“เกมโอเวอร์แล้วครับคุณประธาน... และดูเหมือนว่าคุณเลขาฯ คงต้องมารับรู้ความจริงทั้งหมดตรงนี้ด้วยสินะคะ”
เสียงหัวoเราะเยียบเย็นของมินตราดังสะท้อนก้องไปทั่วดาดฟ้าเรือยอชต์ลำหรูที่กำลังโคลงเคลงอย่างน่ากลัว คลื่นน้ำยามค่ำคืนซัดกระแทกตัวเรือจนเกิดเสียงดังโครมครามราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวกระหาย สายลมทะเลพัดตีปะทะร่างจนหน็บหนาว แต่สิ่งที่หนาวยิ่งกว่าคือบรรยากาศตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่เบื้องหน้า
พายเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองอันน้อยนิดที่ปกติก็มักจะประมวลผลช้ากว่าชาวบ้านอยู่แล้ว ตอนนี้กลับตื้อตันจนขาวโพลน ภาพเอกสารลับที่หลุดรั่ว บัญชีบริษัทที่ถูกโยกย้าย และรอยยิ้มอันน่ากลัวของคุณมินตรากำลังหมุนวนอยู่ในหัว ภาพทุกอย่างประกอบกันเป็นความจริงอันโหดร้าย—นี่คือแผนการฮุบกิจการที่ถูกวางไว้โดยคนที่พวกเธอไว้ใจที่สุด!
“มินตรา... คุณทำแบบนี้ทำไม” เสียงของธันวา
เอ่ยขึ้นด้วยความผิดหวัง แม้ใบหน้าคมคายจะยังคงความสุขุมไว้ได้ แต่แววตาไหววับคู่นั้นฉายชัดถึงความเจ็บปวด ชายหนุ่มก้าวเข้ามาขวางหน้าพายไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของเขาเปรียบเสมือนโล่อันอบอุ่นที่ช่วยบังลมพายุรอบด้านเอาไว้
“ทำไมหรือคะธันวา?” มินตราแสร้งทำเป็นหัวoเราะเสียงใส ทั้งที่ดวงตาคู่คมเต็มไปด้วยความริษยาและอำมหิต “ก็เพื่อทุกอย่างที่เป็นของคุณยังไงล่ะคะ! บริษัทนี้ควรเป็นของเราสองคน ไม่ใช่ของยัยเลขาซุ่มซ่ามที่วัน ๆ ดีแต่ทำกาแฟหกใส่ชุดสูทราคาแพงของคุณ!”
พายสะดุ้งสุดตัว มือเล็กเผลอกำชายเสื้อสูทของธันวาแน่นโดยไม่รู้ตัว จริงสินะ... เธอมันก็แค่เลขาตัวโก๊ะที่บังเอิญเข้ามาในโลกอันซับซ้อนของเขา เธอมันเกะกะและไม่เคยคู่ควรกับผู้ชายที่เพียบพร้อมคนนี้เลยสักนิด ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ พร้อม ๆ กับหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอเบ้าตา
“อย่าพูดแบบนั้นนะมินตรา” ธันวาหันไปเอ็ดเสียงเข้ม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “พายไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ปล่อยเธอไปซะ แล้วเรามาเคลียร์กันตรงนี้”
“ปล่อยเหรอคะ? หึ... ฝันไปเถอะค่ะ!” มินตราส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องร่างยักษ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับเข้ามาประชิดตัวธันวาและพาย
ในจังหวะชุลมุนนั้นเอง เรือยอชต์ก็ถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดกระแทกอย่างรุนแรงจนโครงสร้างเหล็กเอียงวูบไปด้านหนึ่ง แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้พายที่ยืนอยู่ริมกราบเรือเสียหลัก ร่างบางเซถลาหลุดจากการเกาะกุมของธันวา
“ว๊าย!”
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกับร่างของพายที่ลอยละลิ่วออกไปนอกตัวเรือ!
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบของความเป็นห่วงพุ่งพล่านเหนือสิ่งอื่นใด เขาทิ้งความระมัดระวังทั้งหมดแล้วพุ่งตัวสุดแรงเกิด พุ่งทะยานผ่านความมืดออกไปยังกราบเรือทันที!
“พาย!”
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของพายได้ทันก่อนที่ร่างทั้งร่างจะดิ่งลงสู่ผืนน้ำทะเลสีดำมืดที่กำลังซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง แรงกระชากทำให้แขนของธันวาแทบหลุดออกจากร่าง ขณะที่ตัวของเขาก็เกือบจะไถลตามลงไปเช่นกัน ดีที่ขาข้างหนึ่งยังเกี่ยวติดกับราวเหล็กบนดาดฟ้าไว้ได้ทัน
พายห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ เบื้องล่างคือคลื่นลมอันรุนแรงที่อ้าปากรอรับเธอดั่งปีศาจ เธอเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“คุณ... คุณธันวา ปล่อยค่ะ!” พายละล่ำละลักบอกด้วยความตกใจระคนเกรงใจ เมื่อเห็นว่าธันวากำลังฝืนเกร็งกล้ามเนื้อสุดชีวิตเพื่อดึงเธอขึ้นมา “ฮือ... ตัวฉันหนักนะคะ เดี๋ยวคุณก็จะตกลงมาด้วย ปล่อยหนูเถอะค่ะ!”
“เงียบซะพาย!” ธันวาตะคอกกลับเสียงดังแข่งกับเสียงคลื่น ใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬและรอยเส้นเลือดที่ปูดโปนตามขมับจากความพยายามอย่างหนัก ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอด้วยความดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างล้นพ้น “ฉันไม่มีวันปล่อยมือจากเธอเด็ดขาด! จับมือฉันไว้แน่น ๆ อย่าปล่อยนะพาย!”
ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่น ทำให้หัวใจดวงน้อยที่กำลังหวาดกลัวอุ่นวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แม้ในสถานการณ์ที่เฉียดตายและน่ากลัวที่สุด แต่คำว่า *“ไม่มีวันปล่อยมือ”* กลับดังก้องอยู่ในใจของพาย ลบเลือนความรู้สึกต้อยต่ำและไม่มั่นใจในตัวเองที่มีมาตลอดออกไปจนหมดสิ้น
“ฮื่อ... คุณธันวา อย่าปล่อยมือหนานะคะ...” พายสะอื้นไห้พลางใช้มืออีกข้างเอื้อมไปจับข้อมือของเขาไว้ด้วยสองมือออกแรงดึงสุดกำลังเท่าที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะทำได้
ธันวากัดฟันกรอด รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายดึงร่างของพายขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือสำเร็จ ก่อนที่ทั้งคู่จะล้มกลิ้งไปกองกับพื้นเรือด้วยความเหนื่อยหอบ อากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ หน้าอกของธันวากระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรง ขณะที่พายซบหน้าลงกับอกแผ่นกว้างของเขา ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาด้วยความโล่งอกและหวาดกลัว
“ปลอดภัยแล้วนะ... ฉันอยู่นี่แล้ว” ธันวากระซิบบอกเสียงนุ่ม พรางกระชับกอดร่างบางที่สั่นเทาไว้แนบอก มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างปลอบโยน ความรู้สึกโกรธและเกลียดตัวเองที่เกือบปกป้องเธอไม่ได้ทำให้อะดรีนาลีนในตัวพุ่งพล่าน
แต่ความหวานชื่นนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงหัวoเราะเยาะหยันของมินตราดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
“โอ้... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริงนะคะท่านประธานผู้แสนดี” มินตราปรบมือช้า ๆ รอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้าสวย “แต่ก็น่าเสียดาย... ที่ความรักนี้จะต้องจบลงตรงนี้ เพราะดูเหมือนว่าพวกคุณจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกันอีกแล้วล่ะค่ะ”
ธันวาค่อย ๆ ประคองพายให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน แม้ร่างกายจะยังอ่อนล้า แต่แววตาของประธานหนุ่มกลับคมกริบและเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน เขาผายมือบังพายไว้ด้านหลังราวกับราชสีห์ที่พร้อมปกป้องราชioของมัน
“มินตรา... คุณคิดว่าคุณจะหนีรอดไปได้จริง ๆ เหรอ?” ธันวาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนมินตราถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?” มินตราเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ พรางหยิบรีโมทคอนโทรลสีดำขนาดเล็กขึ้นมาถือไว้ในมือ “ในเมื่อเรือลำนี้ถูกตั้งระบบระเบิดเวลาไว้เรียบร้อยแล้ว และอีกไม่ถึงห้าสิบวินาทีข้างหน้า... ตูม! ทุกอย่างก็จะจมดิ่งลงสู่ก้นทะเล ไม่เหลือแม้แต่หลักฐานให้พวกคุณได้ฟ้องร้องฉันอีกต่อไป!”
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมองเห็นตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนรีโมทที่กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว—*00:45... 00:44... 00:43...*
ธันวาขมวดคิ้วแน่น สมองกำลังคำนวณทางหนทีไล่อย่างรวดเร็ว แต่ทว่า ทันใดนั้นเอง...
เสียงเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยลำยักษ์ก็บินแหวกความมืดเข้ามาเหนือหัว พร้อมกับสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่สาดส่องลงมายังดาดฟ้าเรือจนสว่างจ้า เสียงโทรโข่งจากด้านบนดังแทรกเสียงคลื่นลมเข้ามา
*“นี่คือหน่วยตำรวจทางน้ำและหน่วยรบพิเศษ! ปิดล้อมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนวางอาวุธและอยู่ในความสงบ!”*
มินตราหน้าถอดสีทันทีด้วยความตื่นตระหนก เธอหันขวับไปมองรอบด้านด้วยความสับสน รีโมทในมือสั่นเทา “เป็นไปไม่ได้! ใครแจ้งตำรวจ?!”
ธันวาเหลือบมองหน้าผับพายเล็กน้อย ก่อนจะมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
“คุณคิดเหรอว่าคนอย่างธันวา จะปล่อยให้เกมของคุณเล่นสนุกอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่เตรียมรับมือไว้ล่ะมินตรา?”
แต่ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและพวกเขารอดปลอดภัยแล้วนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานบนเรือก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับหน้าจอดิจิทัลนับถอยหลังของมินตราที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท... ก่อนที่เครื่องยนต์หลักของเรือจะดับลงอย่างกะทันหัน ทำให้เรือทั้งลำเคลงคว่ำลงเกือบเก้าสิบองศาในพริบตา!
“กรี๊ด!” พายหวีดร้องออกมาลั่นเมื่อพื้นใต้เท้าทรุดฮวบลงไป
ธันวาคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน แต่แรงกระแทกครั้งสุดท้ายนี้รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ร่างของทั้งคู่และมินตราไถลหลุดจากกาบเรือร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำทะเลอันมืดมิดเบื้องล่างพร้อมกันท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องทะเล!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบความระทึกขวัญและฟินปนลุ้นนี้ค่ะ!
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 42
เหตุการณ์ระทึกขวัญ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!