการสาวตัวโก๊ะ แววตาคมกริบฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหยันตัวเองที่มุมปาก
"คนอย่างธันวา... ล้มไม่ได้หรอกพาย" เขากล่าวเสียงแหบพร่า "ถ้าฉันล้ม คนข้างหลังฉัน พนักงานนับร้อยชีวิต ครอบครัวที่พ่อฉันสร้างมา... ก็จะพังทลายลงทั้งหมด เธอไม่เข้าใจหรอก... การต้องเกิดมาเป็นลูกชายคนโตของตระกูลใหญ่ มันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ่อนแอ ไม่มีสิทธิ์ร้องไห้ และไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง... เหมือนที่มินตรากำลังจะเข้ามาบงการนั่นแหละ"
ประโยคสุดท้ายเจือด้วยความขมขื่นอย่างรุนแรง ธันวาหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้ากัดกินหัวใจอีกครั้ง
พายเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันน้อยนิดพยายามประมวลผลคำพูดและเรื่องราวความกดดันทั้งหมดที่ธันวาต้องแบกรับมาตลอดชีวิต เธอเป็นเพียงเด็กฝึกงานที่วัน ๆ เอาแต่ทำกาแฟหก ทำเอกสารหาย และสร้างความปวดหัวให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ในวินาทีนี้ เธอกลับรับรู้ได้ถึงความหนาวเหน็บที่อยู่ลึก ภายใต้สูทราคาแพงและท่าทีเย่อหยิ่งน่าหมั่นไส้ของผู้ชายคนนี้
เท้าเล็ก ๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้โซฟาตัวยาวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พายสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็คาดไม่ถึง
*พรึบ!*
พายหย่อนตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นพรมราคาแพงเบื้องหน้าโซฟาที่ธันวานั่งอยู่ มือเล็กทั้งสองข้างยื่นออกไปช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมไปกุมมือหนาที่วางอยู่บนตักของเขาไว้หลวม ๆ
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขยับตัวจะชักมือกลับ แต่ความอบอุ่นนุ่มนวลจากฝ่ามือเล็ก ๆ ของหญิงสาวกลับทำให้เขาชะงักค้าง
"คุณพาย... ทำอะไรน่ะ?" ธันวาเอ่ยถามเสียงพรั่นพรึง หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบกระตุกวูบอย่างแรง
"พายรู้ค่ะว่าพายมันซุ่มซ่าม โก๊ะ และบางทีก็ทำอะไรน่าปวดหัวใส่คุณธันวาอยู่บ่อย ๆ..." พายเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด "แต่พายก็เห็นนะคะ... เห็นมาตลอดว่าคุณธันวาเหนื่อยแค่ไหน เวลาที่คุณนั่งเคลียร์เอกสารจนดึกดื่น เวลาที่คุณต้องปั้นหน้ายิ้มในงานสังคมทั้งที่แววตาดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน... และเวลาที่คุณต้องทนฟังคำพูดแย่ ๆ จากคนอย่างคุณมินตรา"
นิ้วเรียวของพายกระชับมือหนาของเขาแน่นขึ้นอีกนิด
"ถ้าคุณธันวาเหนื่อยนัก... ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ" เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยความอ่อนโยนจนน่าใจหาย "ถ้าการเป็นธันวาคนเก่ง มันเหนื่อยขนาดนี้... ปล่อยให้ตัวเองได้พักบ้างเถอะค่ะ ตรงนี้... ไม่มีใครตัดสินคุณหรอกนะ ไม่มีท่านประธานบริษัท ไม่มีนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ มีแค่ธันวา... ผู้ชายใจดีที่ชอบแอบซื้อขนมปังเนยสดมาวางไว้บนโต๊ะให้พายกินเวลาพายทำงานจนดึกต่างหากล่ะคะ"
คำพูดซื่อ ๆ แต่ลึกซึ้งบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของธันวา ราวกับมีกุญแจดอกเล็ก ๆ มาไขเปิดห้องลับที่เขาปิดตายมานานนับสปีด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้วลามเลียไปทั่วร่าง ก้อนสะอื้นจุกแน่นที่ลำคอโดยไม่ทันตั้งตัว ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างกำแพงกั้นไว้พังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยมือเล็ก ๆ ของผู้หญิงตัว E-เล็ตกะทัดรัดคนนี้
ธันวานิ่งงัน ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่กลั้นมานานไหลรินลงมาเงียบ ๆ บนใบหน้าคมคาย เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงมืออีกข้างที่ยกขึ้นมาลูบศีรษะของพายเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหาที่พักพิงในยามพายุโหมกระหน่ำ
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เงียบงันและลึกซึ้ง สองหัวใจที่ต่างกันสุดขั้วกำลังเต้นจังหวะเดียวกันท่ามกลางความเปราะบางของชีวิต
แต่แล้ว... ความเงียบสงบอันแสนเปราะบางนั้นก็ต้องถูกทำลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว!
*แอ๊ด... เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา*
พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบและแฟ้มเอกสารสีแดงเพลิงในมือ ก่อนที่เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยจะเอ่ยทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงด้วยถ้อยคำที่ทำให้เลือดในกายของธันวาและพายเย็นเฉียบ
"อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะที่เข้ามาขัดจังหวะเวลา ‘ปลอบใจ’ อันแสนซาบซึ้ง... แต่ดูเหมือนว่า ‘เซอร์ไพรส์’ ชิ้นใหญ่ที่ฉันบอก จะมาเร็วกว่าที่คุณธันวาคิดซะแล้วล่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยส่งกำลังใจให้พายและคุณธันวาเสมอนะคะ มาเอาใจช่วยพวกเขากันต่อในตอนหน้าค่ะ!
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 45
พายเป็นกำลังใจสำคัญ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!