"ถ้าคุณคิดว่ารอยยิ้มปั้นแต่งของคุณจะทำให้ฉันถอยหลังกลับไปได้ล่ะก็... ฉันเกรงว่าคุณมินตราคงจะต้องคำนวณตัวเลขในงบดุลความมั่นใจใหม่แล้วล่ะค่ะ"
น้ำเสียงของพายไม่ได้ดัง แต่มันชัดถ้อยชัดคำพอที่จะหยุดยั้งฝีเท้าของหญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมปักเลื่อมระยิบระยับที่กำลังจะก้าวแทรกเข้ามาในห้องพักรับรองได้ชะงัก
ภาพเหตุการณ์จากตอนที่แล้วยังคงติดตา เมื่อประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับประโยคท้าทายที่พายเพิ่งประกาศกรวดไปหมาดๆ มินตราที่ยืนอยู่เคียงข้างคุณหญิงแม่ของธันวาชะงักกึก รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจพายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดราตรีสีชมพูพาสเทลแบบเรียบหรูที่ธันวาเป็นคนเลือกให้ (และแอบสั่งให้ดีไซเนอร์ปรับแก้ความยาวถึงสามรอบเพื่อให้พายเดินไม่สะดุดชายกระโปรง) กำลังขับให้ผิวเนียนนุ่มของเลขานุการสาวดูเปล่งประกายราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย—ไม่ใช่หญิงสาวซุ่มซ่ามที่เธอเคยหัวเยาะในห้องประชุม
ธันวาก้าวออกมายืนบังด้านหน้าของพายโดยสัญชาตญาณ แม้สีหน้าของเขาจะยังคงความเรียบเฉยตามวิสัยของนักบริหารมืออาชีพ แต่แววตาที่มองมินตรานั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวังและไอร้อนระอุ
"คุณมินตรามีธุระอะไรกับห้องแต่งตัวของผมและ ‘คู่รัก’ ของผมครับ" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า *คู่รัก* อย่างชัดถ้อยชัดคำ จนมินตราต้องเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
"ดิฉันแค่หวังดีค่ะคุณธันวา งานแต่งงานของลูกค้ารายใหญ่ระดับประเทศอย่างตระกูลศิริอนันต์วันนี้ สื่อมวลชนจับตาทองคำฝังเพชรคู่นี้อยู่... การพา... เอ่อ... เลขานุการส่วนตัวที่เพิ่งก้าวเข้ามาทำงานในแวดวงสังคมชั้นสูงมาออกงานในฐานะ ‘คนรัก’ โดยเปิดเผย อาจจะสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์บริษัทมากกว่าที่คุณคิดนะคะ" มินตราเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามใช้น้ำเสียงที่แสดงความเหนือกว่ากลบเกลื่อนความไม่พอใจที่ฉายชัดในแววตา
พายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกคุ้นเคยเก่าๆ ที่มักจะบอกว่าตัวเองไม่คู่ควรเริ่มก่อตัวขึ้นในอกเหมือนเงาร้าย แต่มืออุ่นจัดของธันวาที่เอื้อมมาจับมือเธอไว้ใต้ชายแขนเสื้อสูท กลับส่งกระแสความอบอุ่นและความมั่นใจพุ่งตรงเข้ามาในหัวใจจนความกลัวสลายหายไปในพริบตา
"ขอบคุณสำหรับความกรุณาและความเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์บริษัทแทนดิฉันนะคะคุณมินตรา..." พายก้าวออกมาจากด้านหลังของธันวา รอยยิ้มหวานละมุนแต่แฝงด้วยความเฉียบคมถูกจุดขึ้นบนใบหน้า "แต่พอดีว่าท่านประธานบอกฉันว่า... ตำแหน่งเลขานุการข้างกายของท่านจำเป็นต้องใช้ความจริงใจและความซุ่มซ่ามในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้ชีวิตท่านน่าเบื่อจนเกินไป... ซึ่งคุณมินตราคงเข้าใจยากสักหน่อยค่ะ เพราะชีวิตของคุณดูจะมีแต่แผนธุรกิจที่คำนวณความคุ้มค่า จนลืมวิธีหัวเราะจากใจจริงไปเสียสนิท"
มินตราหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยวาจาเชือดเฉือนนิ่มๆ แต่เจ็บลึกถึงขั้วหัวใจเช่นนี้
ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของผู้จัดงานก็ดังแทรกขึ้นจากด้านนอก "ได้เวลาเปิดประตูห้องโถงหลักแล้วครับคุณธันวา แขกเหรื่อและสื่อมวลชนพร้อมสำหรับไฮไลท์ของงานแต่งงานในค่ำคืนนี้แล้วครับ"
ธันวาปรายตามองมินตราเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันมามองพายด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่ละลายความหนาวเหน็บในใจเธอได้ทันที มือหนายื่นออกมารอให้มือเรียวเล็กของพายวางลงไป
"ไปกันเถอะครับ... คนเก่งของผม"
ประตูไม้แกะสลักบานคู่ขนาดมหึมาค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงที่สะท้อนระยิบระยับบนพื้นหินอ่อนขัดมัน บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับเจ็ดดาวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบขาวนับหมื่นดอกที่นำเข้าจากต่างประเทศ เสียงดนตรีบรรเลงจากวงออร์เคสตราสดคลอเคล้าเสียงพูดคุยเบาๆ ของเหล่าเซเลบริตี้และนักธุรกิจชื่อดังระดับแถวหน้าของประเทศ
ทันทีที่ร่างสูงสง่าของธันวาปรากฏตัวเคียงคู่มากับพาย สายตาทุกคู่ในห้องโถงก็ราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูดให้หันมามองเป็นจุดเดียว
พายรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระทึกจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ฝ่ามือชื้นเหงื่อเล็กน้อย แม้เธอจะเตรียมใจมาบ้างแล้วสำหรับการออกงานสังคมในฐานะคนรักของประธานหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ แต่การตกเป็นเป้าสายตาของคนนับร้อยในชุดราตรีหรูหราเช่นนี้ ก็ยังทำให้ความรู้สึก "ไม่คู่ควร" แวบเข้ามาในสมองเป็นระยะ
ธันวาเหมือนจะล่วงรู้ความกังวลนั้น นิ้วโป้งของเขาเผลอไล้เบาๆ บนหลังมือของเธอที่คล้องแขนเขาอยู่ เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนแต่มั่นคงราวกับจะบอกว่า *“มีผมอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”*
"ยิ้มครับพาย... มองตรงไปข้างหน้า คุณสวยที่สุดในงานนี้แล้ว เชื่อผมสิ" เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู พร้อมลมหายใจอุ่นๆ ที่ปัดผ่านเส้นผม ทำให้พายต้องแอบอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความประหม่ามลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นซ่านซี้ดในหัวใจ
ทั้งคู่ก้าวเดินเข้าสู่บริเวณงาน ท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาสนอกสนใจจากรอบด้าน หลายคนจำพายได้ในฐานะเลขานุการหน้าห้องของธันวา แต่เมื่อเห็นท่าทีการดูแลเอาใจใส่อย่างทะนุถนอมและสายตาที่ธันวาใช้มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้อง ก็ทำให้บรรดาไฮโซสาวในงานถึงกับส่งสายตาอิจฉาริษยามาเป็นระลอก
