“วางกระเป๋าลง แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่ผมจะพูดให้ดี พาย...”
น้ำเสียงของธันวาราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้พายรู้สึกเหมือนเข็มเล็กๆ แทงผ่านผิวหนัง เธอทำได้เพียงวางกระเป๋าเป้ใบเก่งลงบนโต๊ะทำงานอย่างเก้ๆ กังๆ จนมันไปเกี่ยวเข้ากับแก้วกาแฟที่วางหมิ่นเหม่เกือบจะร่วงลงพื้น
“ขอโทษค่ะท่านประธาน! พายไม่ได้ตั้งใจ พายแค่...”
“หยุดแก้ตัวสักห้านาทีได้ไหม” เขาขัดขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั่นไม่ได้ดูดุร้าย แต่มันมีความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “เรื่องที่เรากำลังจะไป... มันสำคัญกว่าที่คุณคิด พาย ผมไม่ได้ต้องการเลขาฯ ที่เอาแต่ขอโทษ แต่ผมต้องการคนที่ยืนเคียงข้างผมในวันที่ความจริงถูกเปิดเผย”
พายเม้มริมฝีปากแน่น มือไม้ที่เคยซุ่มซ่ามกลับหยุดนิ่ง เธอไม่รู้ว่าธันวากำลังพูดถึงความลับเรื่องอะไร หรือใครที่รอคอยเขาอยู่ แต่วินาทีที่สบตาเขานั้น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือเรื่องของหัวใจที่เขาแบกรับไว้เพียงลำพัง
ขณะที่ธันวากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสำคัญบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นหินอ่อนอย่างจังหวะมั่นคงก็หยุดลงที่หน้าห้องทำงาน ประตูบานใหญ่ถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง กลิ่นหอมหวานที่ทำให้พายรู้สึกหายใจติดขัด
“ดูท่าทางคุณจะยุ่งมากนะคะ ธันวา”
หญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามา เธอมีใบหน้าที่สวยคมเหมือนนางพญา เส้นผมดัดลอนสลวยรับกับเครื่องประดับเพชรเม็ดโตบนลำคอ มินตรากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่พาย—เลขาฯ สาวที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกระโปรงที่แอบเลอะรอยปากกานิดหน่อยด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ผมจำไม่ได้ว่าอนุญาตให้คุณเข้ามาในนี้แล้ว” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงเย็นชาจนพายสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ลดฮวบ
“คนเราก็ต้องมีธุระด่วนกันบ้างไม่ใช่เหรอคะ โดยเฉพาะธุระที่เกี่ยวกับ ‘ความสัมพันธ์’ ของเรา” มินตราแค่นยิ้ม เธอเดินตรงเข้ามาหาพายอย่างช้าๆ จนพายต้องถอยหลังกรูดไปชนกับขอบโต๊ะ “นี่น่ะเหรอคะ เลขาฯ คนใหม่ของคุณ? ดู... เปราะบางและไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่เลยนะ มินเข้าใจแล้วว่าทำไมบริษัทถึงดูยุ่งเหยิงนัก”
“อย่าเสียมารยาท มินตรา” ธันวาพูดพร้อมกับขยับตัวมาบังพายไว้ครึ่งหนึ่ง
“มารยาทน่ะ มินมีค่ะ แต่กับคนที่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน มินก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาด้วย” มินตราหันมาจ้องพายด้วยสายตาที่เหมือนกับว่าพายเป็นเพียงฝุ่นละอองบนพื้น “หนูพายคะ ถ้ารู้ตัวว่าไม่มีความสามารถพอจะยืนข้างเขา ก็ควรจะรู้จักที่ต่ำที่สูงบ้างนะคะ ที่นี่คือบริษัทระดับประเทศ ไม่ใช่ที่สำหรับเล่นขายของของเด็กสาวซื่อบื้อ”
คำว่า ‘เด็กสาวซื่อบื้อ’ กระแทกเข้ากลางใจของพายจนชาไปทั้งหน้า เธอไม่ใช่คนเก่ง เธอรู้ตัวเองดีเสมอ แต่การถูกดูแคลนแบบต่อหน้าธันวาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าคนนับพัน
