“ฉันไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว แต่ต้องการให้คุณอธิบายว่าทำไมเอกสารสรุปยอดขายถึงกลายเป็นสูตรทำขนมปังโฮลวีตไปได้!”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานกว้างขวาง เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ด้วยจังหวะที่ไม่ได้รุนแรง แต่แรงกดดันนั้นหนักอึ้งเสียจนพายแทบหยุดหายใจ
พายก้มหน้ามองแผ่นกระดาษในมือท่านประธาน แล้วอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด นี่เธอหยิบไฟล์ผิดมาตอนไหนกันนะ! สมองที่ประมวลผลช้ากว่าความโก๊ะของตัวเองเริ่มทำงานอย่างหนัก เธอเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สองมือที่สั่นระริกกำชายเสื้อเบลเซอร์ไว้จนยับยู่ยี่
“คือ... คือว่า...” พายอึกอัก ดวงตากลมโตช้อนมองคนตรงหน้าอย่างสำนึกผิด ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “พายตั้งใจจะอบขนมปังไปฝากคุณแม่ที่โรงพยาบาลตอนเย็นนี้ค่ะ เลยเผลอเซฟไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์งาน... ขอโทษจริงๆ นะคะท่านประธาน พายจะรีบไปแก้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”
เธอกลับหลังหันเตรียมจะวิ่งออกจากห้องด้วยความลนลาน แต่ทว่า... จังหวะที่เท้าก้าวพลาดไปเหยียบชายกระโปรงตัวเอง ร่างเล็กๆ ของพายก็เสียหลักถลาไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้
*โครม!*
แทนที่จะเจ็บตัวกับพื้นเย็นเยียบ พายกลับพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมแขนที่มั่นคงของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ เจือจางด้วยกลิ่นกาแฟอ่อนๆ จากตัวธันวาทำเอาเธอใจสั่นรัว สายตาที่เคยดุดันของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที เขาไม่ได้ผลักเธอออกอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับประคองไหล่เธอไว้ด้วยความระมัดระวัง
ธันวาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน ใบหน้าที่มักจะนิ่งเฉยของเขามีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความโกรธ แต่เป็นความเอ็นดูที่เขาเองก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่ามันก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
“เป็นพนักงานที่ซุ่มซ่ามที่สุดที่ผมเคยเจอมาเลยนะ พาย” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม
พายเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและเขินอายจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบผละออกจากอ้อมแขนเขาทันทีเหมือนโดนไฟช็อต “พาย... พายขอโทษค่ะ พายมันไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหมคะ”
ธันวาไม่ตอบทันที เขายืนพิงโต๊ะทำงานพลางกอดอกมองเธอ แววตาของเขาไม่ได้จดจ้องที่ข้อผิดพลาดในงานอีกต่อไป แต่กลับไล่มองตั้งแต่กลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยไปจนถึงท่าทางที่พยายามรวบรวมสติของเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ในนั้น... ความอ่อนโยนที่นานมาแล้วเขาไม่เคยคิดจะแบ่งปันให้ใคร
“งานน่ะผิดพลาดกันได้ แต่คนน่ะ... ถ้าทำตัวเองเจ็บขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ” เขาถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนพายต้องถอยหลังไปจนชนกับบานประตูห้อง
“ท่านประธานคะ... คือว่า...” พายพยายามจะหาคำพูดมาปฏิเสธความรู้สึกวาบหวามในอก แต่สมองเธอกลับว่างเปล่า
“ลืมเรื่องสูตรขนมปังไปก่อนเถอะ” ธันวาเอ่ยเบาๆ มือหนาเอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างใบหูของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้หัวใจพายเต้นระส่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก “เย็นนี้... ถ้าจะอบขนมปัง อย่าลืมเผื่อผมด้วยนะ ผมเองก็ยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเลย”
พายยืนอึ้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม? ท่านประธานผู้เจ้าระเบียบเนี่ยนะจะกินขนมปังที่เธอทำพลาด?
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยร่างระหงของมินตราที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเธอที่ตวัดมองพายนั้นกลับฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรง
“ธันวาคะ มินเอาเอกสารโครงการใหม่มาให้ดูค่ะ... แล้วนี่มันอะไรกันคะ ทำไมเลขาส่วนตัวของคุณถึงดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาแบบนั้น?” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความจิกกัด
ธันวาเปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นชาในทันที เขาดึงตัวกลับมายืนตรงตามบุคลิกเดิม “ไม่มีอะไรครับมินตรา แค่พนักงานทำเอกสารผิดพลาดนิดหน่อย”
พายก้มหน้าหลบสายตา เดินผ่านมินตราออกไปเพื่อจะกลับไปทำงาน แต่ก่อนที่มือจะเปิดประตู เสียงของมินตราก็ทำเอาเธอตัวแข็งทื่อ
“อ้อ... ธันวาคะ พรุ่งนี้อย่าลืมงานเลี้ยงการกุศลนะ มินเตรียมชุดไว้ให้คุณแล้ว แล้วส่วนเลขาน่ะ... ก็ไม่จำเป็นต้องพาไปหรอกค่ะ เพราะงานแบบนั้นต้องใช้คนที่มีระดับ... ไม่ใช่คนเปิ่นๆ ที่แม้แต่เรื่องง่ายๆ ยังทำพัง”
พายชะงักมือนิ่ง ความรู้สึกจุกในอกกลับมาอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเทียบชั้นกับมินตราได้เลยสักนิด แต่ในตอนที่เธอทำท่าจะก้าวออกไปจากห้อง มือของธันวาก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“มินตรา... ผมเปลี่ยนใจแล้ว” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันไปมองคู่หมั้น “พรุ่งนี้ผมจะพาเลขาส่วนตัวคนนี้ไปด้วย และผมอยากให้มินตราจำไว้ว่า... งานของผม ใครจะเป็นคนดูแล ผมเป็นคนเลือกเอง ไม่ใช่ใครหน้าไหนทั้งนั้น”
มินตราหน้าถอดสี ส่วนพายหันกลับมามองใบหน้าด้านข้างของธันวาด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าธันวาไม่ได้มองมินตรา แต่สายตาของเขากำลังจดจ้องอยู่ที่เธอ... และในสายตานั้น มันคือแววตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นแววตาที่บอกว่าเขากำลัง 'เล่นเกม' บางอย่างที่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจ
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าเคร่งขรึมก็เปลี่ยนไปทันที เขาหันมาหาพายด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับกำลังจะบอกลา
“พาย... เก็บของซะ เราต้องไปที่ไหนสักแห่งที่คนคนหนึ่งกำลังรอให้คุณไปช่วยเขาสารภาพความจริงบางอย่างที่เก็บไว้มานาน”
เค้กวานิลลาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับพายนะคะ
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 9
แววตาของท่านประธาน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!