รสเค็มปร่าของน้ำทะเลตีเข้าจมูกพร้อมกับเสียงอื้ออึงในหูที่คล้ายกับเสียงคลื่นซัดกระแทกฝั่ง ความมืดมิดใต้ผืนน้ำกว้างใหญ่โอบล้อมร่างทั้งร่างไว้ราวกับจะกลืนกิน ทุกอย่างรอบตัวเกิดขึ้นรวดเร็วจนสมองของพายประมวลผลไม่ทัน ภาพสะเก็ดไฟจากการระเบิดบนเรือยอชต์สะท้อนผ่านผืนน้ำระยิบระยับเป็นประกายสีส้มแดงวับแวมราวกับหิ่งห้อยในคืนเดือนมืด แรงดันจากการระเบิดทำให้คลื่นใต้น้ำปั่นป่วนจนร่างของเธอลอยคว้างเคว้งคว้างอย่างไร้ทิศทาง
“อื้อ...!”
พายพยายามจะอ้าปากส่งเสียง แต่วินาทีต่อมาฟองอากาศก็พุ่งทะลักออกจากริมฝีปากบาง ความตื่นตระหนกแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจเมื่อเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ความเวิ้งว้างเบื้องล่าง ความมืดมิดและแรงกดดันรอบตัวทำให้สติเริ่มเลือนราง ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวนแห่งความกลัว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เรียวแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งก็คว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างแม่นยำ แรงกระชากนั้นดึงเธอกลับขึ้นสู่อ้อมอกกว้างอันคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเฉพาะตัวที่เจือจางอยู่กับความเค็มของน้ำทะเลทำให้พายรู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมองว่าใครคือผู้ที่เหนี่ยวรั้งเธอไว้
ธันวา...
เขากอดเธอไว้แน่นแนบอก ร่างหนาตวัดแขนอีกข้างแหวกว่ายผิวน้ำอย่างยากลำบาก ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากจากแรงระเบิด พายพยายามกะพริบตาไล่หยดน้ำเค็มที่แสบตา เมื่อโผล่พ้นผืนน้ำขึ้นมาได้ ทั้งคู่ก็สูดอากาศหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เสียงหอบหายใจดังประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของทะเลกว้าง ยามนี้เรือยอชต์ลำหรูที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายกำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง แสงสีส้มสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำระยิบระยับ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำของชายหนุ่ม
“คุณธันวา... คุณ... คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?” พายละลำละล่ำละลักถาม เสียงสั่นระริกด้วยความตกใจ มือเล็กปัดป่ายสะเปะสะปะจับไหล่กว้างของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวให้อยู่เหนือน้ำ
ธันวาไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววสุขุมเยือกเย็นเสมอ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยอารมณ์หลากหลายที่ยากจะคาดเดา หยดน้ำเกาะพราวตามแพขนตาและสันจมูกโด่งเป็นคม แสงเพลิงจากเรือยอชต์สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นราวกับเปลวไฟแห่งความอาลัยและโล่งอกที่ผสมปนเปกันอย่างชัดเจน มือหนาข้างหนึ่งยังคงโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แนบแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงนิดเดียว เธอจะหลุดลอยหายไปกับกระแสน้ำ
“ผมไม่เป็นไร...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแหบพร่า ลมหายใจของเขายังคงหอบถี่ไม่แพ้กัน ธันวากวาดสายตามองสำรวจใบซีดเซียวของเธออย่างร้อนรน “แล้วคุณล่ะพาย... เจ็บตรงไหนไหม? เมื่อกี้ผมเกือบ... เกือบคว้าคุณไว้ไม่ทัน”
คำพูดนั้นสะดุดลง ประโยคที่ขาดหายไปเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บของน้ำทะเล แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาที่ทาบทับอยู่ตรงเอว และสายตาที่เขากำลังมองมา... สายตาที่เปิดเผยความรู้สึกทุกอย่างออกมาจนหมดสิ้นโดยไม่มีกำแพงใดๆ หลงเหลืออีกต่อไป
“พาย... พายไม่เป็นไรค่ะ” เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามจะฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความประหม่าตามนิสัยโก๊ะๆ ของตัวเอง ทว่าครั้งนี้รอยยิ้มนั้นกลับสั่นเทาเสียจนน่าสงสาร “แต่... แต่ว่าเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะเนี่ย เรือก็ระเบิดไปแล้ว โทรศัพท์ก็คงเปียกน้ำพังไปหมดแล้วด้วย แย่จังเลยนะคะ ฉันนี่มันซุ่มซ่ามจริงๆ เลย พาคุณมาซวยด้วยแท้ๆ...”