“พายทำงานได้ดีค่ะ” เสียงของพายสั่นเล็กน้อย แต่เธอฝืนเชิดหน้าขึ้น “ขอบคุณที่แนะนำนะคะ แต่หน้าที่เลขาฯ ของพาย พายรู้ดีว่าต้องทำอะไร... และพายก็รู้ดีว่าต้องยืนอยู่ตรงไหนเพื่อให้งานของคุณธันวาสำเร็จ”
มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือก เธอเอื้อมมือมาแตะไหล่พายเบาๆ ราวกับจะปัดฝุ่น “ความมั่นใจน่ะดีค่ะ แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าคุณฉลาดพอจะรู้ว่า ‘คนคนนั้น’ ที่ธันวาจะไปพบในวันนี้... เขาคือใคร”
ธันวาชะงักไป ดวงตาของเขาไหววูบอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง” ธันวาถาม น้ำเสียงเริ่มกระด้าง
“ไม่มีอะไรที่มินไม่รู้ โดยเฉพาะเรื่องที่อาจจะทำให้ตระกูลของคุณต้องเสื่อมเสีย” มินตราเดินไปนั่งไขว่ห้างบนโซฟารับแขก ราวกับว่าที่นี่คือบ้านของเธอ “วันนี้ธันวาต้องไปเจอคุณย่า เพื่อจะสารภาพเรื่อง ‘ผู้หญิงอีกคน’ ใช่ไหมล่ะคะ? น่าสมเพชจริงๆ ที่ต้องให้เลขาฯ ตัวโก๊ะคนนี้ไปเป็นพยานความล้มเหลวของตัวเอง”
พายยืนอึ้ง ความลับที่ว่าคือเรื่องนี้งั้นหรือ? ธันวาจะไปสารภาพเรื่องผู้หญิงคนอื่น? แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร? หรือว่า... ที่ผ่านมาความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้เธอ เป็นเพียงแค่การหลอกใช้เพื่อให้ใครบางคนตายใจ
“ไปกันเถอะพาย” ธันวาไม่ตอบโต้ แต่เขาหันมาคว้าข้อมือพายแล้วดึงให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว
“จะไปไหนคะธันวา! คุณหนีความจริงไม่ได้หรอก!” เสียงมินตราตะโกนไล่หลังมา แต่เขาก็ไม่หันกลับไปมอง
ตลอดทางในลิฟต์ ธันวาเอาแต่เงียบงัน บรรยากาศรอบตัวเขาอึดอัดจนพายแทบหายใจไม่ออก เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอเผลอใจให้ไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับไม่มั่นใจเลยว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ คือความไว้ใจ หรือเพียงแค่เบี้ยหมากในเกมอำนาจ
ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่าง ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มยืนดักรออยู่เบื้องหน้า เขาเป็นมือขวาของคุณย่าธันวาที่พายคุ้นหน้าดี
“คุณธันวาครับ... คุณท่านทราบเรื่องที่ห้องทำงานแล้ว และตอนนี้ท่านกำลังรอคุณอยู่ที่ห้องประชุมลับครับ” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “และที่สำคัญ... ท่านไม่ได้มาคนเดียว”
ธันวาปล่อยมือพายทันที สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อชายคนนั้นขยับถอยหลัง เผยให้เห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง... หญิงสาวที่พายจำได้แม่นจากภาพถ่ายในแฟ้มเอกสารบนโต๊ะของธันวา
หญิงสาวคนเดียวกับที่ธันวาบอกว่าเขา 'รักและพยายามจะลืม' มาตลอดชีวิต
พายรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เมื่อหญิงสาวคนนั้นยิ้มให้ธันวาด้วยแววตาที่เจ็บปวดและคาดหวัง ในขณะที่ธันวากลับหันมามองพายด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ราวกับจะบอกว่า... ทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมา กำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้พายกับท่านประธานมาโดยตลอดนะคะเค้กวานิลลาจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมค่ะ!
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 10
คู่แข่งหัวใจปรากฏตัว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!