พิธีกรชื่อดังบนเวทีกล่าวต้อนรับคู่รักคู่เกียรติยศ และเชิญชวนให้แขกเหรื่อร่วมดื่มอวยพรแก่คู่บ่าวสาว เจ้าบ่าวและเจ้าสาวในชุดแต่งงานสุดอลังการเดินมาทักทายธันวาและพายด้วยรอยยิ้มสดใส เจ้าสาวซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของลูกค้ารายใหญ่ที่ธันวาเพิ่งปิดดีลพันล้านไปเมื่อเดือนก่อน ตรงเข้ามาสวมกอดพายอย่างเป็นกันเอง
"ดีใจจังเลยค่ะที่คุณพายมาด้วย! นึกว่าจะมาแต่คุณธันวาผู้ชายใจร้ายคนนี้ซะอีก" เจ้าสาวหัวเราะคิกคัก พลางหันไปค้อนธันวาเบาๆ
"ยินดีด้วยนะคะสำหรับวันสำคัญ ขอให้มีความสุขมากๆ และรักกันยืนยาวค่ะ" พายกล่าวอวยพรด้วยรอยยิ้มจริงใจ ความอบอุ่นของคู่บ่าวสาวทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงอย่างมาก
แต่ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหน้ากากทางสังคม
ขณะที่ธันวากล่าวขอตัวเพื่อพาพายไปหยิบเครื่องดื่มที่มุมห้องรับรอง มินตราก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษถูกส่งมาให้ พร้อมกับแก้วแชมเปญสองแก้วในมือ
"ดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของดีลพันล้านหน่อยไหมคะคุณธันวา... อ๋อ หรือว่าคุณพายจะไม่กล้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลัวว่าจะเผลอทำตัวโก๊ะๆ ซุ่มซ่ามทำแก้วหลุดมือกลางงานแต่งงานระดับประเทศแบบนี้ล่ะคะ?" น้ำเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือนของผู้หญิงตรงหน้าเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างให้หันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พายชะงักไปนิด ดวงตากลมโตมองแก้วแชมเปญในมือมินตราสลับกับใบหน้ายิ้มเยาะนั้น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่านี่คือการยั่วโมโหเพื่อให้เธอเสียกิริยาต่อหน้าสื่อมวลชนและแขกผู้ใหญ่
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น กำมือแน่นเตรียมจะเอ่ยปากปฏิเสธแทน แต่พายกลับยกมือขึ้นแตะแขนเขาเบาๆ เป็นสัญญาณห้ามปราม รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าของเลขานุการตัวโก๊ะอีกครั้ง—รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องมนต์สะกดทุกครั้ง
"ขอบคุณสำหรับความห่วงใยเรื่องความซุ่มซ่ามของฉันนะคะคุณมินตรา..." พายก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นก้องกังวานพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "แต่คนเราจะซุ่มซ่ามแค่ไหน ก็ยังดีกว่าคนที่เดินสะดุดขาตัวเอง เพราะมัวแต่มองหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของคนอื่นจริงไหมคะ? อีกอย่าง... เรื่องซุ่มซ่ามเนี่ย ท่านประธานของฉันบอกว่ามันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวค่ะ... จริงไหมคะคุณธันวา?"
พายหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่มข้างกาย ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ นัยน์ตาคมกริบทอดมองเธอด้วยความรักและเอ็นดูจนแทบจะละลาย
"จริงที่สุดครับ... และผมก็รักเสน่ห์เฉพาะตัวนี้ที่สุดด้วย" คำตอบหนักแน่นจากปากประธานหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนหวานให้ใครเห็น ทำเอาบรรดาแขกเหรื่อถึงกับฮือฮากับความคลั่งรักแบบไม่เกรงใจใครของเขา
มินตราหน้าซีดเผือด กำแก้วแชมเปญในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวโพลน รอยยิ้มเสแสร้งแตกกระเจิงไม่เป็นท่า เธอพยายามจะเอ่ยปากสวนกลับ แต่เสียงทุ้มกังวานจากระบบกระจายเสียงของงานก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*“ขอเรียนเชิญท่านประธานธันวา และคุณพาย... คู่รักแขกคนสำคัญ ขึ้นมากล่าวอวยพรบนเวทีให้กับคู่บ่าวสาวด้วยครับ!”*
สิ้นเสียงประกาศ รอยยิ้มของมินตราก็พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประหลาดที่ซ่อนเลศนัยบางอย่างไว้ ดวงตาคู่คมจ้องมองพายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแปลกๆ ราวกับกำลังรอคอยดูละครฉากใหญ่ที่เธอกำลังจะเปิดฉากขึ้น
พายหันไปมองธันวาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะในกำหนดการเดิมไม่มีชื่อพวกเขาขึ้นกล่าวอวยพรบนเวที ธันวาเองก็ขมวดคิ้วอย่างสงบ นัยน์ตาคมฉายแววครุ่นคิดก่อนจะหันมาจับมือพายให้มั่นใจ
"ไม่ต้องห่วงครับ มีผมอยู่ตรงนี้"
ทั้งคู่ก้าวเดินขึ้นบันไดไม้ปูพรมแดงสู่เวทีใหญ่ที่มีแสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมา เจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนยิ้มต้อนรับอยู่ที่กลางเวที พิธีกรยื่นไมโครโฟนไร้สายให้กับธันวา ก่อนที่ไมค์อีกตัวจะถูกส่งต่อมาให้พาย
ธันวากล่าวอวยพรด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและทรงพลังตามแบบฉบับนักบริหารผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์ เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากแขกเหรื่อด้านล่าง ทว่า... ขณะที่พายกำลังจะยกไมโครโฟนขึ้นเพื่อกล่าวคำอวยพรสั้นๆ ตามมารยาท สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างบนจอภาพ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังเวที
ภาพกราฟิกแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวเมื่อครู่ จู่ๆ ก็กะพริบวูบวาบ หน้าจอตัดสลับกลายเป็นภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานส่วนตัวของธันวาที่บริษัท เมื่อสามวันก่อน!
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งห้องโถงใหญ่เมื่อภาพบนจอเผยให้เห็นเหตุการณ์ตอนที่พายกำลังก้มเก็บเอกสารที่ทำตกกระจายเต็มพื้น แล้วสะดุดขาโต๊ะล้มทับร่างของธันวา จนริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไม่ตั้งใจ—ภาพเหตุการณ์สุดลับที่ควรจะมีแค่เธอกับเขาเท่านั้น!
และไม่ใช่แค่นั้น... เสียงบันทึกบทสนทนาที่ถูกตัดต่อมาอย่างดี เสียงของพายที่กำลังพูดด้วยความตกใจและเสียงทุ้มของธันวาที่เอ่ยปลอบโยน ถูกเปิดออกสู่โสตประสาทของแขกผู้ทรงเกียรติหลายร้อยชีวิตในงานแต่งงานระดับประเทศแห่งนี้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
พายยืนตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึก "ไม่เก่งพอ" และ "อับอายขายหน้า" พุ่งทะยานขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก
ธันวาหันไปมองหน้าจอทันที ดวงตาคมกริบทอประกายความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับถอยหลังก้นขวิด เขารีบหันกลับมาคว้ามือพายที่กำลังสั่นเทาเอาไว้แน่น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร...
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดด้านข้างเวที... พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดสูทสีเข้มของบุคคลที่ธันวาไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในคืนนี้
"ยินดีด้วยนะหลานชาย... ดูท่าทางงานแต่งงานคืนนี้ จะมี 'เซอร์ไพรส์' ชิ้นใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะเลยสินะ"
________________________________________
*รี้ดเดอร์คะ... งานนี้คุณอาตัวร้ายผู้หวังฮุบบริษัทโผล่มากลางงานแต่งแถมแบล็กเมล์คู่รักของเราแบบนี้ พายกับธันวาจะรับมือยังไงดีคะเนี่ย? มาลุ้นและเอาใจช่วยยัยตัวโก๊ะของเราไปด้วยกันในตอนหน้านะคะ!*
- เค้กวานิลลา -
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 46
งานแต่งงานของลูกค้า
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!