พายก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด น้ำตาเม็ดเล็กเอ่อคลอเบ้าผสมปนเปกับหยดน้ำทะเลจนแยกไม่ออก เธอคิดว่าถ้าเธอรอบคอบกว่านี้ ถ้าเธอไม่สะดุดขาตัวเองจนเกือบพลัดตกเรือตั้งแต่แรก เรื่องราวทั้งหมดคงไม่ลงเอยด้วยการที่ทั้งคู่ต้องมาลอยเคว้งคว้งอยู่กลางทะเลมืดมิดแบบนี้
แต่แล้ว... นิ้วเรียวยาวอุ่นจัดก็เชยคางเธอมารับกับสายตาอย่างอ่อนโยน ธันวาใช้มืออีกข้างประคองแก้มนุ่มของเธอไว้เบาๆ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำที่ข้างแก้มให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนนั้นนุ่มนวลและจริงจังจนพายต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
“เลิกโทษตัวเองสักทีได้ไหมครับ, พาย” น้ำเสียงของเขาอบอุ่นราวกับแสงแดดแรกของวัน แม้รอบตัวจะรายล้อมไปด้วยความมืดมิดของท้องทะเล “คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด... สิ่งเดียวที่คุณทำผิดในตอนนี้ คือการทำให้หัวใจของผมเกือบหยุดเต้นต่างหาก”
พายเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าที่เปียกชื้นขึ้นสีแดงระเรื่อทันที แม้จะอยู่ในน้ำทะเลที่เย็นเฉียบ แต่แก้มทั้งสองข้างของเธอกลับร้อนผ่าวราวกับมีใครเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ
“คุณ... คุณธันวา...”
“ผมพูดจริงนะพาย” ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่แทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มท่ามกลางละอองน้ำ “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมพยายามสร้างกำแพง ปั้นหน้าเย็นชาใส่คุณ ทำเป็นมองไม่เห็นรอยยิ้มโก๊ะๆ และความซุ่มซ่ามที่ทำให้ผมต้องคอยตามแก้ปัญหาให้ตลอด... ผมคิดว่านั่นคือการปกป้องหัวใจตัวเองจากการผูกพันกับใครสักคน”
ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ สื่อสารความรู้สึกที่อัดอั้นมาเนิ่นนานผ่านแววตาที่สั่นไหว
“แต่พอเห็นคุณร่วงหล่นลงมาจากเรือเมื่อกี้... โลกทั้งใบของผมมันก็เหมือนดับวูบลงในทันที ภาพที่เด่นชัดที่สุดในหัวของผมไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่ผลกำไรของบริษัท หรือแม้แต่ชื่อเสียงของตระกูล... แต่มันคือภาพของคุณ ผู้หญิงซุ่มซ่ามที่เดินสะดุดขาตัวเองได้ทุกวัน คนที่ชอบทำเอกสารกองโตปลิวว่อนไปทั่วสำนักงาน คนที่ทำให้ผมยิ้มได้จากใจจริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี”
หยดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าของพายไหลรินลงมาผสมกับน้ำทะเล ธันวาก้มหน้าลง ใช้ริมฝีปากแตะซับหยดน้ำตาบนแก้มเนียนนั้นอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนพายแทบละลายคาอ้อมอก
“ผมรักคุณนะ... พาย”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของท่านประธานหนุ่มผู้เจ้าระเบียบและสุขุม ทำให้พายรู้สึกราวกับว่าเวลาหยุดเดิน เสียงคลื่นซัดสาดรอบตัวเสมือนจางหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของเขากับเธอที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกอัดอั้น ตื้นตัน และดีใจปะปนกันจนแน่นอก ความไม่มั่นใจในตัวเองที่เคยฝังรากลึกอยู่ในใจว่าเธอเป็นเพียงแค่เลขาตัวโก๊ะที่ไม่คู่ควรกับผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างเขา มลายหายไปจนหมดสิ้นในอ้อมกอดนี้
พายยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น น้ำตาไหลพรูออกมาอย่างไม่อาย “คุณธันวาคนบ้า... มาบอกรักอะไรกันตอนนี้ล่ะคะ ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ...?”
ธันวาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและโล่งอกที่สุดเท่าที่พายเคยได้ยิน เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับขมับชื้นเหงื่อของเธออย่างรักใคร่
“ก็เพราะสถานการณ์มันไม่แน่นอนนี่แหละครับ ผมถึงต้องรีบพูด... ก่อนที่ผมจะไม่มีโอกาสได้พูดมันอีก” เขากระซิบเสียงนุ่ม “แล้วคุณล่ะพาย... จะยอมรับความรู้สึกของเลขาตัวโก๊ะคนนี้ ให้มาดูแลหัวใจของประธานบริษัทจอมจุกจิกคนนี้ไปตลอดชีวิตได้หรือยังครับ?”
พายซุกใบหน้าลงกับอกเสื้อเชิ้ตที่เปียกชุ่มของเขาซ่อนรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ได้ เธอนิ่งคิดไปครู่หนึ่งแกล้งทำเป็นเล่นตัวก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาซุกซนแม้จะมีคราบน้ำตาติดอยู่
“อืม... ให้ฉันคิดดูก่อนดีไหมคะเนี่ย? เพราะคุณทั้งดุ ทั้งเรื่องมาก แถมยังชอบใช้ให้ฉันทำนู่นทำนี่ตลอดเวลาอีก...”
“พาย...” ธันวาทำเสียงดุแกมเอ็นดู ยื่นมือมาบีบจมูกรั้นของเธอเบาๆ อย่างหมั่นไส้ “ยังจะกล้าต่อรองอีกเหรอครับ หืม?”
“ฮ่าๆๆ ล้อเล่นค่ะ ล้อเล่นน่า!” พายหัวเราะร่วนออกมาอย่างมีความสุขเป็นครั้งแรกในรอบวัน มือเล็กเลื่อนขึ้นไปสัมผัสแก้มสากของเขาอย่างกล้าหาญ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟจากเรือยอชต์ “ฉันยอมรับก็ได้ค่ะ... จริงๆ แล้ว ฉันก็แอบรักคุณประธานจอมเผด็จการคนนี้มานานแล้วเหมือนกันนั่นแหละค่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาไม่รอช้าอีกต่อไป เขาก้มลงประกบเรียวปากลงบนริมฝีปากบางของเธอทันทีอย่างนุ่มนวลและลึกซึ้ง จูบกลางทะเลกว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บและคราบเขม่าควันจากเรือที่จมลงช้าๆ เต็มไปด้วยความหวานล้ำและความโหยหาที่ได้รับการเติมเต็ม พายหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย แขนเรียวโอบกอดรัดลำคอเขาแน่นขึ้น ปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดล่องลอยไปกับอ้อมกอดอันมั่นคงของชายหนุ่ม
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยความสุขล้นปรี่จนแทบจะหลอมละลายรวมกันเป็นหนึ่งเดียวนั้น...
จู่ๆ เสียงเครื่องยนต์เรือยนต์ขนาดใหญ่ก็คำรามก้องฝ่าความมืดมิดเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง พร้อมกับลำแสงไฟฉายทรงพลังสาดส่องกวาดผืนน้ำตรงมายังจุดที่พวกเขาลอยคออยู่ทันที!
ร่างของทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว ธันวารีบดึงพายเข้าหาตัวเพื่อบังกระแสไฟที่สาดเข้าตาอย่างระแวดระวัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องผ่านโทรโข่งจากเรือลำที่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน
“เฮ้ย! นั่นใครวะ! อยู่ตรงนั้นน่ะ... ยกมือขึ้น!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะประทับใจในความหวานของคู่รักของเรานะคะ - เค้กวานิลลา
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 43
อ้อมกอดกลางทะเล
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!